ชื่อ-สกุล นางกัลยา บุญดี
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ
กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา
โรงเรียนสตรีศึกษา จังหวัดร้อยเอ็ด
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาร้อยเอ็ด
สอนรายวิชาสุขศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 2
กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
งานปฏิคม กลุ่มบริหารทั่วไป
เลขานุการสำนักงาน กลุ่มบริหารทั่วไป
ครูที่ปรึกษานักเรียน ชั้นม.1/3
1.1 ชั่วโมงสอนตามตารางสอน รวมจำนวน....18......ชั่วโมง/สัปดาห์ดังนี้
รายวิชาสุขศึกษา ระดับชั้น ม. 1/1 - 1/6 จำนวน 6 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชาสุขศึกษา ระดับชั้น ม. 2/5 - 2/13 จำนวน 9 ชั่วโมง/สัปดาห์
ชั่วโมงโฮมรูม นักเรียนที่ปรึกษาชั้น ม. 1/7 จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี ระดับชั้นม.2 จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.2 งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ จำนวน ....11.... ชั่วโมง/สัปดาห์
1.3 งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา จำนวน........-.....ชั่วโมง/สัปดาห์
1.4 งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น จำนวน.......3.....ชั่วโมง/สัปดาห์
รวมจำนวนชั่วโมง .........31....... ชั่วโมง/สัปดาห์
1.1 ชั่วโมงสอนตามตารางสอน รวมจำนวน.....18.....ชั่วโมง/สัปดาห์ดังนี้
รายวิชาสุขศึกษา ระดับชั้น ม. 1/1 - 1/4, 1/12-1/13, 1/16 จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชาสุขศึกษา ระดับชั้น ม. 2/8 - 2/13 จำนวน 6 ชั่วโมง/สัปดาห์
ชั่วโมงโฮมรูม นักเรียนที่ปรึกษาชั้น ม. 1/3 จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี ระดับชั้นม.2 จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรม PLC กลุ่มสาระฯ จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.2 งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ จำนวน ....11.... ชั่วโมง/สัปดาห์
1.3 งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา จำนวน........-.....ชั่วโมง/สัปดาห์
1.4 งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น จำนวน.......3.....ชั่วโมง/สัปดาห์
รวมจำนวนชั่วโมง .........31....... ชั่วโมง/สัปดาห์
ประเด็นที่ท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนของผู้จัดทำข้อตกลง ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ ต้องแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังของวิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ คือ การริเริ่ม พัฒนา การจัดการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น (ทั้งนี้ ประเด็นท้าทายอาจจะแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังในวิทยฐานะที่สูงกว่าได้)
ประเด็นท้าทาย เรื่อง การพัฒนาทักษะการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐานของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้เทคนิคการสอนแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)
1. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ได้มีการกำหนดให้นักเรียนต้องมีความรู้และทักษะ ในการช่วยฟื้นคืนชีพและเคลื่อนย้ายผู้ป่วยอย่างปลอดภัย และในสถานการณ์ปัจจุบันพบว่าการเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้น หรือหยุดหายใจเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ ซึ่งต้องได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที ดังนั้น ทักษะการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน จึงเป็นทักษะที่สำคัญต่อผู้เรียนเพื่อช่วยลดอัตราการสูญเสียชีวิตได้ หากผู้เรียนมีความเข้าใจและสามารถปฏิบัติได้อย่างถูกวิธี
2. วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
การช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน นักเรียนจะต้องมีทั้งความรู้และทักษะ ครูผู้สอนจึงเลือกเทคนิค
การสอนแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เป็นกระบวนการเรียนการสอนที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในชั้นเรียน สร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูผู้สอนกับผู้เรียน มุ่งให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติ โดยมีครูเป็นผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) สร้างแรงบันดาลใจ ให้คำปรึกษา ดูแล แนะนำ ซึ่งสอดคล้องกับการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน ที่ผู้เรียนจะต้องเป็นผู้ลงมือปฏิบัติจากความรู้ที่ได้รับโดยมีครูเป็นผู้ให้คำแนะนำ ครูผู้สอนจึงได้กำหนดแนวทางในการพัฒนาทักษะการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐานของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดย
ใช้เทคนิคการสอนแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ไว้ดังนี้
1) จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับเทคนิคการสอนแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)
2) รวบรวมสื่อที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนการสอน เช่น PowerPoint, วิดีทัศน์, หุ่นฝึกปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพครึ่งตัว (CPR)
3) แบบประเมิน Check and sure
4) แบบประเมินทักษะการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน
5) แบบประเมินความพึงพอใจ
3. ผลลัพธ์ที่คาดหวัง
3.1 เชิงปริมาณ
1) ผู้เรียนร้อยละ 80 มีทักษะการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐานในระดับ ดี (8 - 10 คะแนน)
2) ผู้เรียนร้อยละ 80 มีความพอใจในระดับมาก ในการพัฒนาการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐานโดยใช้เทคนิคการสอนแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)
3.2 เชิงคุณภาพ
1) ผู้เรียนสามารถปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐานได้ถูกต้องตามสถานการณ์
2) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนการสอน มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับ มาก ขึ้นไป