1.1 นโยบายการจัดการคุณภาพ
1.1.1 สถานพยาบาลมีนโยบายการจัดการคุณภาพ
1.1.4 การมีส่วนร่วมของชุมชน หรือผู้รับบริการ หรือญาติ หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการบริการ
1.2 กระบวนการคุณภาพ
1.2.1 คุณภาพบริการและระบบสนับสนุนบริการ
1.2.2 คุณภาพการบริหารสถานพยาบาล
1.3 ผลลัพธ์ของการจัดการคุณภาพ
1.3.1 ความพึงพอใจและความมั่นใจของผู้รับบริการและประชาชน
1.3.2 ความสุขและความพึงพอใจของบุคลากรในสถานพยาบาล
2.2 แผนกเวชระเบียนจัดให้มีอุปกรณ์การเก็บเวชระเบียน การเก็บเวชระเบียน และการสำรองข้อมูลตามที่กำหนด
2.3 แผนกผู้ป่วยนอก มีอุปกรณ์พร้อมให้บริการครบถ้วนตามที่กำหนด
2.4 แผนกผู้ป่วยใน จัดให้มีอุปกรณ์พร้อมให้บริการครบถ้วนตามที่กำหนด
2.5 แผนกผู้ป่วยฉุกเฉิน จัดให้มีอุปกรณ์พร้อมให้บริการครบถ้วนตามที่กำหนด
2.6 แผนกเภสัชกรรม จัดให้มีอุปกรณ์พร้อมให้บริการครบถ้วนตามที่กำหนด
2.7 แผนกกายภาพบำบัด จัดให้มีอุปกรณ์พร้อมให้บริการครบถ้วนตามที่กำหนด
2.8 แผนกเทคนิคการแพทย์ จัดให้มีอุปกรณ์พร้อมให้บริการครบถ้วนตามที่กำหนด
2.9 แผนกรังสีวิทยา จัดให้มีอุปกรณ์พร้อมให้บริการครบถ้วนตามที่กำหนด
2.10 แผนกผ่าตัด จัดให้มีอุปกรณ์พร้อมให้บริการครบถ้วนตามที่กำหนด
2.11 แผนกสูติกรรม จัดให้มีอุปกรณ์พร้อมให้บริการครบถ้วนตามที่กำหนด
2.13 ระบบควบคุมการติดเชื้อ จัดให้มีอุปกรณ์พร้อมให้บริการครบถ้วนตามที่กำหนด
2.14 หอผู้ป่วยหนัก จัดให้มีอุปกรณ์พร้อมให้บริการครบถ้วนตามที่กำหนด
2.15 ห้องให้การรักษา จัดให้มีอุปกรณ์พร้อมให้บริการครบถ้วนตามที่กำหนด
2.16 ห้องผ่าตัดเล็ก จัดให้มีอุปกรณ์พร้อมให้บริการครบถ้วนตามที่กำหนด
2.17 ห้องตรวจภายในและขูดมดลูก จัดให้มีอุปกรณ์พร้อมให้บริการครบถ้วนตามที่กำหนด
2.18 ห้องทารกหลังคลอด จัดให้มีอุปกรณ์พร้อมให้บริการครบถ้วนตามที่กำหนด
2.19 ห้องทันตกรรม จัดให้มีอุปกรณ์พร้อมให้บริการครบถ้วนตามที่กำหนด
2.20 ห้องไตเทียม จัดให้มีอุปกรณ์พร้อมให้บริการครบถ้วนตามที่กำหนด
2.21 ห้องซักฟอก จัดให้มีอุปกรณ์พร้อมให้บริการครบถ้วนตามที่กำหนด
2.22 ห้องโภชนาการ จัดให้มีอุปกรณ์พร้อมให้บริการครบถ้วนตามที่กำหนด
2.23 ห้องพักศพ ที่ให้บริการเก็บศพตั้งแต่ 24 ชั่วโมงขึ้นไป จัดให้มีอุปกรณ์พร้อมให้บริการครบถ้วนตามที่กำหนด
2.24 ยานพาหนะสำหรับให้บริการนอกโรงพยาบาล ต้องมีอุปกรณ์พร้อมให้บริการครบถ้วนตามที่กำหนด
3.1 ด้านอาคาร (Building)
3.1.1 B01S การออกแบบโครงสร้างอาคารให้มีความมั่นคงแข็งแรงและเป็นไปตามหลักวิศวกรรมที่กำหนด
3.1.4 B04A บันไดหนีไฟของอาคารผู้ป่วยนอก หรืออาคารหลักที่เข้าข่ายตามกฎหมาย และมีจำนวนชั้นตั้งแต่ 2 ชั้นไป (โรงพยาบาลระดับ F ที่มีอาคารไม่เกิน 2 ชั้น ไม่ต้องประเมิน) 3.1.5. B05I ภายในห้องตรวจ หรือ หลังห้องตรวจ ออกแบบให้มีการติดตั้งอ่างล้างมือสำหรับแพทย์ โดยแยกจากอ่างเทสิ่งสกปรกหรือล้างวัสดุอุปกรณ์ และเลือกใช้ก๊อกน้ำชนิดไม่ใช้มือสัมผัส (เช่น ก้านปัดด้วยข้อศอก หรือแบบเซนเซอร์)
3.1.6 B06I ออกแบบให้มีอ่างฟอกมือติดกับห้องผ่าตัดอย่างน้อย 2 อ่างต่อ 1 ห้องผ่าตัด และเลือกใช้ก๊อกน้ำชนิดไม่ใช้มือสัมผัส (เช่น ก๊อกน้ำแบบใช้เข่าดันเปิด-ปิดน้ำ หรือ แบบเซนเซอร์)
3.1.8 B08I มีการออกแบบป้ายติดหน้าห้องหรือหน้าแผนกบริการในตำแหน่งที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน
3.1.9 B09I ออกแบบให้มีม่านกั้นระหว่างเตียงผู้ป่วยเพื่อบังสายตาและความเป็นส่วนตัวของผู้ป่วย
3.1.17 B17A ออกแบบแผนกไตเทียม ให้สามารถให้บริการฟอกไตแก่ผู้ป่วยได้อย่างเป็นไปตามมาตรฐานการให้บริการ และมีการจัดแบ่งพื้นที่ใช้สอย/พื้นที่พักคอยอย่างเหมาะสม แยกเป็นสัดส่วนจากบริเวณส่วนของผู้ป่วยทั่วไป (รพ.ระดับ F ไม่ต้องประเมิน)
3.1.20 B20A อาคารภายในโรงพยาบาลที่ใช้พื้นที่ใช้สอยในอาคารรวมกันในหลังเดียวกัน ตั้งแต่ 2,000 ตร.ม. ขึ้นไป ออกแบบและก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 13 มีนาคม 2566 เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน BEC (Building Energy Code)
3.2 ด้านสถานที่ (Place)
3.2.1 P01A มีแผนแม่บท เพื่อพัฒนาและวางผังโรงพยาบาลด้านอาคารและสภาพแวดล้อม
3.2.7 P07A ออกแบบบริเวณจุดตัดถนนให้มีป้ายบอกทางชัดเจนและปราศจากสิ่งบดบังสายตา
3.3 ด้านสิ่งอำนวยความสะดวก (Facilities)
3.3.2 F02A มีป้ายบอกทางไปยังอาคาร/แผนกต่างๆ มองเห็นได้ชัดเจน พร้อมระบบไฟส่องสว่างที่เหมาะสม
3.3.3 F03A มีห้องน้ำ-ส้วม สำหรับผู้พิการ-ผู้สูงอายุ ภายในมีราวพยุงตัวติดตั้งในตำแหน่งที่เหมาะสม
3.3.4 F04A มีห้องน้ำสำหรับเด็กเล็ก เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด
3.3.6 F06E ออกแบบระบบไฟฟ้ากำลัง ให้มีแนวสายไฟฟ้าแรงสูง/แรงต่ำ เป็นระเบียบ ปลอดภัย ไม่กีดขวางทางจราจร
3.3.10 F10E ออกแบบระบบไฟฟ้ากำลัง ให้มีการต่อลงดินของอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในอาคาร
3.3.11 F11E ออกแบบระบบไฟฟ้ากำลัง ให้มีการต่อลงดินของระบบไฟฟ้า และอุปกรณ์ไฟฟ้า ในพื้นที่ที่มีการใช้เครื่องมืออุปกรณ์ไฟฟ้า(กลุ่ม 2) (ยกเว้นกลุ่ม 1) เช่น บริเวณห้องผ่าตัด, ห้อง ICU ฯลฯ ซึ่งการจ่ายไฟฟ้าที่ไม่ต่อเนื่องสามารถก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้
3.3.15 F15E ออกแบบระบบและมีการติดตั้งเครื่องสำรองไฟฟ้าฉุกเฉินยูพีเอส UPS (Uninterruptible Power Supply) แบบ True Online Double Conversion Design, Pure Sine Wave สำหรับอุปกรณ์การแพทย์ที่ใช้รักษาผู้ป่วยวิกฤต เช่น ในห้องผ่าตัด, ห้องไอซียู และมีแบตเตอรี่สำรองจ่ายกระแสไฟฟ้าไม่น้อยกว่า 10 นาที
3.3.17 F17E ออกแบบชนิด จำนวน และสีของเต้ารับไฟฟ้าให้เป็นไปตามมาตรฐาน เพียงพอต่อการใช้งาน สามารถแยกแยะระหว่างเต้ารับไฟฟ้าได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว เลือกใช้กับอุปกรณ์บริภัณฑ์ไฟฟ้าได้อย่างเหมาะสม และปลอดภัย
3.3.20 F20E ออกแบบติดตั้งระบบโทรศัพท์, ระบบสื่อสารด้วยความเร็วสูง, ระบบเรียกพยาบาล และระบบเสียงประกาศ ครอบคลุมทุกระบบ และติดตั้งเหมาะสมตามพื้นที่ใช้งาน 3.3.21 F21E ออกแบบการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันแรงดัน และกระแสเกินภายในอาคารที่แผงจ่ายไฟฟ้าหลัก (ตู้ MDB), ที่แผงเมนย่อยประจำอาคาร (ตู้ SDB) และมีการติดตั้งระบบป้องกันฟ้าผ่า
3.3.22 F22M มีการแยกประเภทของลิฟต์ตามการใช้งาน เป็นสัดส่วนสำหรับอาคารตั้งแต่ 2 ชั้นขึ้นไป มีขนาดและจำนวนเพียงพอต่อการใช้งาน (โรงพยาบาลระดับ F ที่มีอาคารไม่เกิน 2 ชั้น ไม่ต้องประเมิน)
3.3.23 F23M ออกแบบบริเวณโถงหน้าลิฟต์บรรทุกเตียงคนไข้ ต้องมีพื้นที่สามารถ เข็นเปลนอนสวนกันได้ สะอาด มีระบบระบายอากาศและแสงสว่างที่เหมาะสม
3.3.24 F24M ออกแบบให้มีลิฟต์สำหรับผู้พิการและทุพพลภาพสามารถใช้งานได้ลักษณะเป็นไปตามกฎหมายกำหนด สำหรับอาคารตั้งแต่ 2 ชั้นขึ้นไปที่ไม่มีทางลาด
3.3.25 F25M ออกแบบระบบลิฟต์ กรณีไฟฟ้าดับจัดให้มีระบบ ARD (Automatic Rescue Device) เพื่อให้ลิฟต์สามารถเคลื่อนไปเทียบยังชั้นที่ใกล้ที่สุดและประตูลิฟต์จะต้องเปิดออกทันที
3.3.26 F26M ออกแบบพื้นที่ให้บริการและพื้นที่ปฏิบัติงาน ต้องมีอากาศที่สะอาดจากภายนอกเติมเข้าสู่พื้นที่บริการ/ปฏิบัติงาน ให้ได้อัตราการถ่ายเทอากาศที่เหมาะสม ทั้งโดยวิธีธรรมชาติหรือวิธีกล
3.3.27 F27M ออกแบบการควบคุมทิศทางการเคลื่อนที่ของอากาศในบริเวณห้องตรวจ พื้นที่ให้บริการและพื้นที่ปฏิบัติงาน
4.1 การกำหนดนโยบายและการจัดการสิ่งแวดล้อม
4.1.1 มีนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมที่จัดเจน
4.1.4 มีการเฝ้าติดตาม และการดำเนินการแก้ไข และการป้องกันจากกิจกรรมซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในสถานพยาบาล
4.2 การจัดการมูลฝอย
4.2.1 จัดให้มีบุคลากรปฏิบัติงานด้านการจัดการมูลฝอย
4.2.2 มีคู่มือกำหนดขั้นตอนและวิธีการปฏิบัติงาน
4.2.3 มีการบันทึกอัตราการเกิดมูลฝอยประจำวัน ตามประเภทของมูลฝอย และรายงานผลการปฏิบัติงานต่อผู้บังคับบัญชา
4.2.4 มีระบบการคัดแยกมูลฝอย ณ แหล่งกำเนิด ตามประเภทของมูลฝอย
4.2.5 มีการแยกมูลฝอยติดเชื้อระหว่างวัสดุมีคมและวัสดุไม่มีคมภาชนะมีความคงทน และเหมาะสม
4.2.6 มีแผนการและวิธีการเก็บขนเคลื่อนย้ายมูลฝอยที่ถูกสุขลักษณะ
4.2.7 มีสถานที่พักมูลฝอยที่ถูกสุขลักษณะ
4.2.9 มีอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลสำหรับผู้ปฏิบัติงานด้านการจัดการมูลฝอย และสถานที่สำหรับอาบน้ำหลังจาก
4.3 การจัดการน้ำเสีย
4.3.1 สถานพยาบาลมีระบบบำบัดน้ำเสียที่มีขนาดเพียงพอต่ออัตราการเกิดน้ำเสีย
4.3.2 มีแผนผังแสดงกระบวนการทำงานของระบบบำบัดน้ำเสียที่เป็นปัจจุบัน
4.3.3 มีการจัดทำเอกสารกำกับเครื่องจักรและอุปกรณ์ประกอบระบบบำบัดน้ำเสีย (ขนาด ชนิด อายุการใช้งานวิธีการใช้งาน ประวัติการซ่อม)
4.3.4 มีแผนงานการซ่อมบำรุงรักษาเครื่องจักรและอุปกรณ์ตามระยะเวลาที่กำหนดเป็นลายลักษณ์อักษร
4.3.7 มีอุปกรณ์เบื้องต้นที่จำเป็นในการดูแล ควบคุม ระบบบำบัดน้ำเสีย
4.3.8 มีคู่มือกำหนดขั้นตอนและวิธีการปฏิบัติงาน ตามชนิดของระบบบำบัดน้ำเสีย
4.3.10 มีการตรวจวัดคุณภาพน้ำทิ้งทุกๆ 3 เดือน ตามมาตรฐานหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
4.3.12 มีการตรวจสอบการทำงานของระบบบำบัดน้ำเสีย พร้อมบันทึกผลการตรวจสอบประจำวัน
4.3.14 มีผังระบบระบายน้ำและระบบสุขาภิบาล มีการระบุรายละเอียดแยกประเภทท่อต่างๆ
4.3.15 มีระบบระบายน้ำฝนจากอาคารออกสู่แหล่งระบายน้ำสาธารณะ
4.3.16 มีระบบสุขาภิบาลที่เหมาะสมสำหรับอาคารหน่วยบริการหรือห้องปฏิบัติการเฉพาะ
4.4 การจัดการน้ำอุปโภคและบริโภค
4.4.1 จัดให้มีผู้รับผิดชอบดูแลระบบน้ำอุปโภคและบริโภค
4.4.2 มีคู่มือกำหนดขั้นตอนและวิธีการปฏิบัติงาน
4.4.3 มีแผนผังระบบน้ำประปาของสถานพยาบาล
4.4.4 มีการจดบันทึกข้อมูลการใช้น้ำประจำวัน
4.4.7 มีระบบการสำรองน้ำประปา ซึ่งจะต้องใช้งานได้อย่างน้อย 2 วัน
4.4.9 มีแผนและการดำเนินการระบบการดูแลรักษาถังพักน้ำหรือถังสำรองน้ำ อย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง
4.4.11 มีระบบการผลิตน้ำบริสุทธิ์ที่ได้มาตรฐาน เช่น REVERSE OSMOSIS, DEIONIZER เหมาะสมกับการใช้งานเครื่องมือแพทย์ พร้อมรายงานการควบคุมคุณภาพ และการบำรุงรักษาระบบผลิตน้ำบริสุทธิ์อยู่เป็นประจำ
4.5 การจัดการระบบส่องสว่าง
4.6 การจัดการมลพิษทางเสียง
4.6.1 มีการกำหนดมาตรการ และวิธีการป้องกันการควบคุมมลพิษทางเสียง เช่น ห้องเครื่อง ห้องอัดอากาศ พื้นที่ก่อสร้าง เป็นต้น
4.6.2 มีการตรวจวัดเสียงในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง เช่น ห้องเครื่อง พื้นที่ก่อสร้าง เป็นต้น
4.7 การจัดการคุณภาพอากาศ
4.8 การจัดการด้านพลังงาน
5.1 การจัดการด้านความปลอดภัย
5.1.2 จัดให้มีแผนงาน งบประมาณ การติดตามประเมินผล การรายงานผลการทบทวนการดำเนินงานด้านความปลอดภัยประจำปี
5.2 กฎ ระเบียบ มาตรฐาน หรือคู่มือปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยในการทำงาน
5.2.1 จัดให้มีคู่มือความปลอดภัยในการทำงานที่เหมาะสมกับบริบทของพยาบาล
5.2.3 มีการติดตาม ประเมินผลการปฏิบัติตามคู่มือความปลอดภัยในการทำงาน และแผนรองรับกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
5.3 การอบรมบุคลากร
5.3.1 มีการอบรมบุคลากรที่เกี่ยวข้องในด้านความปลอดภัยในการทำงานของโรงพยาบาล ตามระยะเวลาที่เหมาะสม
5.3.2 การฝึกอบรมให้ความรู้เฉพาะด้านของบุคลากรที่ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับงานในระบบวิศวกรรมที่มีความเสี่ยงสูงหรือลักษณะงานอื่นที่มีความเสี่ยงตามบริบทของโรงพยาบาล อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
5.4 สภาพแวดล้อม ความปลอดภัยในการทำงานตามปัจจัยเสี่ยงของบุคลากร
5.4.1 จัดให้มีการตรวจประเมินสภาพแวดล้อมในการทำงานตามปัจจัยเสี่ยงของบุคลากรย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
5.4.2 จัดให้มีการตรวจสุขภาพของบุคลากรที่ทำงานเกี่ยวข้องกับปัจจัยเสี่ยงอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
5.4.4 มีแผนการตรวจสอบ ทดสอบ และบำรุงรักษา เครื่องจักรกล ในระบบวิศวกรรมที่มีความเสี่ยงสูงอย่างเหมาะสม
5.5 การจัดการแบบแปลนแผนผังงานระบบวิศวกรรมที่มีความเสี่ยงสูง
5.5.1 มีแบบแปลนแผนผังหรือรายละเอียดข้อมูลของระบบทางวิศวกรรมที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบก๊าซทางการแพทย์ ระบบสุขาภิบาล ระบบป้องกันอัคคีภัย เป็นต้น 5.5.2 มีระบบการจัดเก็บ แบบแปลนแผนผังของระบบทางวิศวกรรมที่มีความเสี่ยงสูง และมีการปรับปรุงให้เป็นปัจจุบัน
5.6 การตรวจสอบประสิทธิภาพระบบทางวิศวกรรมของห้องที่ให้บริการทางการแพทย์ที่สำคัญ
5.6.2 มีการตรวจสอบ และทดสอบระบบการทำงานของห้องที่ให้บริการทางการแพทย์ที่สำคัญ ตามมาตรฐาน อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
5.7 คุณภาพของระบบไฟฟ้า
5.7.1 มีการตรวจติดตาม ประเมินและวิเคราะห์ปริมาณการใช้ไฟฟ้า ในระบบไฟฟ้าหลักและระบบไฟฟ้าสำรองให้เพียงพอ
5.7.2 มีแผนผัง หรือรายละเอียดข้อมูลของระบบการจ่ายไฟฟ้าสำรอง
5.7.3 มีการตรวจสอบ ทดสอบการทำงาน และบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าสำรองให้พร้อมใช้
5.8 การจัดการระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย
5.8.1 มีนโยบายความปลอดภัยด้านการจัดการป้องกันและระงับอัคคีภัย และมีผู้รับผิดชอบหรือคณะทำงานในการจัดการระบบป้องกันและระงับอัคคีภัยของโรงพยาบาล
5.8.2 มีการตรวจประเมิน และจัดการความเสี่ยงที่จะเกิดอัคคีภัย อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
5.8.3 มีคู่มือ และแผนการป้องกันและระงับอัคคีภัยของโรงพยาบาล
5.8.4 มีการฝึกซ้อมดับเพลิงขั้นต้น และอพยพหนีไฟที่สอดคล้องตามกฎหมาย
5.8.5 มีการตรวจสอบ ทดสอบ บำรุงรักษาระบบป้องกันและระงับอัคคีภัยให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอยู่เสมอ
5.8.6 มีแผนผังแสดงเส้นทางหนีไฟและเส้นทางหนีไฟมีความพร้อมใช้งาน
5.8.7 มีแนวทาง ขั้นตอนการอพยพผู้ป่วยที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้
5.8.8 มีการจัดเตรียมพื้นที่จุดรวมพลภายนอกอาคารขณะเกิดอัคคีภัย
5.9 ระบบก๊าซทางการแพทย์
5.9.1 มีมาตรการรองรับกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินเพื่อให้ระบบก๊าซทางการแพทย์สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง
5.9.2 มีการดูแลรักษา ซ่อมบำรุงระบบก๊าซทางการแพทย์และอุปกรณ์ประกอบให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้
5.9.3 มีการตรวจสอบ ทดสอบระบบสัญญาณเตือนของระบบก๊าซทางการแพทย์
5.10 พื้นที่กำเนิดรังสี
5.10.2 มีเอกสารแสดงผลการตรวจสอบความปลอดภัยของอุปกรณ์ที่ให้กำเนิดรังสีจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ
6.1 การจัดการทรัพยากรที่จำเป็นสำหรับการบำรุงรักษาเครื่องมือทางการแพทย์
6.1.1 มีหน่วยงานที่รับผิดชอบการบำรุงรักษาเครื่องมือทางการแพทย์ที่ชัดเจนในโรงพยาบาล
6.1.2 ผู้ใช้ ผู้ปฏิบัติงาน และผู้ซ่อมบำรุงเครื่องมือทางการแพทย์ต้องมีสมรรถะที่เหมาะสมตามมาตรฐานของวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง หรือตามประกาศของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ 6.1.3 สถานที่หรือพื้นที่ปฏิบัติงานบำรุงรักษาเครื่องมือแพทย์ต้องมีการแยกส่วน
6.2 การจัดหาและติดตั้งของเครื่องมือทางการแพทย์
6.2.2 ต้องทดสอบและตรวจสอบการทำงานของเครื่องมือทางการแพทย์ก่อนการตรวจรับ
6.2.3 ต้องมีการขออนุญาตติดตั้งและใช้งานเครื่องมือทางการแพทย์ หากมีข้อกฎหมายกำหนดไว้
6.3 การบำรุงรักษาตามรอบเวลาของเครื่องมือทางการแพทย์
6.3.1 ต้องจัดทำแผนบำรุงรักษาเครื่องมือทางการแพทย์ตามคำแนะนำของผู้ผลิตเครื่องมือทางการแพทย์ หรือตามมาตรฐานของวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง หรือตามประกาศของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ
6.3.2 ต้องมีการเฝ้าระวัง การตรวจสอบแจ้งเตือนและเรียกคืนเครื่องมือแพทย์ภายในโรงพยาบาล
6.3.4 บ่งชี้สถานะบำรุงรักษาเครื่องมือทางการแพทย์อย่างชัดเจนเป็นปัจจุบัน และสามารถสืบค้นหาผลการตรวจสอบย้อนหลังได้
6.4 การซ่อมบำรุงหรือการบำรุงรักษาเชิงแก้ไขของเครื่องมือทางการแพทย์
6.4.1 จัดให้มีกระบวนการจัดการงานซ่อมบำรุงหรือการบำรุงรักษาเชิงแก้ไขของเครื่องมือทางการแพทย์
6.4.2 ต้องตรวจสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัย รวมทั้งปรับเทียบเครื่องมือใหม่ หลังจากซ่อมบำรุงหรือการบำรุงรักษาเชิงแก้ไขแล้วเสร็จ
6.5 การยกเลิกการใช้งานเครื่องมือทางการแพทย์
6.5.2 ต้องมีบ่งชี้และสถานะการยกเลิกการใช้เครื่องมือทางการแพทย์
7.1 ระบบเรียกพยาบาล
7.1.1 สถานพยาบาลมีผู้รับผิดชอบด้านระบบเรียกพยาบาล
7.1.2 สถานพยาบาลมีคู่มือขั้นตอนการใช้งานเบื้องต้นของระบบเรียกพยาบาล
7.1.3 สถานพยาบาลมีการทดสอบระบบเรียกพยาบาลให้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง
7.1.4 สถานพยาบาลมีระบบเรียกพยาบาลที่สามารถใช้งานได้เมื่อกระแสไฟฟ้าหลักขัดข้อง
7.1.5 สถานพยาบาลมีอุปกรณ์สำหรับเรียกพยาบาลที่เตียงผู้ป่วย ห้องน้ำผู้ป่วย และห้องน้ำคนพิการ
7.2 ระบบวิทยุคมนาคม
7.2.1 สถานพยาบาลมีผู้รับผิดชอบด้านระบบวิทยุคมนาคม
7.2.2 สถานพยาบาลมีคู่มือขั้นตอนการใช้งานเบื้องต้นของระบบวิทยุคมนาคม
7.2.3 สถานพยาบาลมีระบบวิทยุคมนาคมที่พร้อมใช้งานตลอดเวลา และมีความพร้อมในกรณีเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน
7.2.4 สถานพยาบาลมีเครื่องวิทยุคมนาคมที่ถูกต้องตามกฎหมาย
7.2.5 สถานพยาบาลมีการใช้งานเครื่องวิทยุคมนาคมที่ถูกต้องตามกฎหมาย
7.3 ระบบโทรศัพท์
7.3.1 สถานพยาบาลมีผู้รับผิดชอบด้านระบบโทรศัพท์
7.3.2 สถานพยาบาลมีคู่มือขั้นตอนการใช้งานเบื้องต้นของระบบโทรศัพท์
7.3.3 สถานพยาบาลมีการตรวจสอบระบบโทรศัพท์ให้สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง
7.4 ระบบเสียงประกาศ
7.4.1 สถานพยาบาลมีผู้รับผิดชอบด้านระบบเสียงประกาศ
7.4.2 สถานพยาบาลมีคู่มือขั้นตอนการใช้งานเบื้องต้นของระบบเสียงประกาศ
7.4.3 สถานพยาบาลมีการตรวจสอบระบบเสียงประกาศให้สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง
7.5 ระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด
7.5.1 สถานพยาบาลมีผู้รับผิดชอบด้านระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด
7.5.2 สถานพยาบาลมีระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดที่สามารถบันทึกและตรวจสอบเหตุการณ์ย้อนหลังได้
7.5.3 สถานพยาบาลมีการตรวจสอบระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดให้สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง
7.5.5 สถานพยาบาลมีระเบียบวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการรักษาความลับและการเข้าถึงข้อมูลตามกฎหมายกำหนด
8.1 การบริหารจัดการ
8.1.2 บุคลากรขับเคลื่อนงานสุขศึกษา
8.1.3 เครือข่ายการปฏิบัติงานสุขศึกษา
8.2 กระบวนงานสุขศึกษาในสถานพยาบาลและชุมชน
8.2.1 การศึกษาพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มปกติ/เสี่ยง
8.2.2 การจัดทำแผนกิจกรรมสุขศึกษากลุ่มปกติ/เสี่ยง
8.2.3 การจัดกิจกรรมสุขศึกษากลุ่มปกติ/เสี่ยง
8.2.4 การเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มปกติ/เสี่ยง
8.2.5 การประเมินผลการดำเนินงานสุขศึกษากลุ่มปกติ/เสี่ยง
8.3 ผลลัพธ์คุณภาพงานสุขศึกษา
8.3.1 การศึกษาพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มป่วย
8.3.2 การจัดทำแผนกิจกรรมสุขศึกษากลุ่มป่วย
8.3.3 การจัดกิจกรรมสุขศึกษากลุ่มป่วย
8.3.4 การเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มป่วย
8.3.5 การประเมินผลการดำเนินงานสุขศึกษากลุ่มป่วย
8.4 ผลลัพธ์การดำเนินงานสุขศึกษา
8.4.1 ความพึงพอใจต่อกระบวนงานสุขศึกษา
8.4.4 งานวิจัยหรือนวัตกรรมด้านสุขศึกษา
9.1 โครงสร้างและบทบาท การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์
9.1.1 มีการจัดโครงสร้างการดูแลระบบสารสนเทศของโรงพยาบาล ประกอบด้วยผู้บริหารและฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ พร้อมกำหนดอำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบ
9.1.2 มีการจัดทำแผนแม่บทหรือแผนพัฒนาของสถาพยาบาลโดยมีการกำหนดเป้าหมายและแนวทางการพัฒนาและการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นไปตามนโยบายและแผนว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์
9.1.3 มีนโยบายและแผนงานว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของสถานพยาบาล
9.1.4 มีการจัดโครงสร้างและอัตรากำลังของหน่วยงานสารสนเทศของสถานพยาบาลที่เหมาะสม
9.1.5 มีการกำหนดมาตรการ/นโยบาย/แนวปฏิบัติด้านเทคโนโลยีสารสนเทศต่าง ๆ ที่จำเป็นสอดคล้องกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เช่น พระราชบัญญัติการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2565 กฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องอื่น
9.2 การจัดการความเสี่ยง ด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์
9.2.1 มีกระบวนการประเมินและให้คะแนนความเสี่ยงของระบบสารสนเทศอย่างเป็นระบบ โดยการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย โดยครอบคลุมทรัพย์สินสารสนเทศ (Information Asset Inventory) ที่อยู่ภายใต้ขอบเขตการให้บริการสาธารณสุขของหน่วยงาน
9.2.2 มีแผนจัดการความเสี่ยงเป็นลายลักษณ์อักษร โดยกำหนดกลยุทธ์โครงการหรือกระบวนการ ระยะเวลาดำเนินการ ผู้รับผิดชอบ อย่างชัดเจน
9.2.3 การดำเนินการตามแผนจัดการความเสี่ยง
9.2.4 มีการติดตาม ประเมินผลการดำเนินการจัดการความเสี่ยง และวิเคราะห์ผลการประเมิน จัดทำเป็นรายงานเสนอต่อผู้บริหาร
9.2.5 มีการนำผลการประเมินหรือความสี่ยงที่ยังคงเหลืออยู่ มาปรับปรุงแผนการจัดการความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง
9.3 การจัดการความมั่นคงปลอดภัย ด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์
9.3.1 มีการจัดทำแนวปฏิบัติด้านความมั่นคงปลอดภัยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (Specific information security policy) มีหัวข้ออย่างน้อยต่อไปนี้1) การเข้าถึงหรือควบคุมการใช้งานสารสนเทศ (Access Control) 2) การสำรองข้อมูลเพื่อให้สารสนเทศอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานและการจัดทำแผนเตรียมความพร้อมรับมือภัยคุกคาม 3) การตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงด้านสารสนเทศ
9.3.2 มีนโยบายและระเบียบปฏิบัติหรือมาตรการที่รักษาความเป็นส่วนตัว ปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล (PII) ป้องกันความลับผู้ป่วยมิให้รั่วไหลทุกช่องทาง รวมทั้งช่องทาง Social Media ทุกด้าน
9.3.3 มีการสร้างความตระหนักรู้ด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity Awareness) อย่างสม่ำเสมอ
9.3.4 มีการประชาสัมพันธ์นโยบายและระเบียบปฏิบัติสร้างความรู้ความเข้าใจ ให้บุคลากรทุกคนได้รับทราบ และ ถือปฏิบัติ
9.3.5 มีการตรวจสอบว่าบุคลากรได้รับทราบ เข้าใจ ยอมรับ และการประเมินผลการปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศอย่างเคร่งครัด และนำผลการประเมินมาปรับกระบวนการบังคับใช้ระเบียบปฏิบัติ อย่างต่อเนื่อง
9.4 การจัดการศักยภาพของทรัพยากรในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
9.4.1 มีการจัดทำทะเบียนทรัพย์สินด้านสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับบริการที่สำคัญ (Critical services) ของหน่วยงาน
9.4.2 มีการวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันและ Gap Analysis ของทรัพยากรด้าน Hardware, Software, Network, People
9.4.3 มีการจัดทำแผนเพิ่มหรือจัดการศักยภาพของทรัพยากร ด้าน Hardware, Software, Network
9.4.4 มีการกำหนดสมรรถนะตามบทบาทหน้าที่ที่จำเป็น (Functional Competency) ของบุคลากรด้าน IT ทุกคน และประเมินสมรรถนะตามบทบาทหน้าที่ และจัดทำแผนเพิ่มสมรรถนะรายบุคคล
9.4.5 มีการนำผลการวิเคราะห์ สถานการณ์ปัจจุบันและ Gap Analysis ของทรัพยากรด้าน Hardware, Software, Network และ People มาปรับปรุงจัดทำแผนเพิ่มศักยภาพ อย่างต่อเนื่อง
9.5 การรักษาความปลอดภัยทางกายภาพและทางสภาพแวดล้อมของ DATA CENTER
9.5.1 กำหนดมาตรการการรักษาความปลอดภัยทางกายภาพ การทบทวนสิทธิ์บุคลากรที่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึง Data Center และการกำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบในการดูแล Data Center ของหน่วยงาน
9.5.2 การกำหนดรอบการสำรองข้อมูล และการทดสอบการกู้คืนข้อมูล รวมถึงป้องกันสื่อบันทึกการสำรองข้อมูลจากความเสียหายและการสูญหาย และการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต
9.5.3 มีระบบป้องกันอัคคีภัย เช่น ระบบตรวจจับควัน ระบบเตือนภัย เครื่องดับเพลิงหรือระบบดับเพลิงอัตโนมัติ ให้เหมาะสมกับความเสี่ยง
9.5.4 มีมาตรการหรือระบบป้องกันความเสียหายของข้อมูล และระบบ เช่น ระบบไฟฟ้าสำรอง (UPS) ระบบ RAID, Redundant Power supply, Redundant Server ให้เหมาะสมกับความเสี่ยง
9.5.5 มีระบบเฝ้าระวัง และรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางกายภาพ Data Center ของหน่วยงาน
9.6 การตรวจสอบด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และแผนการรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์
9.6.1 จัดให้มีการตรวจสอบด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity Audit Plan) อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยมีผู้ตรวจสอบภายใน หรือ ภายนอกที่มีความรู้ความสามารถ และจัดทำรายงานผลต่อผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง
9.6.2 จัดให้มีแผนการรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ (Incident Response Plan) และแจ้งผู้เกี่ยวข้องรับทราบ
9.6.3 มีการฝึกซ้อม และทบทวนแผนการรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ (INCIDENT RESPONSE PLAN) อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญ