“แฮกเกอร์ (Hacker) คือ บุคคลที่มีความสนใจในกลไกการทำงานของระบบปฏิบัติการบนคอมพิวเตอร์อย่างลึกซึ้ง แฮกเกอร์ส่วนใหญ่ต้องมีความรู้เทียบเท่าหรือเหนือกว่าโปรแกรมเมอร์ โดยจะเป็นเช่นนั้นได้ เพราะพวกเขามีความใส่ใจที่จะนำความรู้พื้นฐานที่ผู้อื่นมองว่าธรรมดามาประยุกต์ใช้ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดแนวความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ อยู่ในสังคมดิจิตอลอยู่ตลอดเวลา แฮกเกอร์จะมีความเข้าใจในจุดอ่อนของระบบและที่มาของจุดอ่อนนั้นๆ เนื่องจากคอยติดตามข่าวสารและความรู้ใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา การกระทำใดๆ ที่เกิดจากการศึกษาของแฮกเกอร์จะต้องแน่ใจแล้วว่า ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ข้อมูล”
จากเรื่องราวของแฮกเกอร์หนุ่มผู้ต่อสู้กับความอยุติธรรมในสังคม สู่ภาคต่อที่กลับมาสานต่อเรื่องราวสุดมันส์ในโลกเปิดกว้าง ด้วยกราฟฟิกที่(โม้)ว่ากันว่า อัพเกรดถึงขีดสุด กับเกม Watch Dogs 2 Watch Dogs 2 เกมแอคชั่นผจญภัยแบบ OpenWorld ผลงานจาก Ubisoft ผู้ผลิตเกมตระกูล Assassin’s Creed อันโด่งดังนั่นเอง โดยจุดเด่นของเกมที่ชัดที่สุด และเป็นจุดขายของการเล่นเกมนี้คือการ “HACK ทุกสิ่งอย่างภายในเกมส์มาเป็นอาวุธเพื่อแก้ไขสภาณการณ์ตรงหน้าให้ได้” ในภาคนี้จะเล่าเรื่องราวของกลุ่มแฮกเกอร์ขาโจ๋เด็กแนว “DedSec” สาขาซานฟรานซิสโก ที่ออกทำภารกิจแนวโรบินฮู้ด ช่วยเหลือผู้คนด้วยการเจาะระบบ
พระเอกของเกมนี้คือวัยโจ๋ผิวสี “มาร์คัส ฮอลโลเวย์” (Marcus Holloway) ที่เป็นสมาชิกของ Dedsec เขาเป็นคนที่ถูกใส่ความจากการความผิดพลาดของระบบอัลกิริทึ่มของระบบctOSที่ตัดสินเขาให้กลายเป็นจำเลยในคดีใหญ่…ซึ่งเป็นความผิดที่ตัวเองไม่ได้ก่อแม้แต่น้อย เขาจึงเก็บความแค้นนี้ มาเป็นพลังแล้วเข้าร่วมกับ Dedsec เพื่อหาทางทำลายระบบ ctOS ที่คอยกดขี่ความเป็นอยู่ของประชาชนชาวซานฟรานซิสโก ผ่านทางระบบอินเตอร์เนตแบบที่เป็นอยู่ เพื่อไม่ให้ประชาชนตาดำๆถูกใส่ร้ายอย่างที่เขาเจออยู่
แต่ทว่าเรื่องราวมันซับซ้อนกว่านั้น ใครอยู่เบื้องหลัง? มาร์คัสถูกใส่ความได้ยังไง? ผู้ชักใย ctOS ต้องการอะไรกันแน่? ติดตามได้ในเกมครับ ขอไม่สปอยล์ละกัน
ในขณะที่ AI ศัตรูเกมนี้ มีการเดินตรวจเข้มมาก แถมมีประสาทสัมผัสที่ดี ดังนั้น การกด Stealth แบบ Assasin Creed นั้นอาจจะไม่ง่าย และถ้าพวกมันตัวใดตัวหนึ่งเห็นเรา ก็จะมีการเรียกกำลังเสริมให้สถาณการณ์ยุ่งยากหนักกว่าเดิม (แต่ส่วนนี้สามารถทดแทนได้ด้วย “สกิลเรียกพวก” ที่อัพมา สามารถใช้กำลังเสริมเป็นตัวล่อได้)
แต่ในส่วนแอคชั่นดวลปืนนั้นทำออกมาขัดใจชาว FPS ไปบ้าง ก็ต้องใช้เวลาปรับตัวกันนิดนึง
ศัตรูตึงมือที่สุดคงไม่พ้น “ตำรวจสายตรวจ”ที่แอดมินจัดว่าไล่ล่าได้ดุเดือดพอๆกับ Need For Speed เลย เพราะพวกไล่ล่าไม่หยุด เห็นแค่ไฟท้ายรถนิดเดียวก็เรียกฮ.มาซุ่มยิง หรือตั้งด่านสกัดก กว่าจะสลัดหลุดไได้ก็ใช้เวลานานมากๆ เกมนี้เหมือนจะไม่มีจุดติ แต่จริงๆมีจุดเดียวเลยที่อยากจะติมากที่สุดก็คือ “งานภาพ” ที่ทาง Ubisoft โม้ไว้เยอะ พอมาทำจริงๆ โพลีก้อนต่างๆยังมีความหยาบ ติดเหลี่ยม มุม แตกกริดไปพอสมควร แถมเฟรมดเรทยังไม่ได้ตามที่ประกาศไว้ แต่ในส่วนของคัตซีนทำออกมาดีตามมารตฐาน