Gymnocalycium mihanovichii LB2178 'Agua Dulce' หรือ G. friedrichii LB2178 'Agua Dulce'
รู้จัก LB2178 กันไหมครับ ?
รหัสที่ว่านี้ไม่ใช่รหัสสายลับ หรือว่ารหัสผ่านประตูตู้เซฟแต่อย่างใด หากมันคือรหัสของผู้เก็บพรรณพืชที่มีชื่อว่า C. A. Ludwig Bercht นักพฤกษศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระบองเพชรเป็นพิเศษ สาเหตุที่ตัวเลขสี่หลักนี้โด่งดังขึ้นในหมู่นักปลูกเลี้ยงกระบองเพชรชาวไทยก็เพราะว่าชื่อของยิมโนตัวหนึ่ง ที่สะกดเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า Gymnocalycium mihanovichii LB2178 ‘Agua Dulce’
ต้องขออธิบายก่อนซักเล็กน้อยว่าถึงแม้ชื่อทางการค้าในช่วงแรกนั้นจะระบุว่าเป็น Gymnocalycium friedrichii แต่หากยึดตามหลักวิชาการแล้ว G. friedrichii นั้นถือเป็นชื่อพ้อง ดังนั้นชื่อที่ถูกต้องควรจะเป็น Gymnocalycium mihanovichii LB2178 ‘Agua Dulce’
ถัดมาที่ LB อันนี้เป็นชื่อย่อของ Ludwig Bercht ส่วน 2178 ก็คือเลขที่ตัวอย่างต้นแบบที่ถูกเก็บรักษาเอาไว้ในหอพรรณไม้เพื่อการศึกษาทางพฤกษศาสตร์ ซึ่งทุกๆ ชิ้นย่อมมีรหัสและชื่อย่อของผู้เก็บตัวอย่างกำกับอยู่ เพื่อให้ผู้สนใจตามสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาและแหล่งที่เก็บตัวอย่างชิ้นนั้นๆ ได้ง่าย
ขอบคุณเนื้อหาบทความ จากคุณโอห์ม ภวพล
Mammillaria bucareliensis 'Erusamu'
แมมมิลลาเรีย บูคาเรเลียนซิส 'อิรุซามุ'
แมมมิลลาเรียอิรุซามุถูกพัฒนาโดยชาวญี่ปุ่น
ลักษณะเด่นคือ มีปุยขนสีขาวบริเวณปลายเนินหนามและระหว่างพู บางต้นอาจมีหนามเหลืออยู่เล็กน้อย
ดอกสีชมพู ออกดอกช่วงหน้าหนาว
1.หลายคนคงรู้จักกับกระบองเพชรในหลายสายพันธุ์ เมื่อกล่าวถึงกระบองเพชรเรามักจะนึกถึงต้นไม้ที่มีลักษณะเป็นก้อนอวบน้ำ ทั่วลำต้นปกคลุมไปด้วยหนามที่พร้อมจะตำนิ้วมือเมื่อต้นของมันถูกสัมผัส หนามที่เราเห็นนั้นแท้ที่จริงก็คือใบของพืชที่ปรับตัวเพื่อลดการคายน้ำเพื่อความอยู่รอดในพื้นที่แห้งแล้ง อันเป็นถิ่นกำเนิดดั้งเดิมของมัน นั่นคือ ทวีปอเมริกา และในเขตทะเลทราย แต่ในบางชนิดพันธุ์ได้เปลี่ยนแปลงใบของตนให้มีลักษณะอื่นๆแทนหนามแหลม ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ Mammillaria Plumosa หรือ ที่เรียกกันว่า"แมม. ขนนกขาว" นั่นเอง
2. คำว่า "Mammillaria" อ่านว่า แมม - มิล - ลา - เรีย ใช้เรียกกระบองเพชรสายพันธุ์หนึ่ง ที่มีลักษณะเด่นตรงที่หนาม และ ขน ที่ปกคลุมต้น เป็นสายพันธุ์ที่ชอบแสงแดดได้ทั้งพรางแสงน้อยกว่า 50% จนถึงรับแสงแดดเต็มวันได้เมื่อต้นไม้ได้ปรับตัวเต็มที่ แถมชอบน้ำพอสมควร ดินปลูกต้องโปร่ง และระบายน้ำได้เป็นอย่างดีส่วนคำว่า "Plumosa" อ่านว่า พลู - โม - ซ่า เป็นภาษาญี่ปุ่น แปลว่า สีขาวแห้งๆ ซึ่งอุปมาอุปไมยเจ้าPlumosa นี้เป็นดาวสีขาว ตามลักษณะของตุ่มขน แต่ด้วยความที่ขนของมันมีความแห้งและมีแฉกละเอียดคล้ายขนนกสีขาว คนไทยก็เลยให้ชื่อและความหมายของ Mammillaria Plumosa ว่า " ขนนกขาว " นั่นเอง
3. ด้วยลักษณะพิเศษของใบที่เปลี่ยนเป็นขนนกนี้ จึงสามารถเก็บความชื้นและหยดน้ำลงสู่โคนต้นได้เป็นอย่างดี ขนนกขาวนี้ยังแบ่งประเภทตามลักษณะของขน และฟอร์มของตุ่มหนามได้อีก อาทิ
ขนนกขาวขนยาว : มีขนที่ยาวและฟูกว่าปกติ
ขนนกขาวขนร่มหุบ หรือ เจลลี่ฟิช : ขนมีลักษณะเหมือนร่มหุบ หรือ แมงกระพรุน
ขนนกขาวตุ่มหนามเวียน : มีตุ่มหนามที่เห็นทิศทางการแตกยอดที่เวียนเป็นเส้นจากบนลงล่างชัดเจน
ขนนกขาวญี่ปุ่น : สายพันธุ์ที่พัฒนาขึ้นมาในประเทศญี่ปุ่น มีความขาวและทรงกลมเหมือนซาลาเปา แถมขนหนาดูเป็นปุยกว่าเล็กน้อย
และสายพันธุ์อื่นๆอีกมากมายส่วนที่นิยมในกลุ่มผู้เพาะเลี้ยงมากที่สุด ได้แก่ " ขนนกขาวสายพันธุ์ญี่ปุ่น ดอกสีชมพู "
4. แมม.ขนนกขาว ออกดอกในช่วงปลายฤดูหนาว จนถึงราวๆต้นฤดูร้อน ( ธันวาคม - มีนาคม) และบ่อยครั้งที่เราจะเห็นดอกของมันเบ่งบานหลงฤดูบ้างในช่วงที่ลมหนาวพัดผ่าน ดอกไม้ดอกเล็กๆจะผลิบานเหนือตุ่มหนามเล็กน้อย มักออกดอกพร้อมกันทีละหลายๆดอก กลีบดอกเล็กๆทั้งปลายแหลม ปลายมน บ้างเป็นกลีบเดี่ยว และกลีบซ้อน บ้างกลีบดอกมีลักษณะแตกกลีบแฉกออกไปเป็นฝอนเล็กๆ มีทั้งสีขาวนวล สีเหลืองอ่อน สีชมพู มีกลิ่นหอมอ่อนๆ เกสรดอกมีทั้งเกสรตัวผู้และตัวเมียในดอกเดียวกัน สามารถติดฝักได้เอง แต่โอกาสติดฝักน้อยและเมล็ดคุณภาพต่ำ เมื่อทดลองเปรียบเทียบกับการผสมพันธุ์ข้ามดอก หรือ ข้ามต้น
5. การขยายพันธุ์
>> ชำหน่อ
โดยปรกติแล้ว เจ้าขนนกขาวส่วนมาก จะแตกกอเมื่อต้นหลักสมบูรณ์ อาจจะมีขนาดตั้งแต่ 3 - 10 เซนติเมตร โดยจะมีหน่อเล็กๆออกบริเวณโคนต้น เมื่อหน่อโตได้ที่ขนาดประมาณ 1 - 2 เซนติเมตร สามารถเด็ดออกจากต้นแม่ หรือให้คัทเตอร์คมๆ ปาดแยกหน่อออกมาพักให้น้ำยางเหนียวๆแห้งเสียก่อน สัก 3 -7 วัน ก่อนจะนำไปชำลงดินต่อ เพื่อให้รากงอกต่อไป
>>เพาะเมล็ด
หลังจากเกสรตัวเมียได้รับการผสมพันธุ์จากละอองเกสรตัวผู้ ดอกก็จะเฉาและใช้เวลาราวๆ 1 เดือน จึงเห็นฝักเป็นผลสีเหลืองอมชมพูอ่อน งอกออกมาตรงดอกที่เฉาไปแล้ว กรีดดูจะเห็นเมล็ดสีดำเล็กๆหลายสิบเมล็ดอยู่ข้างใน นำไปร่อนในกระชอนตาถี่ล้างให้น้ำยางออก แล้วผึ่งให้แห้งสัก 7-10 วัน จึงนำไปเพาะกับพีทมอส รักษาความชุ่มชื้นเอาไว้ เมล็ดจึงจะงอกภายใน 2 สัปดาห์
6. ด้วยความน่ารัก น่าทะนุถนอมของเจ้าขนนกขาวนี้ จึงเป็นที่นิยมของนักปลูกเลี้ยงกระบองเพชรทั้งมือใหม่ มือเก่า ตลอดจนผู้พบเห็น กลีบหนามสีขาวสะอาดชวนมอง ดูเเล้วให้นึกถึงปีกของนางฟ้าตัวน้อยๆที่กำลังกางปีกโบยบิน บ่อยครั้งที่เจ้าพลูโมซ่า ได้ทำหน้าที่เป็นของขวัญแทนใจให้กับคนพิเศษในหลายๆโอกาส แทนคำอวยพร และเป็นความสุขใจให้ทั้งผู้ให้และผู้รับได้อย่างน่าอัศจรรย์ ..
ขอบคุณเนื้อหาบทความ จากเพจ เมลมีไม้