ABOUT ARTIST
ABOUT ARTIST
View From The Bus Tour คือโปรเจกต์ดนตรีเดี่ยวของ เฟนเดอร์-ธนพล จูมคำมูล นักร้องนำวง Solitude Is Bliss ซึ่งนำเสนอเพลงแนวป็อปที่มีเนื้อหาผสมผสานประสบการณ์ชีวิต ปรัชญา และการเมืองที่เข้าถึงง่าย
เฟนเดอร์ ธนพล จูมคำมูล คือศิลปินเชียงใหม่ หลาย ๆ คนอาจรู้จักเขาในบทบาทของนักร้องนำและผู้ประพันธ์ของวงอินดี้ไทย Solitude Is Bliss เป็นเวลาหลายปีที่เฟนเดอร์ได้เดินทางผ่านเสียงเพลง และต่อสู้เพื่อชีวิตของการเป็นศิลปินผู้สร้างปรากฎการณ์ใหม่ ๆ ให้กับวงการดนตรี View From The Bus Tour เปรียบเสมือนประตูสู่โลกแห่งซาวด์อินดี้โฟล์ค ที่พาเราย้อนเวลากลับไปยังวัยเด็ก การค้นพบ และการเคลื่อนไหวของโลก
เฟนเดอร์ กล่าวเสมอว่าเขาค้นพบอิสรภาพเป็นครั้งแรกผ่านการฟังดนตรี ในขณะที่เฝ้ามองโลกเคลื่อนไหลผ่านหน้าต่างไป บนเส้นทางรถทัวร์ในวัยเด็ก อิสรภาพผ่านเสียงนำพาเขาไปยังอีกมิติหนึ่ง ในพื้นที่ที่สิ่งที่ดำเนินภายในเคลื่อนผ่านไปสู่โลก ความเคลื่อนไหวคือฟันเฟืองในการสร้างสรรค์ผลงานของเขาในเวลาต่อมา
อัลบั้ม “am i moon” เป็นเดบิวต์แรกของเฟนเดอร์ในโปรเจคเดี่ยว View From The Bus Tour ที่ใช้เวลาบ่มนานร่วมสิบปี ผ่านการมองโลก จิตใจ และคำถามมากมายที่ได้สื่อสารผ่านการเล่นกับซาวด์วินเทจทดลอง ก้าวข้ามพรมแดนของแนวดนตรีไปไกล คล้าย ๆ สายลมที่พัดผ่านหน้าปลิวไสวที่จะได้ยินผ่านลูกเล่นของเครื่องดนตรีเช่นขลุ่ย รีคอร์เดอร์ และคาซู่ เคล้าเมโลดี้ซิกเนเจอร์ในแบบของศิลปิน รวมเป็นภาพในโสตที่ยากจะลบเลือนไปจากความทรงจำ
แค่ได้ยินทำนองก็รู้แล้วว่าเป็นเพลงของใคร-ประโยคนี้ใช้ได้ดีกับเพลงของวงดนตรีโฟล์กชวนหลับตาฟัง Youth Brush ที่มีสมาชิกหลักหนึ่งเดียวคือ ดุ่ย-วิษณุ ลิขิตสถาพร
และหากให้พูดถึง Youth Brush คำแรกที่นึกถึงคงจะเป็น ‘น่ารัก’ ทั้งเมโลดี้ที่ฟังสบาย ทั้งเนื้อเพลงที่ถูกแต่งแต้มด้วยสิ่งรอบตัวเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน ที่บรรจงสอดแทรกในท่วงทำนองจนกลายเป็นบทเพลงสุดแสนน่ารักที่เปี่ยมด้วยความรักและความหวังดี
ช่วงหลังดุ่ยเริ่มใส่คำศัพท์เชิงวิชาการลงในเพลง เพราะเขารู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่ช่วยผลักดันความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ได้
อัลบั้มล่าสุดของ Youth Brush ที่ออกช่วงโควิดปี 2020 เป็นต้นมา เป็นเหมือนบันทึกการเติบโตของเขา ไม่ใช่แค่ในแง่ของดนตรี แต่รวมถึงความคิด ความเข้าใจโลก และการใช้ชีวิต ซึ่งปัจจุบันเขาทำงานรอบคอบมากขึ้น คิดมากขึ้น และรับฟังมากขึ้น
เช่นในเพลง ‘ช่างแม่งเถอะความรัก’ ที่พูดถึงเกี่ยวกับระบบทุนผูกขาด ผ่านเนื้อเพลงท่อนหนึ่งว่า
“กลับมาอยู่ในวังวนเปลืองเบียร์อีกวะ เฮ้อ
เพราะการจากลาที่เธอสร้างมันทำ ให้ใครบ้างคน ดื่มแอลกอฮอล์ จากทุนผูกขาดในตามตลาด ยังคงลำบากที่เอาเงินเก็บไปซื้อเบียร์คราฟยังคงเสร่อแค่อยากลืมใครราคาแม่งยังจะแพง”
ในความเศร้า เขาเลือกพูดถึงระบบเศรษฐกิจที่ซ่อนอยู่ในชีวิตประจำวันแบบที่คนฟังอาจเคยเจอเหมือนกัน นั่นคือการอกหักแล้วไม่มีเงินพอจะซื้อเบียร์ดี ๆ ดื่มเพื่อทำใจ ซึ่งเกี่ยวโยงกับระบบทุนในตลาด หรือในเพลง ‘Boyfriend from internet’ ที่พูดถึงปัญหาการกระจุกตัวของเมืองมาเล่าผ่านมุมมองความสัมพันธ์ “ประมาณว่าจังหวัดผมมันไม่มีไลฟ์เฮาส์ ต้องเข้ากรุงเทพฯ เพื่อมาเจอผู้หญิงเทสดี”
สะท้อนให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำของพื้นที่ด้านวัฒนธรรมและความบันเทิง ที่กรุงเทพฯ มีไลฟ์เฮาส์ (Live House) ให้ไปดูดนตรีสด แต่ต่างจังหวัดกลับไม่มีทางเลือกแบบเดียวกัน
ดนตรีของ Youth Brush จึงค่อย ๆ เปลี่ยนรสชาติไปจากที่เคยหวานละมุน มาเป็นแบบที่มีรสขมผสมอยู่ด้วย เป็นรสชาติของการมองโลกในแบบที่โตขึ้น ที่ใส่เรื่องของสังคมไม่ได้เจาะจงแค่เรื่องความรู้สึกอย่างเดียว
BORIKORN
บริกร (Borikorn) คือนิยามของความขบถทางดนตรีที่เลือกจะยืนหยัดอยู่บนเส้นทาง Alternative อย่างเหนียวแน่นและชัดเจนที่สุดกลุ่มหนึ่งในยุคนี้ พวกเขาไม่ได้นำเสนอเพียงแค่ท่วงทำนองที่แปลกหู แต่เป็นการสถาปนา "พื้นที่ทางอารมณ์" ที่อนุญาตให้ผู้ฟังได้จมดิ่งลงไปในความซับซ้อนของจิตใจผ่านซาวด์ดนตรีที่มีมิติและชั้นเชิงสูง
เสน่ห์อันเป็นอัตลักษณ์ของบริกรคือการร้อยเรียงดนตรีทางเลือกที่เต็มไปด้วยความ "เรียล" และความดิบที่ผ่านการกลั่นกรองมาอย่างประณีต ทุกตัวโน้ตที่ถูกดีดออกไปและทุกจังหวะกลองที่กระแทกกระทั้นเปี่ยมไปด้วยน้ำหนักของความรู้สึกที่ซื่อตรงต่อตัวเอง ไม่มีการปรุงแต่งให้หวานเลี่ยนเพื่อเอาใจตลาดกระแสหลัก แต่เป็นการเลือกที่จะ "ปะทะ" กับความรู้สึกของผู้ฟังโดยตรง
เนื้อหาและท่วงทำนองของวงมีความหน่วงหนักสลับกับการผ่อนปรนในจังหวะที่เหนือความคาดหมาย ซึ่งสะท้อนถึงวิญญาณของความเป็น Alternative ที่แท้จริง—นั่นคือการไม่ยึดติดกับโครงสร้างเดิมๆ แต่เลือกที่จะสร้างสรรค์โครงสร้างใหม่ที่ตอบโจทย์จิตวิญญาณของศิลปินในขณะนั้น การรับชมหรือรับฟังบริกรจึงไม่ใช่แค่การเสพดนตรีเพื่อความบันเทิงชั่วครั้งชั่วคราว แต่มันคือการได้ร่วมเดินทางไปในห้วงความคิดที่ทั้งมืดหม่น สง่างาม และเปี่ยมไปด้วยความหวังในเวลาเดียวกัน
ความแข็งแกร่งของบริกรไม่ได้อยู่แค่ที่ทักษะทางดนตรีที่เคี่ยวกรำมาอย่างเข้มข้น แต่คือ "จุดยืน" ที่ชัดเจนในการเชิดชูวัฒนธรรมดนตรีนอกกระแสให้มีความหมายและทรงพลัง พวกเขาคือเครื่องพิสูจน์ว่าดนตรีที่มีกลิ่นอายของความดิบและความนิ่งลึกนั้นสามารถเข้าถึงใจผู้คนได้หากมันถูกถ่ายทอดออกมาจากความจริงใจที่ไร้ฟิลเตอร์ บริกรจึงเป็นมากกว่าแค่วงดนตรี แต่คือกระบอกเสียงของความอิสระทางศิลปะที่กล้าจะแตกต่างอย่างมีชั้นเชิง
MAGPIEROBIN
"ให้เสียงเพลงของเขาเป็นดั่งนกกางเขนที่โบยบินอย่างอิสระเหนือท้องฟ้าบางบัวทอง ในวันที่เราหยุดพักเพื่อฟังเสียงหัวใจตัวเอง"
ท่ามกลางลมหายใจของบางบัวทองที่ขยับเขยื้อนไปตามจังหวะกิ่งไม้ไหว ดนตรีของ Magpie-robin ปรากฏตัวขึ้นอย่างสงบเงียบทว่ากังวานไกลไม่ต่างจากนกกางเขนบ้านตัวจ้อยที่เกาะกิ่งไม้สูงเด่นเป็นสง่าเหนือรั้วบ้านไม้เก่า ขนสีขาวดำที่ตัดกันชัดเจนเปรียบดั่งความสัตย์ซื่อในบทเพลงที่ไม่มีการปรุงแต่งสีสันให้ผิดเพี้ยนไปจากความจริง เป็นท่วงทำนองที่พกพาเอาความดิบกระด้างของชีวิตมากลั่นกรองจนกลายเป็นความนุ่มนวลชวนโหยหา ทุกครั้งที่นิ้วเรียวกระทบลงบนสายกีตาร์สั่นไหว มันคืออาการกระดกหางทักทายของนกเจ้าถิ่นที่แสนจะมั่นใจในอาณาเขตแห่งความรู้สึกของตนเอง เสียงร้องที่ทอดตัวผ่านอากาศธาตุสอดประสานไปกับผืนผ้าฝ้ายสีขาวดิบในงานคะนองโฟล์คได้อย่างไร้รอยต่อ ราวกับว่าเขาไม่ได้มาเพื่อแสดงโชว์ แต่มาเพื่อทำรังและวางไข่แห่งแรงบันดาลใจไว้ในใจของผู้ฟังที่เหนื่อยล้าจากการเดินทางไกล ดนตรีของเขาคือภาษาที่มนุษย์ใช้สนทนากับธรรมชาติและจิตวิญญาณส่วนลึก เป็นเสียงเพรียกที่เตือนให้เราตระหนักว่าความงดงามที่แท้จริงมักซ่อนตัวอยู่ในสิ่งธรรมดาสามัญที่ถูกมองข้าม เหมือนเสียงนกร้องยามเช้าที่ปลอบประโลมโลกใบเดิมให้ดูเปี่ยมด้วยความหมายใหม่ในทุกวัน
MACKONGRAM
หากจะนิยามงานของ Mackongram (@mackymango_th) ผ่านสายตาของคนทำสื่อหรือนักจัดกิจกรรม สิ่งที่เห็นชัดที่สุดไม่ใช่แค่ความสวยงาม แต่คือ "Dynamic Visual" หรือความเคลื่อนไหวที่ซ่อนอยู่ในภาพนิ่ง งานของเขามีแรงดึงดูดบางอย่างที่ทำให้คนดูต้องหยุดพินิจ
เอกลักษณ์ที่เป็นลายเซ็นของ Mackongram คือการกล้าใช้สีสันที่ฉูดฉาด (High Contrast) มาวางคู่กับลายเส้นที่มีความอิสระ และมีกลิ่นอายของ Hand-drawn หรือความรู้สึกเหมือนงานคราฟต์ที่ทำด้วยมือ ซึ่งให้ความรู้สึก "จริงใจ" และ "เข้าถึงง่าย" เหมาะอย่างยิ่งกับงานศิลปะร่วมสมัยที่ต้องการสื่อสารกับผู้คนโดยตรง
ในทุกๆ โปสเตอร์ของเขา มักจะมีตัวละครหรือองค์ประกอบหลักที่มีคาแรคเตอร์ชัดเจน ศิลปินมีความสามารถพิเศษในการดึง "อารมณ์" ของสิ่งที่ต้องการสื่อสารออกมาเป็นภาพร่าง (Illustration) ที่มีเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นความสนุกสนาน ความลึกลับ หรือความอบอุ่น เขาไม่ได้แค่เอาตัวหนังสือมาวางทับรูปภาพ แต่เขาใช้ภาพในการ "เล่าเรื่อง" ไปพร้อมๆ กับข้อมูลสำคัญ ทำให้โปสเตอร์ของเขามีค่ามากกว่าแค่กระดาษแจ้งข่าวสาร แต่มันคือ Collectible Art ที่คนอยากเก็บสะสม
อีกหนึ่งจุดแข็งคือการจัดการกับ Typography หรือตัวอักษร เขามักจะดีไซน์ฟอนต์หรือจัดวางคำให้ดูเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของภาพวาด ไม่ได้ดูแยกส่วนกัน การใช้พื้นที่ว่าง (Space) ของเขาทำได้อย่างชาญฉลาด มีจุดนำสายตาที่ทำให้คนรับสารรู้ว่าควรโฟกัสที่ตรงไหนก่อน-หลัง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการออกแบบโปสเตอร์ที่ดี
เสน่ห์ที่แท้จริงคือความ "ร่วมสมัย" (Modernity) งานของเขาสามารถปรับตัวให้เข้ากับบริบทที่หลากหลาย ตั้งแต่งานอีเวนต์ดนตรีทางเลือก งานนิทรรศการศิลปะ ไปจนถึงโปรเจกต์เชิงพาณิชย์ที่ต้องการภาพลักษณ์ที่ดูใหม่และไม่ซ้ำซากจำเจ การเลือกใช้บริการของ MackyMango จึงไม่ใช่แค่การจ้างออกแบบ แต่คือการเพิ่ม "จิตวิญญาณ" และ "รสนิยม" เฉพาะตัวให้กับงานนั้นๆ
"DJ NOMiW: พลังงานใหม่ในพื้นที่สร้างสรรค์ของบางบัวทอง"
DJ NOMiW ดีเจสาวผู้มาพร้อมกับความหลงใหลในดนตรีนอกกระแส เธอร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์ บางบัวทองคะนองโฟล์ค เพื่อพิสูจน์ว่าคนทำงานดนตรีในย่านนี้มีศักยภาพไม่แพ้ใครในเมือง
หน้าที่ของเธอคือการสร้าง Soundscape ที่เป็นกันเอง ดิบ และเข้ากับบรรยากาศการเรียนรู้ร่วมกันของชุมชน มาร่วมสัมผัสความตั้งใจของเธอที่อยากให้ดนตรีเป็นสะพานเชื่อมโยงทุกคนเข้าด้วยกัน โดยไม่ต้องเดินทางเข้าเมืองไปที่ไหนไกล