โครงการส่งเสริมคุณภาพการศึกษาโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษา
ความรัก ความศรัทธา และความภาคภูมิใจ
โครงการส่งเสริมคุณภาพการศึกษาโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษา
ความรัก ความศรัทธา และความภาคภูมิใจ
โครงการกองทุนการศึกษา
เมื่อปี พุทธศักราช 2555 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีพระราชดำริให้ ประธานองคมนตรีและคณะองคมนตรี ดำเนินงานเพื่อพัฒนาการศึกษาและคุณธรรมจริยธรรมให้แก่เด็กนักเรียน โดยสนับสนุนเด็กนักเรียนที่ยากจน แต่มีความประพฤติดีให้ได้รับทุนพระราชทาน ได้มีโอกาสทางการศึกษาจนประกอบอาชีพได้ และสร้างความพร้อมด้านกายภาพให้แก่โรงเรียน สร้างจิตสำนึกให้ครูรักนักเรียน ให้นักเรียนรักครู พร้อมทั้งพระราชทานชื่อโครงการนี้ว่า “โครงการกองทุนการศึกษา”
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงให้ความสำคัญด้านการศึกษาอย่างมาก และมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้คณะองคมนตรีดำเนินการสานต่อโครงการกองทุนการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ตามพระบรมราโชบายที่พระราชทานไว้ โดยให้ปรับปรุงและพัฒนาให้ดีขึ้นในทุกมิติ และต่อยอดให้บรรลุวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างพื้นฐานแก่เยาวชนให้เป็นคนดี มีทัศนคติที่ดีและถูกต้องต่อบ้านเมือง มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคงเข้มแข็ง มีคุณธรรม มีงานทำและมีอาชีพ และเป็นพลเมืองที่ดีมีระเบียบวินัย ปัจจุบันมีโรงเรียน 143 แห่ง และวิทยาลัยอาชีวศึกษา 12 แห่ง ในความดูแลของโครงการกองทุนการศึกษา กระจายอยู่ในถิ่นทุรกันดาร 35 จังหวัด ทั่วประเทศและในกรุงเทพมหานคร
#พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว #พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว #รัชกาลที่10 #สืบสานรักษาต่อยอด #โครงการกองทุนการศึกษา
โปรแกรมวิชาการประถมศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร ได้น้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัววชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ซึ่งโปรแกรมวิชากาประถมศึกษา ได้รับมอบหมายจากท่านคณบดี รศ.ดร.วิชระ วิชชุวรนัน ให้สาขาวิชาได้ลงพื้นที่สำรวจ พัฒนา ครู นักเรียน โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร มีพื้นที่บริการคือ จังหวัดตาก และกำแพงเพชร โดยมีโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษาดังนี้ แผนที่โรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษา 2 จังหวัด
โรงเรียนในโครงการกองทนุการศึกษาจังหวัดกำแพงเพชร มีจำนวน 4 แห่ง ประกอบด้วย 1) โรงเรียนบ้านหนองแดน อำเภอโสัมพีนคร 2) โรงเรียนบ้านหนองแดน สาขาบ้านโละโคะ อำเภอโกสัมพีนคร 3) โรงเรียนบ้านสุขสำราญ อำเภอคลองลาน 4) โรงเรียนพิไกรวิทยา อำเภอพรานกระต่าย
โรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษาจังหวัดตาก มีจำนวน 5 แห่ง ประกอบด้วย 1) โรงเรียนบ้านแม่ตื่น อำเภอท่าสองยาง 2) โรงเรียนบ้านน้ำหอม อำเภอแม่ระมาด 3) โรงเรียนบ้านสามหมื่น อำเภอแม่ระมาด 4) โรงเรียนกล้อทอ อำเภออุ้มผาง 5) โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 55 อำเภอเมืองตาก
ซึ่งคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร ได้น้อมนำพระบรมราโชบายที่ครูทุกคนควรทราบและน้อมนำมาปฏิบัติ ทั้งนี้ขอนำมาเผยแพร่ให้ครูทั้งหลายได้ทราบถึงพระบรมราโชบายการศึกษาต้องมุ่งสร้างพื้นฐานให้แก่ผู้เรียน 4 ด้าน ได้แก่
1. มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง ข้อนี้มีคำขยายว่า ต้องมีความรู้ความเข้าใจที่มีต่อชาติบ้านเมือง ยึดมั่นในศาสนา มั่นคงในสถาบันพระมหากษัตริย์ และมีความเอื้ออาทรต่อครอบครัวและชุมชนของตน
2. มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง มีคุณธรรม ข้อนี้มีคำขยายว่า ให้รู้จักแยกแยะสิ่งที่ผิด-ที่ถูก สิ่งชั่ว-สิ่งดี เพื่อปฏิบัติแต่สิ่งที่ชอบที่ดีงาม ปฏิเสธสิ่งที่ผิดที่ชั่ว เพื่อสร้างคนดีให้แก่บ้านเมือง
3. มีงานทำ มีอาชีพ ข้อนี้มีคำขยายว่า ต้องให้เด็กรักงาน สู้งาน ทำงานจนสำเร็จ อบรมให้เรียนรู้การทำงาน ให้สามารถเลี้ยงตัวและเลี้ยงครอบครัวได้
4. เป็นพลเมืองดี ข้อนี้มีคำขยายว่า การเป็นพลเมืองดีเป็นหน้าที่ของทุกคน สถานศึกษาและสถานประกอบการต้องส่งเสริมให้ทุกคนมีโอกาสทำหน้าที่พลเมืองดี การเป็นพลเมืองดีหมายถึงการมีน้ำใจ มีความเอื้ออาทร ต้องทำงานอาสาสมัคร งานบำเพ็ญประโยชน์ “เห็นอะไรที่จะทำเพื่อบ้านเมืองได้ก็ต้องทำ”
ภายใต้ กรอบการดำเนินงาน 3 เสาหลัก คือ 1)คุณภาพครู 2)คุณภาพผู้เรียน 3)การบริหารจัดการ และ 5 กลยุทธ์ คือ 1)การพัฒนาครูให้มีศักยภาพในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน 2)การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 3)การพัฒนาคุณลักษณะของนักเรียนให้มีวินัย คุณธรรม 4)การพัฒนาทักษะชีวิตและทักษะอาชีพ และ5)การบริหารจัดการโรงเรียนให้มีคุณภาพ
พระบรมราโชบายทั้งหมดนี้ ไม่ใช่สิ่งที่ยากเกินกว่าครูจะทำและสั่งสอนศิษย์ให้ทำได้ หากครูตั้งใจสร้างศิษย์ให้ได้ผลตามพระบรมราโชบายทั้ง 4 ข้อนี้ก็จะทำให้ชาติบ้านเมืองเจริญ ไม่มีคนที่นิ่งดูดายปล่อยให้เกิดความชั่ว ความไม่ดีในบ้านเมือง ที่สำคัญประการหนึ่งคือ การรู้จักแยกแยะสิ่งที่ถูกที่ผิด สิ่งที่ดีที่ชั่ว และเลือกรับเลือกทำแต่ทางที่ถูกที่ดี เด็กไทยควรรู้จักใช้วิจารณญาณของตน ไม่ตามแฟชั่นตามสังคมโดยไร้สติ อีกประการหนึ่งที่ควรน้อมนำมาใส่เกล้าฯ คือ พระบรมราโชบายที่ว่า เห็นอะไรที่ควรทำเพื่อบ้านเมืองก็ต้องทำ คนไทยเห็นอะไรที่ควรทำเพื่อบ้านเมืองก็ต้องลงมือทำ ไม่ปล่อยให้ผ่านไปด้วยความคิดว่า “ธุระไม่ใช่”