เตยหรือหลิ่ง
เตยหรือหลิ่ง
เตยหรือหลิ่น การละเล่นพื้นบ้านที่คุณอาจไม่รู้จักมาก่อน เตยหรือหลิ่น เป้นการละเล่นพื้นเมืองของจังหวัดตาก จะเล่นกันบริเวณลานกว้างที่โล่งแจ้ง วิธีการล่นเริ่มจากขีดเส้นเป็นตารางจำนวนเท่ากับผู้เล่น จากนั้นแบ่งผู้เล่นออกเป็น 2 ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งยืนประจำเส้นตามขวาง อีกฝ่ายจะวิ่งผ่านแต่ละเส้นไปโดยไม่ให้เจ้าของเส้นแตะได้ เมื่อเริ่ม
ม้าจกคอก
๑. แบ่งผู้เล่นออกเป็น ๒ ฝ่าย ฝ่ายแรกมี ๒ คน สำหรับถือท่อนไม้ที่วางขนานบนขอนไม้ แล้วกระทบกันเป็นจังหวะ ส่วนฝ่ายที่ ๒ มี ๒ คนขึ้นไป สำหรับเป็นผู้เต้น
๒. ให้ผู้เล่นเข้าไปอยู่ระหว่างคาน ผู้ถือไม้คานทั้งคู่ก็ทำสัญญาณ โดยยกคานไม้ทั้งคู่กระแทกลงบนไม้หมอน ระหว่างที่เคาะจังหวะอยู่นั้นผู้เล่นต้องเต้นไปด้วย เมื่อให้สัญญาณเคาะ ๓ ครั้งแล้ว ครั้งที่ ๔ ผู้ถือจะเอาคานทั้งสองเข้าชิดกัน ผู้เต้นจะต้องกระโดดให้สูงกว่าครั้งแรกของจังหวะและแยกขาออกให้พ้นไม้ ถ้าถูกหนีบเรียกว่า ม้าขำคอก หรือม้าติดคอก คู่ที่ถูกไม้หนีบจะต้องออกไปเปลี่ยนให้ผู้ที่ถือคานอยู่เดิมนั้นเข้ามาเต้น ในระหว่างคานนั้นบ้าง
ซิกโก๋งเก๋ง
อุปกรณ์ ใช้ไม้ ๒ ชิ้น คือ ไม้แม่ ทำด้วยกิ่งไม้ที่หาง่ายและเหนียว มีขนาด เส้น ผ่าศูนย์กลางประมาณ ๑นิ้ว หรือใกล้เคียง ยาวประมาณ ๑ ศอก และ ไม้ลูก อาจนำจากไม้ท่อนเดียวกันด้านปลายของไม้แม่ยาวประมาณ ๑ คืบ ไม้ที่สามารถทำได้ เช่น ไม้มะขาม ไม้ฝรั่ง หรือไม้ไผ่ลำเล็ก ตัน คือ เป็นไม้ที่สามารถหาได้ง่ายในท้องถิ่น นิยมใช้ไม้สดด้วยเป็นไม้ที่ยังมีน้ำหนักและเหนียวไม่เปราะเหมาะสมกับกระบวน การเล่น
โพงพาง
ยิ้งฉุ บกันว่าใครจะเป็นผู้แพ้ต้องปิดตาเป็นโพงพางตาบอด ผู้เล่นคนอื่นๆจับมือเป็นวงกลมร้องเพลง “โพงพางเอ๋ย โพงพางตาบอด รอดเข้ารอดออก โพงพางตาบอด ปล่อยลูกช้างเข้าในวง” ขณะเดินวนรอบๆโพงพางตาบอดร้องเพลง1-3จบ แล้วนั่งลงโพงพางจะเดินมาคลำคนอื่นๆ ซึ่งต้องพยายามหนี และจะต้องเงียบสนิท หากโพงพางจำเสียงหัวเราะ รูปลักษณะได้จะเรียกชื่อ ถ้าเรียกคนถูกต้องออกมาปิดตาเป็นโพงพางต่อไป ถ้าไม่ถูกก็ต้องเป็นโพงพางต่อไปอีกเรื่อยๆ
อีหึ่ม
อุปกรณ์ไม้ยาวประมาณ ๕๐ เซ็นติเมตร และไม้ยาวประมาณ ๒๐ เซ็นติเมตร เรียกว่า ลูก อาจใช้ตะเกียบแทนก็ได้
จำนวนผู้เล่นตั้งแต่ ๔ คนขึ้นไป ควรจะเป็นคู่กันด้วย
วิธีเล่นแบ่งผู้เล่นเป็น ๒ ฝ่าย ๆ ละเท่ากัน เป่ายิงฉุบกันใครชนะเล่นก่อน ขุดหลุมน้อย ๆ เอาลูกพาดกลางหลุมไว้ใช้ไม้ยาว ๕๐ เซ็นติเมตร (ไม้วุด) งัดไม้ที่เป็นลูกหรือที่ยาว ๒๐ เซ็นติเมตรไปให้ไกลที่สุด แล้ววางไม้วุดปากหลุม ให้อีกฝ่ายที่ไม่ได้งัดโดยไม้ที่วุดไปให้มาถูกที่พาดไว้บนปากหลุม ถ้าวุดไม่ถูกก็ให้วุดไม้อีกครั้งจนกว่าจะถูก ถ้าถูกให้ผู้ที่เป็นฝ่ายโยนไม้มาปากหลุมแทน
เบี้ยขี้โก่ง
วิธีเล่น๑. ขุดหลุมให้พอเหมาะกับเบี้ย ๑ หลุม และขีดเส้นใต้ห่างจากหลุมให้พอเหมาะ
๒. ถ้าผู้เล่นมีไม่ครบคู่ให้เล่นคี่ก็ได้
๓. จุดโยนเบี้ยต้องห่างจากหลุมไม่ต่ำกว่า ๕ เมตร
๔. ผู้เล่นต้องโยนหินให้ใกล้หลุมมากที่สุดหรือลงหลุมเลยก็ได้
๕. ผู้ที่โยนเบี้ยไกลที่สุดจะถูกคนที่ใกล้หลุมมากที่สุดเก็บเบี้ยขึ้นมาแล้วโยน จากหลุมให้ข้ามเขต ๕ เมตร แล้วโยนเบี้ยให้ถูกคนที่อยู่ไกลหลุม
๖. ถ้าถูกคนนั้นก็จะขี่หลังของคนที่ตีเบี้ยโดนนั้น แล้วโยนหินบนหลังนั้นให้เข้าหลุมก็ได้ หรือไม่เข้าก็ต้องตีโดนเบี้ยนั้นให้ได้
๗. ถ้าโยนไม่ถูก คนที่ได้ขี่หลังก็จะถูกคนที่ขี่หลังเก็บเบี้ยของตนแล้วมาตีให้ถูกเบี้ยของคน นั้นให้ได้ ถ้ายังไม่ถูกคนที่เหลือก็จะต้องตีให้ถูกหินของใครก็ได้แล้วคนที่ขี่หลังโยน หินต่อ แต่ถ้าไม่โดนสักคนก็เริ่มต้นใหม่
บ่าขี้เบ้าทราย
อุปกรณ์๑. กองทราย
๒. ลูกขี้เบ้าทราย ลูกขี้เบ้าทำมาจากทรายที่ละเอียดพอควร หากเป็นทรายหยาบมักจะไม่ค่อยแข็งแรงเท่าที่ควร ลูกขี้เบ้ามี
วิธีทำ๑.๑ นำทรายที่ละเอียดพอมาหนึ่งกำมือ เอาน้ำใส่ในทราย พอปั้นเป็นรูปกลม ๆ ได้ น้ำไม่ควรมากเกินและน้อยเกินไป เพราะการปั้นทรายให้เป็นรูปกลม ๆ ต้องใช้น้ำให้พอเหมาะ
๑.๒ พอปั้นทรายให้เป็นรูปกลม ๆ แล้ว นำทรายนั้นมาคลุกกับทรายอีกจนแข็ง หาก ทำให้เนื้อทรายผิวนอกเกิดสีผิวคล้ำเข้มกว่าผิวปกติ จะแข็งมากกว่าลูกอื่น ๆ และจะให้แข็งขึ้นไปอีกก็ต้องนำไปฝังดินหรือทรายให้นานกว่า ๔ - ๕ วันขึ้นไป
วิธีการเล่นลูกขี้เบ้า มีอยู่ ๒ วิธี คือ
๑. เล่นแบบ ๒ ลูก คือ ในกองทรายให้ขุดหลุมลงไปให้มีทางยาวเป็นหนึ่งทาง ให้ตรงกลางหลุมลึกกว่าตรงปลายหลุม แล้วให้ลูกขี้เบ้าของเด็กสองคนมาชนกัน หากใครเป็นฝ่ายแตกฝ่ายนั้นเป็นฝ่ายแพ้ไปทำมาเล่นใหม่
๒. เล่นแบบ ๔ ลูก คือ การเล่นแบบที่ ๑ แต่มีลูกขี้เบ้าทรายมากกว่า ๒ นี้ ผู้เล่นต้องขุดหลุมเป็นทางมากกว่า ๑ ทางขึ้นไป เช่น เล่นแบบ ๔ ลูก ผู้เล่นก็มี ๔ คน ลูกขี้เบ้าคนละลูก ขุดหลุมทรายออกให้เป็นรูปกากบาท ให้ตรงกลางหลุมลึกกว่าตรงปลายหลุม แล้วผู้เล่นก็นำลูกขี้เบ้าทั้ง ๔ คน นำเอามาวางบนปากหลุม ทุกคนก็ปล่อยลงไปพร้อมกัน ดูว่าลูกใครแตกน้อยที่สุดผู้นั้นก็ชนะ
ลูกโยน หรือ ลูกช่วง
การละเล่นลูกโยน หรือลูกช่วง ใช้ผ้าเช็ดหน้าผืนใหญ่มาผูกปมเป็นลูกช่วง แบ่งผู้เล่นเป็น 2 ฝ่าย เริ่มเล่นด้วยการโยนลูกช่วงให้อีกฝ่ายหนึ่งรับ ถ้าฝ่ายตรงข้ามรับได้ก็จะเอาลูกช่วงนั้นปากลับ มายังฝ่ายที่โยนมา ถ้าปาถูกตัวผู้เล่นคนใดคนหนึ่ง ก็จะได้คะแนน ความสนุกจะอยู่ที่ลีลาในการหลอกล่อ ชิงไหวชิงพริบ ของการหลบและการปาลูกช่วง
เชิญผีนางด้ง
รำนางด้ง การละเล่นพื้นบ้านที่ใช้อุปกรณ์บ้าน ๆ คือ นำกระด้งมาใช้เป็นอุปกรณ์ในการละเล่น แต่ที่สำคัญต้องเป็นหญิงหม้ายเท่านั้นถึงจะเล่นได้ จับสองคน ๆ ละสองมือ โยกไปโยกมาเชิญผีนางด้งเข้าด้วยเพลงพื้นบ้านแบบชาวไทครั่ง แล้วทำนายทายทักว่าจะพบคนรักหรือไม่ เอาไว้เล่นสนุก ๆ ในยามสงกรานต์
การซอพื้นเมือง
การละเล่นซอพื้นเมือง หรือ "ซอ" เป็นการขับร้องเพลงพื้นบ้านภาคเหนือของไทย โดยมีความหมายว่า ขับร้อง หรือ ร้องเพลง เป็นการละเล่นของชาวล้านนาที่มีคุณค่าทางภาษา วัฒนธรรม และภูมิปัญญา. การซอมีทั้งแบบเดี่ยวและแบบโต้ตอบกันระหว่างชายหญิงที่เรียกว่า "คู่ถ้อง" และมักมีการบรรเลงประกอบด้วยเครื่องดนตรีพื้นเมือง เช่น ปี่จุม สะล้อ ซึง และขลุ่ย. เนื้อหาของซอสามารถบอกเล่าเรื่องราวในชีวิตประจำวัน พิธีกรรม หรือแสดงความเชื่อ ค่านิยม ของสังคมล้านนาได้
หมากเก๊
การเล่นหมากเก๊ หรือที่เรียกอีกอย่างว่า หมากเก็บ เป็นการละเล่นพื้นบ้านของไทยที่ใช้อุปกรณ์คือ ก้อนหินกลมเล็กๆ จำนวน 5 ก้อน (หมาก) เพื่อฝึกสมาธิ ความคล่องแคล่ว และไหวพริบ ผู้เล่นจะโยนหมากก้อนหนึ่งขึ้นไปในอากาศ แล้วเก็บหมากเม็ดอื่นๆ ลงบนพื้นพร้อมกับรับหมากก้อนที่โยนขึ้นมาโดยไม่ให้หมากตกพื้น โดยการเล่นจะแบ่งเป็นด่านต่างๆ เช่น เก็บทีละเม็ด เก็บทีละสองเม็ด เป็นต้น การเล่นที่ผิดกติกา (เช่น ทำหมากตก) ถือว่า "ตาย" แล้วให้สิทธิ์ผู้เล่นคนอื่นเล่นต่อ
หมากล้อกลิ้ง
การละเล่น "หมากล้อกลิ้ง" เป็นการละเล่นพื้นบ้านภาคเหนือที่เด็กนิยมเล่นคนเดียวหรือเป็นกลุ่ม โดยใช้ลูกล้อไม้กลมที่ติดกับด้ามไม้ไผ่เพื่อควบคุมให้มันกลิ้งไปข้างหน้า ผู้เล่นจะวิ่งเล่นตามท้องถนน ลานวัด หรือลานบ้าน และอาจมีการแข่งขันกันว่าใครจะสามารถวิ่งควบคุมลูกล้อให้กลิ้งไปได้เร็วที่สุด
วิธีเล่น กำหนดจุดเริ่มต้น และเส้นชัยไว้ แต่ละคนนำลูกล้อของตนเองมาที่จุดเริ่มต้น และวิ่งเอาไม้ตีลูกล้อให้กลิ้งไป แข่งกันว่า ใครจะถึงเส้นชัยก่อนกัน ผู้ที่ใช้วงล้อจะได้เปรียบ เพราะวงล้อมีร่อง สำหรับใส่ยาง เอาไม้ดันได้สะดวกและตรงกว่า ไม่แกว่งไปแกว่งมา ใครถึงเส้นชัยก่อนคนนั้นก็ชนะ
หมากข่าง
การละเล่นหมากข่าง เป็นการละเล่นพื้นบ้านที่เล่นโดยใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า "หมากข่าง" หรือ "ลูกข่าง" เป็นหลัก ในภาคเหนือของไทย มีวิธีการเล่นที่นิยมคือ การแบ่งผู้เล่นเป็น 2 ข้าง แต่ละข้างมีหมากข่างและลูกสะบ้า ฝ่ายที่โยนหมากข่างโดนลูกสะบ้าของฝ่ายตรงข้ามได้มากที่สุดจะเป็นฝ่ายชนะ ซึ่งเป็นการฝึกความแม่นยำ การใช้สายตาและแขน รวมถึงการมีน้ำใจนักกีฬา
รำเสื้อแขบลาน
การละเล่น "รำเสื้อแขบลาน" หรือที่นิยมเรียกว่า ฟ้อนแขบลาน เป็นการฟ้อนรำพื้นบ้านของชาวไทหล่ม ในอำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นการฟ้อนรำที่ประกอบด้วยการขับร้องเพลงเซิ้ง เป็นส่วนหนึ่งของพิธีบุญบั้งไฟ เพื่อขอให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล โดยมีเอกลักษณ์ที่สำคัญอยู่ที่เสื้อของผู้รำที่ประดับตกแต่งด้วยใบลานย้อมสีเหลืองเป็นลวดลายสวยงาม
การแข่งขันเรือบก
การแข่งขันเรือบกเป็นการละเล่นพื้นบ้านที่เลียนแบบการแข่งขันเรือพาย แต่เล่นบนบก โดยใช้ท่อนไม้เป็นเรือ ผู้เล่นจะยืนคร่อมท่อนไม้เป็นแถวตอนแล้วก้าวเดินไปพร้อมๆ กัน เมื่อถึงเส้นชัยก่อนชนะ เป็นการละเล่นที่สร้างความสามัคคีและออกกำลังกาย โดยมีต้นกำเนิดที่อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก เป็นการละเล่นที่หนึ่งเดียวในประเทศไทย