นวัตกรรมสร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกันยาเสพติด
รูปแบบ SMART MODEL
ของโรงเรียนขลุงรัชดาภิเษก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาจันทบุรี ตราด
นวัตกรรมสร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกันยาเสพติด
รูปแบบ SMART MODEL
ของโรงเรียนขลุงรัชดาภิเษก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาจันทบุรี ตราด
S : Screening & Seach (การคัดกรอง)
สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ด้านการค้นหา คือ ครูที่ปรึกษาและนักเรียนแกนนำฝ่ายสารวัตรนักเรียน สังเกตพฤติกรรมนักเรียนที่มีความเสี่ยงเพื่อคัดกรอง เพื่อทำการรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล โดยกระประเมินพฤติกรรมนักเรียน (SDQ) และประเมินความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) นอกจากนี้ยังคัดกรองนักเรียนได้จากคุณครูที่ปรึกษาหัวหน้าระดับ การเยี่ยมบ้านนักเรียน
M : Management (การบริหารจัดการ)
สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ด้านการบริหารจัดการ คือ การมีส่วนร่วมโดยผสานความร่วมมือภาคีเครือข่ายต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดและอบายมุขทุกรูปแบบ เมื่อมีผลลัพธ์ของการคัดกรองแล้วจะแบ่งนักเรียนออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่
1) กลุ่มปกติ แนวทางการปฏิบัติคือเฝ้าระวังและส่งเสริมร่วมกันพัฒนานักเรียนต่อไป
2) มีความสามารถ ส่งเสริมนักเรียนจากกิจกรรมตวามความสนใจหรือกิจกรรมที่สามารถพัฒนาตนเองได้
3) มีปีญหาหรือเสี่ยง ปรับปรุง แก้ไข ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของนักเรียนจากกิจกรรม
A : Activity (การจัดกิจกรรม)
สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ด้านการรักษา ได้แก่
· การปฏิบัติ : การจัดกิจกรรม โดยใช้กระบวนการ ค น ๓ร ได้แก่
(ค) ความสามัคคี ขับเคลื่อนด้วยพลัง ระหว่างโรงเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน โดยมี
(น) นักเรียน เป็นศูนย์กลาง
ผ่านกลไก ๓ร ได้แก่
(ร) - ร่วมคิด: การประสานงาน วางแผน และแบ่งปันทรัพยากรร่วมกัน
(ร) - ร่วมทำ: การสร้างทัศนคติเชิงบวก ความเชื่อมั่น และความไว้วางใจต่อกัน
(ร) - ร่วมรับผิดชอบ: การติดตามผลและยอมรับผลการพัฒนาผู้เรียนร่วมกัน ไม่ทอดทิ้งกัน
โรงเรียนขลุงรัชดาภิเษกได้จัดกิจกรรมการเรียนรู้หรือกิจกรรมเสริมสร้างทักษะชีวิต
ในการพัฒนาส่งเสริมและควบคุมความประพฤติกรรมไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ได้แก่
กลุ่มปกติ จัดกิจกรรมสร้างภูมิคุ้มกัน
๑. กิจกรรมห้องเรียนสีขาว มีนักเรียนแกนนำ ๔ ฝ่าย เป็นตัวแทนในการขับเคลื่อนกิจกรรม ผ่านกิจกรรมตามวิเศษ กิจกรรมบำบัดสูบบุหรี่มวนและบุหรี่ไฟฟ้า “ใครติดยา ยกมือขึ้น”
เป็นกิจกรรมที่มุ่งเน้นการป้องกันและแก้ไขปัญหาการสูบบุหรี่มวนและบุหรี่ไฟฟ้า ในกลุ่มนักเรียนที่สูบบุหรี่มวนและบุหรี่ไฟฟ้า โดยใช้กระบวนการเรียนรู้เชิงจิตวิทยา เชิงบวก (Positive Psychology) และการบำบัดแบบมีส่วนร่วม (Participatory Counseling) เป็นพื้นฐานสำคัญในการดำเนินงาน กิจกรรมดังกล่าวให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้าใจและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของนักเรียนผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่ส่งเสริมศักยภาพภายในของผู้เรียน มากกว่าการใช้มาตรการลงโทษหรือการตำหนิติเตียน
การดำเนินกิจกรรมเปิดโอกาสให้นักเรียนได้สะท้อนตนเองอย่างสมัครใจ ผ่านการตั้งคำถาม การแสดงความคิดเห็น การยกมือแสดงตัวตน และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในบรรยากาศที่ปลอดภัย เป็นมิตร และไม่ตีตรา นักเรียนที่มีพฤติกรรมเสี่ยงหรือเคยทดลองสูบบุหรี่จะได้เรียนรู้และตระหนักถึงผลกระทบที่แท้จริงของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ทั้งในด้านสุขภาพร่างกาย สุขภาพจิต ความสัมพันธ์ทางสังคม รวมถึงผลกระทบต่ออนาคตของตนเอง การเปิดพื้นที่ให้พูดคุยอย่างสร้างสรรค์ช่วยให้นักเรียนเกิดความไว้วางใจ กล้าเปิดเผยปัญหา และพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตน
กิจกรรมนี้ได้นำข้อมูลและหลักฐานที่ตรวจสอบได้มาใช้ประกอบการเรียนรู้ เช่น ข้อมูลผลกระทบทางสุขภาพจากการสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า จากผู้เสพที่ประสงค์เลิกบุหรี่มวนและบุหรี่ไฟฟ้า ให้เข้ารับการตรวจสุขภาพปอดที่โรงพยาบาลขลุง และเข้ารับการปรับปรุงพฤติกรรมจากเจ้าหน้าที่กลุ่มงานจิตเวชและยาเสพติด สัปดาห์ละ ๑ ครั้ง ตลอดจนข้อมูลเกี่ยวกับผลเสียต่อสมองของวัยรุ่นและพัฒนาการด้านการเรียนรู้ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้นักเรียนเห็นภาพผลกระทบอย่างชัดเจนและสามารถเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของตนเองได้
นอกจากการให้ความรู้แล้ว กิจกรรมยังมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะชีวิตที่จำเป็น ได้แก่ ทักษะการปฏิเสธ อย่างเหมาะสม การควบคุมอารมณ์และการรับมือกับแรงกดดันจากกลุ่มเพื่อน การตัดสินใจอย่างมีเหตุผล และ การสร้างความภาคภูมิใจในตนเอง ทักษะเหล่านี้เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้นักเรียนสามารถป้องกันตนเอง จากพฤติกรรมเสี่ยงและดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ สำหรับนักเรียนที่มีพฤติกรรมการสูบบุหรี่อยู่แล้ว กิจกรรมไม่ได้มุ่งเน้นการลงโทษ แต่ให้ความสำคัญ กับกระบวนการบำบัดและฟื้นฟูพฤติกรรม โดยมีการให้คำปรึกษาเป็นรายบุคคล การเข้าร่วมกิจกรรมเลิกบุหรี่ ของโรงเรียน การประสานความร่วมมือกับผู้ปกครองและสถานพยาบาล รวมถึงการติดตามพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้นักเรียนสามารถเลิกพฤติกรรมเสี่ยงได้อย่างยั่งยืน ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินกิจกรรมสะท้อนให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม นักเรียนมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับพิษภัยของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อการหลีกเลี่ยงอบายมุข กล้าแสดงออกและเปิดเผยปัญหาของตนเองมากขึ้น ส่งผลให้บรรยากาศในห้องเรียนเอื้อต่อการดูแลช่วยเหลือซึ่งกันและกัน อีกทั้ง ยังช่วยสร้างวัฒนธรรมของห้องเรียนที่ยึดถือแนวคิด “ไม่เอายาเสพติด ไม่เอาอบายมุข” อย่างต่อเนื่อง
ดังนั้นกิจกรรมห้องเรียนสีขาว กิจกรรมบำบัดสูบบุหรี่มวนและบุหรี่ไฟฟ้า “ใครติดยา ยกมือขึ้น” จึงเป็นกลไกสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจและสังคมให้แก่นักเรียน ช่วยให้นักเรียนสามารถป้องกัน แก้ไข และ ลดความเสี่ยงจากยาเสพติดและพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังสอดคล้องกับนโยบายสถานศึกษาสีขาวที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีคุณธรรม และสามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีคุณภาพและยั่งยืน เครือข่ายความร่วมมือจากกลุ่มงานจิตเวชและยาเสพติด โรงพยาบาลขลุง โดยทีมงานสหวิชาชีพ ได้แก่ คุณหมอจ๊ะโอ๋และคุณหมอแอล
๒. ค่ายคุณธรรม จริยธรรม
เป็นกิจกรรมที่ช่วยปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมในตัวนักเรียน ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะมนุษย์เป็นทรัพยากรที่สามารถเรียนรู้และรับการฝึกอบรมสั่งสอน จนสามารถนำความรู้ที่ได้รับมาสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ ที่เป็นคุณประโยชน์ต่อโลกได้ ในการเรียนรู้และการฝึกอบรมเพื่อสะสมประสบการณ์ชีวิต ผู้เรียนควรได้รับการปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรมไปด้วยพร้อม ๆ กัน เพราะคุณธรรม จริยธรรมมีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์ทุกคนเป็นอย่างมาก ความสำคัญของคุณธรรมและจริยธรรมได้ คือ สามารถลดปัญหา และขจัดปัญหาที่จะเกิดขึ้นแก่บุคคล สังคม และประเทศชาติได้ เมื่อทุกคนประพฤติปฏิบัติตนดีแล้ว อุปสรรค ศัตรู ภัยอันตรายก็จะหมดสิ้นไป ผู้คนมีแต่ความรักต่อกัน สังคมมีแต่ความสงบ และประเทศชาติก็จะเจริญรุ่งเรือง จากการดำเนินงาน ผู้เรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ระดับคุณภาพ มาก
๓. กิจกรรมการบูรณาการความรู้กับแหล่งเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจเพียง
โรงเรียนขลุงรัชดาภิเษกได้ตระหนักถึงความสำคัญและจำเป็นในการบูรณาการขับเคลื่อนโครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข ร่วมกับการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงลงสู่สถานศึกษา โดยใช้ศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการศึกษา ที่ได้น้อมนำมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาใช้ในการจัดกิจกรรมการบูรณาการกับแหล่งการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ส่งเสริมการดำเนินชีวิต ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ที่ประกอบไปด้วยให้ครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อนำมาพัฒนางานและการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบการบูรณาการองค์ความรู้เข้ากับกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่างๆ โดยสอดแทรกเนื้อหาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ควบคู่ไปกับการใช้คุณธรรมในการดำเนินชีวิตให้กับนักเรียน พร้อมทั้งขยายผลสู่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง โรงเรียนขลุงรัชดาภิเษก มีนักเรียนที่เป็นแกนนำเรื่องการให้ความรู้ความเข้าใจเห็นคุณค่ารู้จักใช้และใส่ใจในเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมให้กับเพื่อนๆ นักเรียน ให้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนบูรณาการกิจกรรมด้านการศึกษาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่ภายนอกสถานศึกษา ร่วมอนุรักษ์ ฟื้นฟู รักษาวัฒนธรรม อันดีงาม ให้อยู่ควบคู่สถานศึกษาและชุมชนอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งมีการพัฒนาตนเอง พัฒนานักเรียนอย่างต่อเนื่อง คณะกรรมการสถานศึกษาของโรงเรียนขลุงรัชดาภิเษก มีบทบาทในการให้การสนับสนุน ส่งเสริมสถานศึกษา ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานต่างๆของโรงเรียนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยแบ่งเป็น ๓ ฐานการเรียนรู้
๓.๑ ฐานการเรียนรู้เทิดพระเกียรติ
๓.๒ ฐานการเรียนรู้ Zero Waste
๓.๓ ฐานการเรียนรู้อยู่อย่างพอเพียง
ผลการดำเนินกิจกรรมการบูรณาการความรู้กับแหล่งเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจเพียง ส่งผลให้โรงเรียนขลุงรัชดาภิเษก ผ่านเกณฑ์การประเมินศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ด้านการศึกษา ปีการศึกษา ๒๕๖๖ (ประกาศ ณ วันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙)
๔. กิจกรรมฐานสมรรถนะ HUG๒S๒ โอบกอดด้วยรัก
สมรรถนะที่ ๑ การจัดการตนเอง (Self-Management: SM)
H กิจกรรม How do you do : คุณจะทำอย่างไร
๑.๑ กิจกรรมหมุนวงล้อคำถาม (Wheel of Questions)
๑.๒ กิจกรรมล้วงไหคําถาม (Question Jar)
๑.๓ กิจกรรมเปิดป้ายปริศนา (Mystery Cards)
๑.๔ กิจกรรมเส้นทางคําถาม (Question Path)
สมรรถนะที่ ๒ การคิดขั้นสูง (Higher Order Thinking : HOT)
U กิจกรรม eUreka : คิดได้แล้ว
๒.๑ กิจกรรม Illusion
๒.๒ กิจกรรม Rally Challenge
๒.๓ กิจกรรม Think & Co
๒.๔ กิจกรรม PBL
๒.๕ กิจกรรม Shift & Share
สมรรถนะที่ ๓ การสื่อสาร (Communication: CM)
G กิจกรรม Guide : มัคกุเทศน์น้อย
๓.๑ กิจกรรมปริศนาอักษรไขว้ (Crossword Puzzle)
๓.๒ กิจกรรม KRP มัคคุเทศน์ (KRP Guide)
๓.๓ กิจกรรม NEW GEN MEDIA
สมรรถนะที่ ๔ การรวมพลังทำงานเป็นทีม (Teamwork and Collaboration: TC)
G กิจกรรม Game : มาเล่นเกมกัน
๔.๑ กิจกรรมเกมโมเดล (ภาวะผู้นำ)
๔.๒ กิจกรรมเกมต่อแก้ว (ทำงานเป็นทีม)
๔.๓ กิจกรรมเกมจับผิดและเกมจิ๊กซอ (ขจัดความขัดแย้ง)
สมรรถนะที่ ๕ การเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง (Active Citizen: AC)
S กิจกรรม Situation : เผชิญกับสถานการณ์
๕.๑ กิจกรรมพลเมืองรู้เคารพสิทธิ์
๕.๒ กิจกรรมพลเมืองดีรับผิดชอบ
๕.๓ กิจกรรมพลเมืองมีส่วนร่วมอย่างมีวิจารณญาณ
๕.๔ กิจกรรมพลเมืองผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง
สมรรถนะที่ ๖ การอยู่ร่วมกับธรรมชาติและวิทยาการอย่างยั่งยืน
(Sustainable coexistence with living in the harmony of nature and science)
S กิจกรรม Simulation : แบบจำลอง
๖.๑ กิจกรรมเมืองอัจฉริยะหัวใจสีเขียว (Smart Green City)
๖.๒ กิจกรรมอยู่รอดอย่างชาญฉลาดกับธรรมชาติ (Smart Village)
๕. กิจกรรม OCOI : ๑ ห้องเรียน ๑ นวัตกรรม
การจัดกิจกรรม OCOI : One Classroom One Innovation (๑ ห้องเรียน ๑ นวัตกรรม) การพัฒนากระบวนการคิดพิชิตยาเสพติด โดยแบ่งเป็นหัวข้อให้สอดคล้องกับหลักสูตรท้องถิ่นจันทบุรีศึกษา
เพื่อให้นักเรียนได้ทำงานเป็นทีม ระดมสมอง มีการลงมือปฏิบัติจากสถานการณ์จริง ตลอดจนนักเรียนได้ผ่านการเรียนรู้จากกิจกรรมที่มีประโยชน์ที่โรงเรียนดำเนินการ ได้แก่ กิจกรรมการปฐมนิเทศ กิจกรรมการปัจฉิมนิเทศ กิจกรรมปีใหม่ กิจกรรมน้องส่งพี่ ทำให้นักเรียนได้พัฒนาศักยภาพของตนเอง กิจกรรมค่ายส่งเสริมพฤติกรรมนักเรียน
โรงเรียนมีกิจกรรม ๑ ห้องเรียน ๑ นวัตกรรม (OCOI : One Classroom One Innovation) จึงทำให้เกิดนวัตกรรมทุกห้องเรียน โดยคิดนวัตกรรม KRP Innovation for Sustainability ขึ้น นักเรียนทุกห้องเรียนนำเสนอโครงร่างนวัตกรรม เป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันทั้งระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย ได้มีการกำหนดแนวทางการสร้างนวัตกรรมดังนี้
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ เพื่อตนเอง
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ เพื่อครอบครัว
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ เพื่อผู้อื่น
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ เพื่อโรงเรียน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ เพื่อชุมชน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ เพื่อสังคมและประเทศชาติ
๖. กิจกรรมชมรม TO BE NUMBER ONE
โรงเรียนขลุงรัชดาภิเษก ส่งเสริมมุ่งพัฒนานักเรียนให้มีภูมิคุ้มกันทางจิตใจ มีทักษะชีวิต ใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์ โดยอาศัยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และยึดหลักเพื่อนช่วยเพื่อน เพื่อสร้างค่านิยม ‘เป็นหนึ่งโดยไม่พึ่งยาเสพติด’ อย่างยั่งยืน ส่งผลให้ ชมรม TO BE NUMBER ONE ของโรงเรียนขลุงรัชดาภิเษก ได้เป็นตัวแทนเข้าร่วมการแข่งขัน ชมรม TO BE NUMBER ONE ระดับภาคกลางและภาคตะวันออก ระหว่างวันที่ ๒-๕ มีนาคม ๒๕๖๙ ณ โรงเรียนเอเชียแอพอร์ต จ.ปทุมธานี
๗. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ Learn to Earn : การมีรายได้ระหว่างเรียน หรือจบแล้วมีงานทำ
“การเรียนรู้เพื่ออยู่รอด” เป็นการเสริมทักษะทางด้านความรู้และประสบการณ์ทำงาน หรือ Hard Skill และทักษะ ทางด้านสังคมและการควบคุมอารมณ์ หรือ Soft Skill รวมเรียกว่าทักษะแห่งการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 หรือ Power Skill ซึ่งเป็น ทักษะที่มีความจำเป็นทั้งในการใช้ชีวิตและการทำงานในยุคปัจจุบันและในอนาคต เป้าหมายหลักของ Learn to Earn คือการกระตุ้นให้ นักเรียนเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและรุนแรงในยุคปัจจุบัน ทั้งนี้โรงเรียนขลุงรัชดาภิเษกกำหนดให้นักเรียนทุกคน ฝึกประสบการณ์ ฝึกอาชีพ จากแหล่งเรียนรู้ภายนอกโรงเรียนตามที่ตนเองสนใจในทุกวันศุกร์ สัปดาห์ที่ 2 และ 3 ของเดือน หรือตามที่ โรงเรียนกำหนด
๘. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ “การพัฒนาทักษะชีวิต”
เป็นการจัดการเรียนรู้โดยวิทยากรภายนอก ปราชญ์ชาวบ้าน ผู้ที่มีความรู้ความชำนาญเฉพาะด้าน โดยเน้นทักษะที่จำเป็นในการดำเนินชีวิตของนักเรียนโรงเรียนขลุงรัชดาภิเษก ประกอบด้วย
– การว่ายน้ำ – การปฐมพยาบาล – การทำอาหารเบื้องต้น
– แผนเผชิญเหตุ – ศิลปะการป้องกันตัว – การแต่งหน้า
– เครื่องดื่มและการบริการ – การเสริมบุคลิกภาพ – มารยาท
– กฎหมายในชีวิตประจำวัน – เพศศึกษา/เพศวิถี – การซ่อมแซมเสื้อผ้า
– การเตือนภัยในโลกไซเบอร์ – การสร้างสุขภาวะที่ดีของร่างกาย – การวางแผนการเงิน
– Bodyweight Exercise – เกมและกิจกรรมนันทนาการ – งานไฟฟ้าเบื้องต้น
– งานประดิษฐ์และงาน D.I.Y – เทคนิคการถ่ายภาพ – อื่น ๆ ตามความเหมาะสม ฯลฯ
๙. กิจกรรมจิตสาธารณะเพื่อชุมชน ภายใต้ชื่อ“รวมพลคนรักขลุงรัชดาภิเษก(สำนึกรักบ้านเกิด)”
เป็นกิจกรรมที่ให้นักเรียนได้ช่วยกันแก้ไขปัญหา มีการระดมความคิดเห็น ลงสู่ขั้นตอนการปฏิบัติ จากนักเรียนสู่ ชุมชน กิจกรรมนี้ทำให้นักเรียนได้มีบทบาทสำคัญในการให้ความร่วมมือ ร่วมคิด ร่วมรับผิดชอบในการดูแลสิ่งแวดล้อมและสถานที่ นักเรียนมีส่วนร่วมใช้ เช่น สะพานลอย ด้านหน้าโรงเรียน เป็นต้น ส่งผลให้บริเวณด้านบนสะพานลอยที่มีขยะอยู่เป็นจำนวนมาก มีความ สะอาด ปราศจากขยะ ส่งผลให้สภาพแวดล้อมน่าอยู่ ปลอดภัย
กลุ่มเสี่ยง/มีปัญหา
· การปฏิบัติ
๑. จัดกิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรม “กิจกรรมใครติดยายกมือขึ้น”
๒. การให้คำปรึกษา (Counseling)
· กลไก ๓ร : ครู นักเรียน และปราชญ์ชาวบ้าน "ร่วมทำ" กิจกรรมเพื่อให้เกิดความใกล้ชิดและความไว้วางใจ
R : Re–protect (การป้องกัน)
สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ด้านการป้องกัน คือ การสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับครู ผู้ปกครอง นักเรียน และชุมชน ในการตระหนัก ถึงโทษและภัยของยาเสพติด อบายมุข เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันในการป้องกันตัวเองจากยาเสพติดและอบายมุข โดยมุ่งเน้นให้นักเรียนมี ความรับผิดชอบต่อตนเอง คือรู้จักหน้าที่ของตนเองแก้ไขปัญหาของตนเองได้ ยอมรับผลการกระทำของตนเองและพร้อมที่จะปรับปรุงแก้ไข ความรับผิดชอบต่อสังคม คือมีความรับผิดชอบต่อโรงเรียนหรือต่อสังคมที่เกิดจากการตัดสินใจทำกิจกรรมต่าง ๆ โดยปฏิบัติอย่าง มีจริยธรรม และความรับผิดชอบต่อประเทศชาติ คือต้องมีความอดทน ขยัน ซื่อสัตย์ เป้นพลเมืองที่ดี เห็นความสำคัญของประเทศชาติมากกว่าประโยชน์ส่วนตน
T : Treat & Track (การติดตาม)
สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ด้านการเฝ้าระวัง คือ ติดตามผลของการจัดกิจกรรม ความรับผิดชอบที่เกิดขึ้นในตัวของนักเรียนว่านักเรียนได้ปฏิบัติกิจกรรมแล้ว นักเรียนมีการพัฒนาตนเองหรือแก้ไขพฤติกรรมได้ มีความรับผิดชอบต่อตนเอง ต่อสังคม และต่อประเทศชาติอย่างไร รวมถึงการติดตาม บำบัด หรือส่งต่อนักเรียนกลุ่มเสี่ยงที่มีปัญหาเกี่ยวกับยาเสพติดและอบายมุข