แอพฯ คำนวณสายไฟฟ้า เวอร์ชั่นเก่า ตอนนี้หยุดพัฒนาแล้ว กรุณาใช้เวอร์ชั่นใหม่ ชื่อ แอพฯ หาสายไฟฟ้า
1.เมื่อคลิก ที่ปุ่ม "กฟภ. 3เฟส"
จะมี รายการขึ้นมาให้เลือก ว่าต้องการ ระบบไฟฟ้า 1 เฟส หรือ 3 เฟส เป็นของ กฟน. หรือ กฟภ.
2.เมื่อคลิก ไปที่ช่องกรอกค่า Load
สามารถกรอกตัวเลขลงไปได้ โดยกรอกทศนิยมไม่เกิน2ตำแหน่ง
ถ้า Load ที่กรอก มีหน่วยเป็น kVA หรือ kW ให้คลิก หน่วย ที่ตัว A แล้วจะมีรายการขึ้นมาให้เลือก ตามต้องการ
โปรแกรมจะทำการคำนวณ หาค่า เบรคเกอร์ ให้อัตโนมัติ
Mode Auto คือ พิกัดกระแส เท่ากับ ขนาด CB
Mode คำนวณด้วยตัวเอง คือ กระแสโหลด x ตัวคูณเผื่อ
การเลือกหมด โดยการ เลื่อนสวิทช์ ดังรูป
3.1 Mode คำนวณด้วยตัวเอง
เมื่ออยู่ใน Mode คำนวณด้วยตัวเอง นอกจากใช้ตัวคูณกระแสได้แล้ว ยังสามารถกรอกเป็นผลลัพธ์ลงไปโดยตรงได้ด้วย
โดยคลิกไปที่คำว่า "สาย" โปรแกรมจะเข้าสู่โหมด Sum
ถ้าต้องการกลับคืนให้คลิกคำว่า "สาย" อีกครั้ง
Mode Sum ใช้ได้เฉพาะการคำนวณแบบ สายป้อนและ Air เท่านั้น
4.เมื่อคลิก ที่ปุ่ม " เลือกกลุ่ม "
จะมี รายการขึ้นมาให้เลือก กลุ่มการเดินสายไฟ ทั้ง 7 กลุ่ม
ถ้ากรณีต้องการหาแค่ขนาด CB เท่านั้น ก็ไม่ต้องเลือกกลุ่มติดตั้งสายก็ได้
แต่ถ้าต้องการคำนวณหาขนาดสายด้วย ควรเลือกกลุ่มติดตั้งสายก่อนที่จะไปกรอกค่าโหลด
5.เมื่อคลิก ไปที่ช่อง "เลือกท่อหรือราง"
จะมีรายการท่อหรือรางขึ้นมาให้เลือก
ช่องนี้จะมีให้เลือกใน การเดินสายแบบ กลุ่มที่ 1 , 2 , 4 , 5 , 7
5.1. "Wireway"
การเลือกหัวข้อWireway จะอยู่ในกลุ่มที่ 2 ทั้งแบบ 1เฟส และ 3เฟส
1.คือการกรอกจำนวนวงจรที่อยู่ในราง โดยจำนวนที่กรอกจะไม่ใช่ สายควบ ค่านี้จึงไม่ถูกนำไปหารกับกระแส ทำให้ไม่ว่าจะเลือกกรอกจำนวนวงจรเป็นเท่าไหร่ ขนาดสายก็จะได้เท่าเดิม แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือจำนวนสายและขนาดราง
2.ถ้าต้องการหาแบบสายควบ คือ การนำเอาจำนวนวงจรไปหารกับค่ากระแส ทำให้ขนาดสายเล็กลง จะสามารถใช้ปุ่มคำสั่งนี้หลังจากมีการกรอกจำนวนวงจรมากกว่าหนึ่งวงจรเสียก่อน
เมื่อทำการกรอกวงจรแล้ว สายควบก็จะแสดงเป็นตัวหนังสือสีส้ม เมื่อคลิกลงไปที่ตัวเลขสีส้ม จำนวนควบก็จะปรากฏขึ้นตามจำนวนวงจรที่กรอกไป และถ้าต้องการยกเลิกสายควบ ก็ให้กดที่เดียวกันซ้ำอีกครั้ง สายควบก็จะกลับมาเป็นเลขหนึ่งเช่นเดิม
6.เมื่อคลิก " สายป้อน "
จะมี รายการขึ้นมาให้เลือก สายประธาน สายป้อน วงจรย่อย และอื่นๆ
ในส่วนของการคำนวณ Air และ Motor จะเป็นการคำนวณแบบ วงจรย่อย เท่านั้น
ถ้าต้องการคำนวณเป็นสายป้อนรวมของ Motor สามารถเลือกหัวข้อสายป้อนได้เลย
แล้วเลือกกรอกเป็นแบบ แยกกรอกค่า CB และ ค่ากระแสรวม ต่างหาก
ส่วน ช่อง Full Neutral ข้างกัน จะสามารถเลือกเป็น แบบ Half Neutral ได้เฉพาะในระบบไฟฟ้า 3 เฟส เท่านั้น
7.เมื่อคลิก ที่ปุ่ม " แกนสาย "
เลือก ชนิดสายเป็น PVC หรือ XLPE แบบ แกนเดี่ยว หรือ หลายแกน
8.เมื่อคลิก "เลือกสาย"
จะสามารถเลือกสายได้ ตามชนิดของแกนสาย
9.เมื่อคลิก " Touching Flat "
เลือกการวางสาย แบบ ชิดกัน แบบ สายเว้นสาย และแบบสามเหลี่ยม
รายการนี้จะมีให้เลือกเฉพาะกลุ่มที่ 3 , 5 , 6 , 7
10.1 กรอกจำนวน ควบ
ถ้าต้องการกรอกจำนวนควบ ให้คลิก Raceway แต่ถ้าต้องการกรอกสายแบบหลายวงจรในท่อหรือรางเดียวกัน ที่ไม่ใช่เป็นสายควบ ให้คลิกที่ จำนวน/ชุด ใช้ได้กับกลุ่ม 1,2,5,6,7
10.2 จำนวนควบที่ไม่ลงตัวกับจำนวนท่อ
2.กรณีต้องการลดจำนวนควบ เช่นเมื่อกรอก ตามข้อ1 แล้วได้ 10 ควบ แต่ผู้คำนวณต้องการ 9ควบ ให้เลือกที่คำว่า สายควบ ที่เป็นตัวหนังสือสีขาว แล้วจะมีรายการขึ้นมาให้เลือกดังรูป
10.3 กรอกสายควบ ในกรณี เดินสายไปกับวงจรที่ไม่ใช่สายควบ
บางครั้งมีการเดินสายควบไปกับวงจรอื่นๆที่ไม่ใช่สายควบด้วย แล้วเกิดค่า Cg ในสาย เราต้องการคงค่าซีจีไว้ และก็ต้องการกรอกค่า ควบสายเฉพาะวงจรที่ต้องการหาขนาดสาย ได้ด้วย ก็สามารถทำได้โดยการ เลือกที่ตัวเลขสีส้ม แล้วจะสามารถกรอกจำนวนควบเฉพาะวงจรนั้นๆได้
กลุ่มที่ใช้ การตั้งค่าแบบ กรณีที่ 10.3
เช่น ในกลุ่มที่ 5 , 6 และ 7 กรณีไม่ใช่สายควบ แล้วเดินสายไปด้วยกัน
ค่า ซีจี จะมีผลต่อทุกๆวงจรด้วย แล้วถ้าในวงจรที่เดินสายไปด้วยกัน
มีวงจรหนึ่งวงจรใดเป็นสายควบด้วย ก็จะสามารถใช้ วิธีนี้ กรอกสายควบ เพิ่มเติมได้ โดยจะแยกหาเป็นแต่ละวงจร
11.กรณีนี้ต้องการ คงค่าตัวคูณปรับกระแสไว้ แต่ยกเลิกจำนวนสายควบ
ให้ไปคลิกที่ ตัวเลขในช่องสายควบได้เลย ตัวเลขควบจะกลายเป็น 1 ให้อัตโนมัติ
แต่ ตัวคูณปรับค่ากระแส จะไม่หายไป จึงสามารถใช้คำนวณแบบแยกคิดทีละวงจรได้
ถ้าต้องการรีเซ็ตค่า ออกจากการคำนวณที่ละวงจร ให้ไปเลือกค่าจำนวนรางเป็น 1 ราง และ 1 วงจร ก็จะกลับเข้าสู่การคำนวณแบบปกติ
12.การกรอก อุณหภูมิรอบสาย
คลิก ที่ คำว่า Tem เพื่อกรอก อุณหภูมิ แล้วคลิก OK
13.เมื่อเลือก กรอกข้อมูล สำหรับ Voltage Drop
เมื่อเลือกสวิทช์ไปทางขวา จะสามารถกรอก เปอร์เซ็นต์ที่ต้องการสำหรับ VD ได้
ถ้าเลือกไปทางซ้าย จะสามารถกรอก เป็นระยะทางได้ มีหน่วยเป็น เมตร
14.เมื่อคลิก "OK และ VD "
เมื่อกรอก ข้อมูลเสร็จแล้ว คลิก OK โปรแกรมจะคำนวณหา ขนาดสาย และ ขนาดวัสดุร้อยสายมาให้ อัตโนมัติ
และเมื่อได้ขนาดสายไฟแล้ว จึงคลิกที่ VD โปรแกรมก็จะทำการหา ค่า Voltage Drop ให้
15.เมื่อต้องการ ดูกระแสของสายขนาดอื่นๆ
ให้คลิกที่ ขนาดสาย แล้วจะมีขนาดสายต่างๆขึ้นมาให้เลือก เมื่อเลือกแล้ว จะมีกระแสของสาย แสดงขึ้นมาด้วย
1.กดเลือดขนาดเสร็จ สามารถกด VD เพื่อดูแรงดันตก(Voltage Drop) ต่อได้เลย โดยไม่ต้องคลิกที่กระแสเพื่อเลือกใช้งาน
2.แม้จะเลือกให้แสดงค่าขนาดอื่นๆได้ แต่ถ้าไม่ คลิกที่กระแสข้างๆ เพื่อยืนยันการจะเอาไปใช้งาน ก็ไม่มีผลกับการคำนวณขนาดสาย คือพอกด โอเคให้คำนวณใหม่ ก็จะเป็นการคำนวณตามข้อมูลเดิมอยู่
16.เมื่อต้องการ เลือกขนาดสายตามที่ต้องการ
เมื่อคลิกเลือกสายตามหัวข้อ 15 แล้ว ถ้าต้องการใช้สายที่เลือกนั้นในการคำนวณ
ให้คลิกไปที่ กระแส ข้างๆของช่องขนาดสาย แล้วกระแสดังกล่าวจะถูกนำไปกรอกในช่อง กระแสคำนวณสาย
จากนั้นเมื่อคลิก ok โปรแกรมจะคำนวนขนาดสายและอุปกรณ์ร้อยสายให้ใหม่ ตามขนาดที่เลือก
17.เมื่อต้องการ ตรวจสอบว่า ขนาดท่อ/ราง คำนวณได้ถูกต้องไหม
ให้คลิกที่ คำตอบ ขนาดท่อ แล้ว โปรแกรมจะเปิดไปหน้า คำนวณหาขนาดท่อ โดยจะแสดงค่า สายและท่อที่คำนวณได้ในหน้า คำนวณขนาดท่อด้วย เพื่อใช้เป็นตัวเปรียบเทียบว่าจะ หาค่าได้ตรงกันไหม
18.เมื่อคลิก "เลือกสาย"
เมื่อคลิกที่ช่องเลือกสาย จะมีสายชนิดต่างๆขึ้นมาให้เลือก
19.เมื่อคลิก เลือก ช่องขนาดสาย
ต้องเลือกช่อง ชื่อสายเสียก่อน ช่องนี้ถึงจะสามารถกรอกค่าได้ เมื่อคลิกลงไปก็จะมี ขนาดสายขึ้นมาให้เลือก
20.เมื่อคลิก "OK"
เมื่อเลือกขนาดสายแล้ว โปรแกรมจะกรอกขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของสายไฟให้อัตโนมัติ แต่ถ้าต้องการเปลี่ยนแปลงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง
ก็สามารถทำได้โดยการ คลิกไปที่ตัวเลข แล้วกรอกค่าใหม่ได้เลย
21. การ แชร์ค่าที่คำนวณได้ ให้บุคคลอื่น
เมื่อคำนวณขนาดสายและท่อ/รางได้แล้ว ต้องการจะแชร์คำตอบไปให้ผู้อื่น สามารถแชร์ผ่านได้หลายทาง ดังนี้
กด ปุ่มแชร์ ที่อยู่ด้านล่างสุด แล้วเลือกว่าจะแชร์แบบใด
22.ตัวอย่าง ข้อมูลที่ถูกแชร์ออกไป
สามารถกดส่งไปใน ข้อความโดยตรง หรือจะเลือก คัดลอก แล้วเอาไปวางในส่วนที่เราต้องการจะแสดงได้เลย
กลุ่มหาค่า ตัวประกอบกำลัง
เมื่อเลื่อนสวิทช์เลือกระบบเฟสไฟฟ้า โปรแกรมจะกรอกค่าแรงดันให้เองอัตโนมัติ แต่ถ้าต้องการเปลี่ยนค่าแรงดัน ก็สามารถคลิกเปลี่ยนค่าได้ที่ช่องแรงดัน แต่ต้องไม่เกินระดับแรงดันในของแต่ละระบบนั้นๆ
การหา กระแส เป็น kVA
ในกลุ่มแรก ถ้ามีการกรอกแรงดันและกระแส เมื่อกดOKก็จะสามารถหาค่า kVA ออกมาได้
การหาค่า kVA เป็น กระแส
ในกลุ่มแรก ถ้ากรอกค่าแรงดันและกรอกค่า kVA เมื่อกดOK
ก็จะได้ค่ากระแสออกมา
กลุ่มหาค่า S , P , Q , P.f
กรอกค่าเพียงสองช่องใดๆ แล้วกด OK แล้วโปรแกรมจะหาค่าที่เหลือให้เอง
ปุ่ม Q2 คือการหาค่า kVAR จากการปรับปรุงค่า Power factor
กรอกค่า P(kW) , P.F1 และ P.F2 แล้วกดปุ่ม Q2 ก็จะได้ค่า kVAR ออกมา
กลุ่มหา ขนาดกระแสของ Capacitor
กรอก ค่า Q2 และ แรงดันของ Q2 แล้วกด Wire ก็จะได้ กระแส สำหรับ
ขนาด CB และ กระแสของสายไฟฟ้า ออกมา
กรณีต้องการเปลี่ยน CB เป็น Fuse
กดที่ CB จะเปลี่ยนตัวคูณเป็นการคำนวณแบบ Fuse กดอีกทีจะกลับมาเป็นคำนวณแบบ CB ตรงนี้ถ้าจำตัวคูณได้ก็กรอกตัวคูณลงไปเลยก็ได้ ไม่ต้องกดเปลี่ยน ชื่อคำนวณก็ได้ (มีขึ้นเพื่อความสะดวกเท่านั้น)
เปลี่ยนหน่วย แรงดันจาก V เป็น kV
ถ้าต้องการ เปลี่ยน V เป็น kV ก็กดที่หน่วย V
ใช้ได้แต่ในระบบ 3เฟสเท่านั้น
เปลี่ยนหน่วย kVA เป็น VA
ถ้าต้องการเปลี่ยนหน่วย จากkVA เป็น VA สามารถคลิกที่ คำว่า kVAที่อยู่หลังช่อง S ถ้ากดอีกครั้งก็จะเปลี่ยนกลับมาเป็นค่าเดิม
การลบค่าในช่อง เพื่อกรอกค่าใหม่
สามารถลบได้แบบที่ละช่อง ก็ให้กด ปุ่มที่อยู่หน้าช่องที่ต้องการลบ
แต่ถ้าต้องการลบเพื่อเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด ให้กด Del
ส่วนที่ชื่อ Q2 จะเป็นการลบคำตอบชุดคำนวณสาย(Wire)ทั้งหมด