คำพูดนี้คงไม่ใช่เรื่องใหม่ เราได้ยินกันมาบ่อยมากๆ แต่คุณจะไม่มีวันเข้าใจตราบใดที่ไม่ได้เป็นพ่อ แม่ของใครจริงๆ ซักคน เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าทุกๆคน ไม่ว่าผู้หญิง หรือผู้ชาย คงไม่มีใครที่ตั้งใจก่อร่างสร้างครอบครัวแล้วต้องการจะทำลายครอบครัวที่สร้างมา โดยเฉพาะเมื่อมีลูกเป็นแก้วตา ดวงใจ พ่อหรือแม่ก็คงยอมทำได้ทุกอย่างเพื่อประคองครอบครัวให้ยังคงเป็นครอบครัวเพื่อความสุขของลูก
แต่ชีวิตก็คือชีวิต ไม่มีอะไรเป็นไปอย่างที่เราหวังนัก สติต่างหากที่สำคัญกว่าเมื่อเวลาที่ปัญหาเกิด โค้ชก็เป็นคนหนึ่งที่พยายามอย่างยิ่งที่จะประคองชีวิตคู่ไว้เพราะอยากให้ลูกมีทั้งพ่อและแม่ แต่เมื่อการมีทั้งสองคนคงไม่ทำให้ลูกเป็นคนที่มีความสุขที่สุดแน่ๆ จึงตัดสินใจออกมาเลี้ยงเดี่ยว เพราะแน่ใจว่าลูกจะมีความสุขได้ถ้าสิ่งแวดล้อมมีความสุข ประสบการณ์แม่เลี้ยงเดี่ยวจึงเริ่มจากตรงนั้นปี 2544
เมื่อแน่ใจแล้วว่าการรักษาสภาพความเป็นครอบครัวเอาไว้ไม่ช่วยให้ลูกมีความสุขได้ การตัดสินใจเลี้ยงเดี่ยวจึงเกิดขึ้น ขอเตือนคนที่กำลังอยู่ระหว่างการตัดสินใจเลี้ยงเดี่ยวไว้ก่อนว่า โลกมันไม่สวยงาม มันไม่ง่ายเหมือนที่เราเห็นใครๆ เค้าเลี้ยงเดี่ยวกันนะคะ แม่ลูกอ่อนสองคนกับการไม่มีอาชีพเป็นเรื่องที่ลำบากยากเข็ญมากๆ โค้ชผ่านมันมาได้เพราะครอบครัวหลักคือคุณพ่อ คุณแม่ และน้องสาวเป็นหลักและช่วยสนับสนุนดูแลให้ผ่านช่วงเวลายากๆ นั้นมาได้
มันไม่ได้ง่ายขึ้นนะคะแม้จะมีคนช่วยดูแลสนับสนุนเรื่องอื่นๆ แต่เรื่องละเอียดอ่อนอย่างความรัก ความรู้สึกที่ลูกของเราจะต้องเติบโตขึ้นมา เป็นเรื่องที่เราต้องรับผิดชอบ ทำอย่างไรไม่ให้เค้ากลายเป็นเด็กมีปัญหา ทำอย่างไรไม่ให้เค้าขาดความอบอุ่น ทำอย่างไรให้เค้าเข้าใจว่าต่อไปนี้ไม่สามารถมีพ่อและแม่อยู่พร้อมกันได้ และเรื่องเหล่านี้นี่แหละสำคัญจะส่งผลกระทบต่อสังคมในภาพรวม เพราะสุดท้ายลูกของเราก็ต้องเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ในสังคมต่อไป หากเค้าไม่สามารถทะลุปัญหาครอบครัวออกมาได้ เค้าก็จะสร้างปัญหาสังคมให้กระเพื่อมต่อไปเป็นแน่ (อ่านต่อ "เหตุผลอะไรที่ตัดสินใจเลี้ยงเดี่ยว")
แม้จะแยกมาเลี้ยงเดี่ยวตอนลูกอายุยังไม่พ้นห้าขวบปีแรก แต่มั่นใจอย่างยิ่งว่าในห้าปีแรกที่ผ่านมาของลูกนั้น มีความสุขที่สุด ความทุกข์จากชีวิตคู่ไม่เคยส่งผลถึงลูก เพราะโค้ชเลี่ยงไม่ให้เกิดเรื่องแบบนั้น โค้ชเลี้ยงลูกด้วยเสียงเพลง และนิทานสม่ำเสมอ ไม่ร้องไห้ให้ลูกเห็น ไม่เอาอารมณ์ที่ได้รับจากชีวิตคู่มาลงที่ลูก เลี้ยงลูกเหมือนเพื่อน อธิบายให้ฟังตรงๆ ไม่โกหกเมื่อวันหนึ่งลูกเห็นเพียงแม่คนเดียวในบ้านว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ที่สำคัญ "ไม่ต่อว่าหรือตำหนิพ่อหรือแม่ของเค้า" ให้เค้าฟัง แน่นอนค่ะ การเลิกกันของโค้ชไม่ได้เลิกเพราะคุณดีเกินไป และแน่นอนเราไม่สามารถเป็นเพื่อนกันต่อไปได้ มิหนำซ้ำยังคิดว่าชาตินี้ก็ไม่อยากพบเจอกันอีก แต่ในช่วงเวลาที่ลูกเล็กเค้าไม่เคยรู้เรื่องพวกนี้ เราบอกเค้าแค่ว่าเราอยู่คนเดียวกับลูกเราสนุกมากกว่า
จนถึงวันนี้เวลาผ่านไป 20 ปี กับลูกสาวที่เติบโตมาสวยงาม เรียนดี เป็นที่รักของเพื่อนๆ ครูอาจารย์ นั่นคือรางวัลในชีวิตของโค้ชแล้ว และเพราะเค้าโตจนดูแลตัวเองกันได้จึงถึงจุดสิ้นสุดการทำงานประจำตั้งแต่นั้นมา
เร็วๆนี้
เร็วๆนี้
เร็วๆนี้
เร็วๆนี้
เร็วๆนี้
เร็วๆนี้
เร็วๆนี้
เร็วๆนี้