เรื่องที่ 1 (ThaiLIS)
Title
ภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการบริหารงานวิชาการในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 1
Title Alternative
Administrators’ Digital Leadership Affecting the Effectiveness of Academic Affairs Administration in Schools under Nakhon Phanom Primary Educational Service Area Office 1
Creator
Name: นฤมล วรรณะปะกะ
Address: มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
Subject
keyword: ภาวะผู้นำดิจิทัล
Classification :.DDC: วจ 370.1593 น916ภ
; ประสิทธิผลการบริหารงานวิชาการในโรงเรียน
Description
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อศึกษา เปรียบเทียบ หาความสัมพันธ์ หาอำนาจพยากรณ์ และหาแนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการบริหารงานวิชาการในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 1 การวิจัยในครั้งนี้เป็นงานวิจัยเชิงสหสัมพันธ์ (Correlation Research) กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา หัวหน้าฝ่ายวิชาการ และครูผู้สอน ปีการศึกษา 2567 จำนวน 337 คน กำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ตารางของ เครจซี่และมอร์แกน และสุ่มแบบหลายขั้นตอน (Multi - Stage Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสอบถาม และแบบสัมภาษณ์ โดยแบบสอบถามภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหาร มีค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.484 – 0.859 ค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ 0.951 แบบสอบถามประสิทธิผลการบริหารงานวิชาการในโรงเรียน มีค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.487 – 0.898 ค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ 0.951 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ความแปรปรวน ทางเดียว (One - Way ANOVA) ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์อย่างง่ายของเพียร์สัน (Pearson’s Product - Moment Correlation Coefficient) และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแต่ละขั้นตอน (Stepwise Multiple Regression Analysis) ผลการวิจัยพบว่า 1. ภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหาร อยู่ในระดับมากที่สุด 2. ประสิทธิผลการบริหารงานวิชาการในโรงเรียน อยู่ในระดับมากที่สุด 3. ภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหาร จำแนกตามสถานภาพ และลักษณะการ เปิดสอน โดยรวมไม่แตกต่างกัน ส่วนการจำแนกตามขนาดโรงเรียน โดยรวมแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 4. ประสิทธิผลการบริหารงานวิชาการในโรงเรียน จำแนกตามสถานภาพ และลักษณะการเปิดสอน โดยรวมไม่แตกต่างกัน ส่วนการจำแนกตามขนาดโรงเรียน โดยรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 5. ความสัมพันธ์ของภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหาร (X) กับประสิทธิผล การบริหารงานวิชาการในโรงเรียน (Y) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 1 โดยรวมมีความสัมพันธ์ทางบวกอยู่ในระดับสูงมาก (rXY = 0.923) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 6. ภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหาร ที่สามารถพยากรณ์ประสิทธิผล การบริหารงานวิชาการในโรงเรียน ได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ได้แก่ การสื่อสารดิจิทัล (X4) การเป็นพลเมืองดิจิทัล (X6) ความเป็นมืออาชีพด้านดิจิทัล ในการบริหารงาน (X3) และการสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ดิจิทัล (X2) และสามารถร่วมกันพยากรณ์ประสิทธิผลการบริหารงานวิชาการในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 1 ได้ร้อยละ 88.20 และมีความคลาดเคลื่อนมาตรฐานของการพยากรณ์เท่ากับ ±0.10024 7. แนวทางการพัฒนา ผู้วิจัยนำภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการบริหารงานวิชาการในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 1 จำนวน 4 ด้าน ได้แก่ 1) การสื่อสารดิจิทัล ควรมีการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการสื่อสาร และการบริหารจัดการในสถานศึกษา 2) การเป็นพลเมืองดิจิทัล ควรมีคุณธรรม จริยธรรมในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เข้าใจและเคารพถึงสิทธิ ส่วนบุคคลของผู้อื่นอย่างรับผิดชอบ 3) ความเป็นมืออาชีพด้านดิจิทัลในการบริหารงาน ผู้บริหารควรสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาทักษะของครูและบุคลากรและ 4) การสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ดิจิทัล ควรส่งเสริมสนับสนุน และพัฒนาทักษะดิจิทัลให้แก่ครูและบุคลากรในโรงเรียน
Abstract: This correlation research aimed to examine, compare, and determine the relationship, identify the predictive power, and establish guidelines for developing digital leadership of administrators affecting the effectiveness of academic affairs administration in schools under Nakhon Phanom Primary Educational Service Area Office 1. The sample consisted of 337 participants, including school administrators, heads of academic departments, and teachers in the 2024 academic year. The sample size was determined using the Krejcie and Morgan table and multi-stage random sampling. The instrument comprised questionnaires and interview forms. The set of questionnaires assessing the digital leadership of administrators, with the predictive power ranging from 0.484 to 0.859 and the reliability of 0.951. Another questionnaire measured the effectiveness of academic affairs administration in schools, with the predictive power ranging from 0.487 to 0.898 and the reliability of 0.951. Statistics for data analysis were frequency, percentage, mean, standard deviation, One-Way ANOVA, Pearsons product-moment correlation coefficient, and Stepwise multiple regression analysis. The findings were as follows: 1. The digital leadership of administrators was rated at the highest level. 2. The effectiveness of academic affairs administration in schools was rated at the highest level. 3. The overall digital leadership of administrators, classified by status and types of programs offered, showed no difference. No overall differences were observed at the .01 level of significance in terms of school sizes. 4. The overall effectiveness of academic management in schools, classified by status and types of programs offered, showed no difference. No overall differences were observed at the .01 level of significance in terms of school sizes. 5. The overall relationship between the digital leadership of administrators (X) and the effectiveness of academic affairs administration in schools (Y) under Nakhon Phanom Primary Educational Service Area Office 1 showed a very high positive correlation (rXY = 0.923) at the .01 level of significance. 6. The administrators’ digital leadership could predict the effectiveness of academic affairs administration in schools at the .01 level of significance, including digital communication (X4), digital citizenship (X6), digital professionalism in administration (X3) and building a digital learning culture (X2). These variables could jointly predict the effectiveness of academic affairs administration in schools, with 88.20 percent and a standard error of estimate of ±0.10024.7. The guidelines for developing administrators’ digital leadership affecting the effectiveness of academic affairs administration in schools encompass four aspects: 1) Digital Communication-Utilizing digital technology for communication and management within schools, 2) Digital Citizenship-Upholding moral and ethical standards in digital technology use, including understanding and respect for others’ rights, 3) Digital Professionalism in Administration-supporting the integration of technology to enhance the skills of teachers and staff, and 4) Building a Digital Learning Culture-encouraging, supporting, and fostering digital skills among teachers and school personnel.
Publisher
มหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนคร. สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
Address: สกลนคร
Email: library@snru.ac.th
Contributor
Name: เพ็ญผกา ปัญจนะ
Role: ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์
Name: ประภัสร สุภาสอน
Role: ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์
Date
Created: 2568
Modified: 2568-06-24
Issued: 2568-06-24
Type
วิทยานิพนธ์/Thesis
Format
application/pdf
Source
CallNumber: วจ 370.1593 น916ภ
Language
tha
Thesis
DegreeName: ครุศาสตรมหาบัณฑิต
Level: ปริญญาโท
Descipline: การบริหารการศึกษา
Grantor: มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
นฤมล วรรณะปะกะ (2568) ภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการบริหารงานวิชาการในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 1.
วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
เรื่องที่ 2 (ThaiLIS)
Title
ความต้องการจำเป็น และแนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำดิจิทัล ของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา แขวงสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
Title Alternative
NEEDS AND GUIDELINES FOR DEVELOPING DIGITAL LEADERSHIP OF SECONDARY SCHOOL ADMINISTRATORS IN SAVANNAKHET PROVINCE, LAO PEOPLE'S DEMOCRATIC REPUBLIC
Creator
Name: เบดู สุทิลาด
Address: มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
Subject
keyword: ความต้องการจำเป็น
Classification :.DDC: วจ 371.3078 บ54ค
Description
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมาย เพื่อศึกษา เปรียบเทียบ หาความต้องการจำเป็นและแนวทางพัฒนาภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา แขวงสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ ผู้บริหารโรงเรียนและครูผู้สอน โรงเรียนมัธยมสังกัดแผนกศึกษาธิการและกีฬา แขวงสะหวันนะเขต ปีการศึกษา 2567 จำนวน 348 คน โดยใช้วิธีการสุ่มแบบหลายขั้นตอน (Multi – stage Random Sampling) จำแนกเป็นผู้บริหารโรงเรียน จำนวน 87 คน และครูผู้สอน จำนวน 261 คน จาก 87 โรงเรียนโดยใช้วิธิีสุ่มอย่างง่ายด้วยวิธีการจับฉลากแบบใส่คืน (Simple Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถาม และแบบสัมภาษณ์ แบบสอบถามเกี่ยวกับภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา โดยแบบสอบถามสภาพปัจจุบันมีค่าอำนาจจำแนก อยู่ระหว่าง 0.549 - 0.907 ค่าความเชื่อมั่น 0.990 และแบบสอบถามสภาพที่พึงประสงค์มีค่าอำนาจจำแนก อยู่ระหว่าง 0.553 - 0.915 ค่าความเชื่อมั่น 0.969 และ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ใช้สถิติที (t - test ชนิด Independent Samples) การทดสอบเอฟ (F - test) แบบการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One - Way ANOVA) และการ วิเคราะห์ค่าดัชนีจัดเรียงลำดับความต้องการจำเป็น แบบปรับปรุง (Modified Priority Needs Index: PNImodified) ผลการวิจัยพบว่า 1. สภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ ของภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา อยู่ในระดับมาก และอยู่ในระดับมากที่สุด 2. สภาพปัจจุบันภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา ตามความคิดเห็นของผู้บริหารโรงเรียนและครูผู้สอน จำแนกตาม สถานภาพการดำรงตำแหน่ง ประเภทของโรงเรียน และประสบการณ์ในการปฏิบัติงาน โดยรวมไม่แตกต่างกัน ส่วนสภาพที่พึงประสงค์ของภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา จำแนกตามสถานภาพการดำรงตำแหน่ง ประเภทของโรงเรียน และประสบการณ์ในการปฏิบัติงาน โดยรวมไม่แตกต่างกัน 3. ความต้องการจำเป็นของภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา โดยพิจารณาเรียงลำดับความสำคัญของความต้องการจำเป็นจากมากไปหาน้อย ดังนี้ ด้านการมีวิสัยทัศน์ดิจิทัล ด้านการพัฒนาตนเองทางดิจิทัล ด้านสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการบริหาร ด้านการสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ทางดิจิทัล ด้านการเป็นผู้นำการสื่อสารทางดิจิทัล และด้านสนับสนุนการเรียนการสอนโดยใช้เทคโนโลยี 4. แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา ที่จากความต้องการจำเป็น 3 อันดับแรก ได้แก่ 1) ด้านการมีวิสัยทัศน์ดิจิทัล ผู้บริหารควรกำหนดวิสัยทัศน์ดิจิทัลชัดเจนและมีเป้าหมายในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในองค์กร 2) ด้านการพัฒนาตนเองทางดิจิทัล ผู้บริหารควรเข้ารับการอบรมและสัมมนา เกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัลและแพลตฟอร์มดิจิทัลที่จำเป็นสำหรับการบริหาร และ 3) ด้านสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการบริหาร ผู้บริหารควรเปิดรับการเปลี่ยนแปลง และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการใช้เทคโนโลยี
Abstract: This research aimed to examine, compare, and assess needs and guidelines for developing digital leadership of secondary school administrators in Savannakhet Province, Lao People's Democratic Republic. The sample, selected through multi-stage random sampling, comprised 348 participants, including school administrators and teachers from secondary schools under the Savannakhet Provincial Education and Sports Department during the academic year 2024. Simple random sampling with replacement (lottery method) was also employed to select 87 school administrators and 261 teachers from a total of 87 schools. Data were collected through questionnaires and interview forms. The questionnaires focused on secondary school administrators’ digital leadership. The current and desired conditions had the discriminative power ranging from 0.549 to 0.907, from 0.553 to 0.915, and the reliability of 0.990 and 0.969, respectively. Statistical analyses included frequency, Independent Samples t - test, One - Way ANOVA F - test, and the Modified Priority Needs Index (PNImodified). The research results revealed that: 1. The current and desired conditions of digital leadership among secondary school administrators reached a high level and the highest level, respectively. 2. The current and desired conditions of digital leadership among secondary school administrators, as perceived by participants’ positions, school type, and work experience, showed no significant difference overall. 3. The needs for secondary school administrators’ digital leadership, prioritized in descending order of importance, were identified as follows: Digital vision, self-development in digital technologies, supporting the use of digital technologies in administration, creating a digital learning culture, digital communication leadership, and technology-enhanced support for teaching and learning. 4. The guidelines for developing digital leadership among secondary school administrators were based on the three most critical needs, identified as the top priorities. These were as follows: 1) Digital vision: Administrators are expected to establish a clear digital vision and set goals for the integration of digital technologies within the organization; 2) Self - development in digital technologies: Administrators should actively participate in training programs and seminars focused on key digital technologies and platforms relevant to school administration; and 3) Supporting the use of digital technologies in administration: Administrators should embrace change and create an environment conducive to the effective use of digital technologies.
Publisher
มหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนคร. สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
Address: สกลนคร
Email: library@snru.ac.th
Contributor
Name: เพลินพิศ ธรรมรัตน์
Role: ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์
Name: ธวัชชัย ไพใหล
Role: ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์
Date
Created: 2568
Modified: 2568-08-08
Issued: 2568-08-08
Type
วิทยานิพนธ์/Thesis
Format
application/pdf
Source
CallNumber: วจ 371.3078 บ54ค
Language
tha
Thesis
Descipline: การบริหารการศึกษา
Grantor: มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
DegreeName: ครุศาสตรมหาบัณฑิต
Level: ปริญญาโท
เบดู สุทิลาด (2568) ความต้องการจำเป็น และแนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำดิจิทัล ของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา แขวงสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว.
วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
เรื่องที่ 3 (ThaiLIS)
Title
ภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อความเป็นนวัตกรการศึกษาของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครพนม
Title Alternative
Digital Leadership of School Administrators Affecting Educational Innovator of Teachers under the Secondary Education Service Area Office Nakhon Phanom
Creator
Name: ศิริกัญญา ศิริสุทธารมย์
Address: มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
Subject
keyword: ภาวะผู้นำดิจิทัล
Classification :.DDC: วจ 370.1593 ศ37ภ
Description
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อความเป็นนวัตกรการศึกษาของครู กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครพนม จำนวน 339 คน ซึ่งได้มาโดยวิธีการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามชนิดมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ โดยด้านภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา มีค่าความเที่ยงตรง 1.000 ค่าอำนาจจำแนกระหว่าง 0.655–0.934 และค่าความเชื่อมั่น 0.987 และส่วนด้านความเป็นนวัตกรการศึกษาของครูมีค่าความเที่ยงตรง 1.000 ค่าอำนาจจำแนกระหว่าง 0.584-0.899 และค่าความเชื่อมั่น 0.982 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบเป็นขั้นตอน ผลการวิจัยพบว่า 1. องค์ประกอบภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา มี 4 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) การมีวิสัยทัศน์ดิจิทัล 2) การสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ยุคดิจิทัล 3) การสื่อสารดิจิทัล และ 4) การรู้ดิจิทัล โดยทุกองค์ประกอบมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด ส่วนองค์ประกอบความเป็นนวัตกรการศึกษาของครู มี 6 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) การคิดริเริ่มสร้างสรรค์ 2) การสร้างเครือข่าย 3) การตั้งคำถาม 4) การสังเกต 5) การกล้าเสี่ยง และ 6) การทดลอง โดยทุกองค์ประกอบมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด 2. ภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา โดยรวมอยู่ในระดับมาก 3. ความเป็นนวัตกรการศึกษาของครู โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด 4. ภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษากับความเป็นนวัตกรการศึกษาของครู มีความสัมพันธ์กันทางบวกในระดับปานกลาง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ .01 5. ภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา ด้านการสื่อสารดิจิทัลมีอำนาจพยากรณ์ความเป็นนวัตกรการศึกษาของครูได้ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ .01 และด้านการมีวิสัยทัศน์ดิจิทัล สามารถพยากรณ์ได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยตัวแปรทั้ง 2 ตัว ร่วมกันพยากรณ์ความเป็นนวัตกรการศึกษาของครูได้ร้อยละ 29.50 และมีความคลาดเคลื่อนมาตรฐานของการพยากรณ์ .319 โดยสามารถสร้างสมการพยากรณ์ในรูปคะแนนดิบและคะแนนมาตรฐาน ดังนี้ สมการพยากรณ์ในรูปคะแนนดิบ Yl = 2.791 + .270(X3)+ .132(X1) สมการพยากรณ์ในรูปคะแนนมาตรฐาน Zly = .404(Z3) + .174(Z1) 6. แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อความเป็นนวัตกรการศึกษาของครู มี 2 องค์ประกอบ ได้แก่ การสื่อสารดิจิทัล และการมีวิสัยทัศน์ดิจิทัล โดยแนวทางการพัฒนาอยู่ในเกณฑ์ที่มีความเหมาะสม
Abstract: The purpose of this study was to examine digital leadership of school administrators that affected educational innovator of teachers. The participants consisted of 339 school administrators and teachers under the Office of the Secondary Education Service Area of Nakhon Phanom, who were recruited using multi-stage sampling. The instrument used was a 5-level rating scale questionnaire, which the part of digital leadership of school administrators indicated validity index at 1.000, discrimination power index ranged from 0.655 to 0.934, and reliability index was at 0.987, where as the educational innovator of teachers indicated validity index at 1.000, discrimination power index ranged from 0.584 to 0.899, and reliability index was at 0.982. Statistics used in data analysis were frequency, percentage, mean, standard deviation, correlation coefficient of Pearson, and stepwise multiple regression analysis. The findings were as follows. 1. The digital leadership of school administrators consisted of four components, namely 1) digital vision, 2) creating a digital learning culture, 3) digital communication, and 4) digital literacy. All components were rated at the highest level of propriety. Additionally, the educational innovator of teachers consisted of six components, namely 1) creativity, 2) networking, 3) asking questions, 4) observing, 5) taking risks and 6) experimenting. All components showed the highest level of propriety. 2. The digital leadership of school administrators, in overall, showed high level of propriety. 3. The educational innovator of teachers, in overall, showed the highest level of propriety. 4. The relationship between digital leadership of school administrators and educational innovator of teachers showed positive correlation at moderate level with statistical significance at .01. 5. The digital leadership of school administrators, in the aspects of digital communication predicted the educational innovator of teachers with statistical significance at .01, and digital vision predicted the educational innovator of teachers with statistical significance at .05. These two aspects collectively explained the educational innovator of teachers at 29.500% with a standard error of .319. The predictive equations were as follows. Predictive equation in raw score form: Yl = 2.791 + .270(X3) + .132(X1) Predictive equation in standardized score form: Zly = .404(Z3) + .174(Z1) 6. The guidelines for developing digital leadership of school administrators affecting educational innovator of teachers involved two aspects, namely digital communication, and digital vision. The development guidelines were found to be appropriate.
Publisher
มหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนคร. สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
Address: สกลนคร
Email: library@snru.ac.th
Contributor
Name: พรเทพ เสถียรนพเก้า
Role: ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์
Name: อภิสิทธิ์ สมศรีสุข
Role: ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์
Date
Created: 2568
Modified: 2568-07-02
Issued: 2568-07-02
Type
วิทยานิพนธ์/Thesis
Format
application/pdf
Source
CallNumber: วจ 370.1593 ศ37ภ
Language
tha
Thesis
DegreeName: ครุศาสตรมหาบัณฑิต
Level: ปริญญาโท
Descipline: การบริหารและพัฒนาการศึกษา
Grantor: มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
ศิริกัญญา ศิริสุทธารมย์ (2568) ภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อความเป็นนวัตกรการศึกษาของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครพนม.
วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
เรื่องที่ 1 (ThaiJO)
ภาวะผู้นําเชิงนวัตกรรมในยุคดิจิทัลของผู้บริหาร
สถานศึกษา
ใน
กลุ่มเครือข่าย
ส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการศึกษาศูนย์การศึกษาพิเศษเขตการศึกษา 8
สังกัดสํานักบริหารงานการศึกษาพิเศษ
INNOVATIVE LEADERSHIP IN THE DIGITAL AGE OF SCHOOL
ADMINISTRATORS IN THE EDUCATIONAL MA
NAGEMENT
EFFICIENCY PROMOTION NETWORK GROUP OF THE REGIONAL
SPECIAL EDUCATIONAL CENTER 8, UNDER THE SPECIAL
EDUCATION BUREAU
กรรณิการ์ ชาวแพร่ สุรศักดิ์ สุทธสิริ และทัศนีย์ บุญมาภิ
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน มีวัตถุประสงค์
1)เพื่อศึกษาภาวะผู้นําเชิงนวัตกรรมในยุคดิจิทัลและ2)
เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาภาวะผู้นําเชิงนวัตกรรมในยุคดิจิทัล
ของผู้บริหาร
สถานศึกษา
ในกลุ่มเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการศึกษาศูนย์การศึกษา
พิเศษเขตการศึกษา
8
สังกัดสํานักบริหารงานการศึกษาพิเศษ
กลุ่มประชากร
ได้แก่
ผู้บริหาร
สถานศึกษา
ครูผู้สอน
และบุคลากรทางการศึกษา
จํานวน
227
คน
ในปีการศึกษา
2568
กลุ่ม
ตัวอย่างเชิงคุณภาพเลือกแบบเจาะจง
จํานวน
5
คน
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
ได้แก่
แบบสอบถาม
และแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง
แบบสอบถามผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาและทดลองใช้
กับกลุ่มที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง
จํานวน
30
คน
มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ
0.42
การวิเคราะห์
ข้อมูลใช้สถิติค่าเฉลี่ย
ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ค่าร้อยละ
และการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า
ภาวะผู้นําเชิงนวัตกรรมในยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
เมื่อ
พิจารณาเป็นรายด้าน
พบว่า
ด้านการมีวิสัยทัศน์การเปลี่ยนแปลงมีค่าเฉลี่ยสูงสุด
รองลงมาคือ
ด้าน
การคิดสร้างสรรค์นวัตกรรม
ด้านการทํางานเป็นทีมและมีส่วนร่วม
ด้านการสร้างบรรยากาศองค์กร
นวัตกรรม
และด้านการบริหารความเสี่ยงตามลําดับ
แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นําเชิงนวัตกรรม
ควรมุ่งเน้นการมีส่วนร่วม
การเรียนรู้ร่วมกัน
การส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์
การใช้เทคโนโลยี
ดิจิทัลในการบริหารงานอย่างเป็นระบบ
มีการวางแผนบริหารความเสี่ยง
และติดตามประเมินผล
อย่างต่อเนื่อง
เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้เกิดประสิทธิภาพและความยั่งยืน
คําสําคัญ
:
ภาวะผู้นําเชิงนวัตกรรม
,
ผู้บริหารกลุ่มเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพ
,
การจัดการศึกษา
ศูนย์การศึกษาพิเศษเขตการศึกษา 8
,
สังกัดสํานักบริหารงานการศึกษา
กรรณิการ์ ชาวแพร่ สุรศักดิ์ สุทธสิริ และ ทัศนีย์ บุญมาภิ (2566) ภาวะผู้นําเชิงนวัตกรรมในยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาในกลุ่มเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการศึกษาศูนย์การศึกษาพิเศษเขตการศึกษา 8 สังกัดสํานักบริหารงานการศึกษาพิเศษ.วารสารพุทธศาสตร์ มจร อุบลราชธานี. ปีที่ 8 ฉบับที่ 1
เรื่องที่ 2 (ThaiJO)
ภาวะผู้นําดิจิทัลที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของส
ถานศึกษา สังกัดสํานักงาน
เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 1
*
DIGITAL LEADERSHIP AFFECTING THE EFFECTIVENESS OF SCHOOLS
UNDER SAKONNAKHON PRIMARY EDUCATIONAL
SERVICE AREA OFFICE
จิตรลัดดา โถบํารุง
และ วิชัย ประทุมไทย
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา
1)
ภาวะผู้นําดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา
2)
ประสิทธิผลของสถานศึกษา
3)
ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นําดิจิทัลกับประสิทธิผลของ
สถานศึกษา และ
4)
ภาวะผู้นําดิจิทัลที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษา สังกัดสํานักงาน
เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต
1
กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและ
ครูผู้สอน จํานวน
335
คน กําหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างตามตารางเครซี่และมอร์แกน และใช้การ
สุ่มแบบแบ่งชั้น เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า
5
ระดับ มี
ค่าความเชื่อมั่นด้านภาวะผู้นําดิจิทัลเท่ากับ
0.834
และด้านประสิทธิผลของสถานศึกษาเท่ากับ
0.826
วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่ว
นเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสัมประสิทธิ์
สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน
ผลการวิจัยพบว่า
1)
ภาวะผู้นําดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาโดยรวมอยู่ในระดับมาก
2)
ประสิทธิผลของสถานศึกษาโดยรวมอยู่ในระดับมาก
3)
ภาวะผู้นําดิจิทัลของผู้บริหาร
สถานศึกษามีความสัมพันธ์ทางบวกกับประสิทธิผลของสถานศึกษาในระดับปานกลาง (
r =
0.435)
อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .
01
และ
4)
ภาวะผู้นําดิจิทัลที่ส่งผลต่อประสิทธิผล
ของสถานศึกษา ได้แก่ จรรยาบรรณการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล การบูรณาการการเรียนรู้ทางดิจิทัล
และการสนับสนุนการใช้ดิจิทัลในการวัดและประเมินผล โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์พหุคูณ
เท่ากับ
0.907
และสามารถร่วมกั
นพยากรณ์ประสิทธิผลของสถานศึกษาได้ร้อยละ
82.00
(Adjusted R² = 0.820)
สมการพยากรณ์ในรูปคะแนนดิบคือ
Ŷ
= 0.472 + 0.700(X
₅
) +
0.118(X
₃
) + 0.052(X
₄
)
และสมการพยากรณ์ในรูปคะแนนมาตรฐานคือ
Z
̂
= 0.770(X
₅
) +
0.158(X
₃
) + 0.089(X
₄
)
คําสําคัญ :
ภาวะผู้นําดิจิทัล
,
ประสิทธิผลของสถานศึกษา
,
สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
จิตรลัดดา โถบํารุง และ วิชัย ประทุมไทย (2569) ภาวะผู้นําดิจิทัลที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษา สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 1.วารสารมณีเชษฐาราม วัดจอมมณี. ปีที่ 9 ฉบับที่ 2 (มีนาคม – เมษายน) 2569
เรื่องที่ 3 (ThaiJO)
ภาวะผู้นําเชิงนวัตกรรมในยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาในกลุ่มเครือข่าย
ส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการศึกษาศูนย์การศึกษาพิเศษเขตการศึกษา 8
สังกัดสํานักบริหารงานการศึกษาพิเศษ
INNOVATIVE LEADERSHIP IN THE DIGITAL AGE OF SCHOOL
ADMINISTRATORS IN THE EDUCATIONAL MA
NAGEMENT
EFFICIENCY PROMOTION NETWORK GROUP OF THE REGIONAL
SPECIAL EDUCATIONAL CENTER 8, UNDER THE SPECIAL
EDUCATION BUREAU
กรรณิการ์ ชาวแพร่ สุรศักดิ์ สุทธสิริ และทัศนีย์ บุญมาภิ
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน
มีวัตถุประสงค์
1)
เพื่อศึกษาภาวะผู้นําเชิง
นวัตกรรมในยุคดิจิทัล
และ
2)
เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาภาวะผู้นําเชิงนวัตกรรมในยุคดิจิทัล
ของผู้บริหาร
สถานศึกษา
ในกลุ่มเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการศึกษาศูนย์การศึกษา
พิเศษเขตการศึกษา
8
สังกัดสํานักบริหารงานการศึกษาพิเศษ
กลุ่มประชากร
ได้แก่
ผู้บริหาร
สถานศึกษา
ครูผู้สอน
และบุคลากรทางการศึกษา
จํานวน
227
คน
ในปีการศึกษา
2568
กลุ่ม
ตัวอย่างเชิงคุณภาพเลือกแบบเจาะจง
จํานวน
5
คน
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
ได้แก่
แบบสอบถาม
และแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง
แบบสอบถามผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาและทดลองใช้
กับกลุ่มที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง
จํานวน
30
คน
มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ
0.42
การวิเคราะห์
ข้อมูลใช้สถิติค่าเฉลี่ย
ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ค่าร้อยละ
และการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า
ภาวะผู้นําเชิงนวัตกรรมในยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
เมื่อ
พิจารณาเป็นรายด้าน
พบว่า
ด้านการมีวิสัยทัศน์การเปลี่ยนแปลงมีค่าเฉลี่ยสูงสุด
รองลงมาคือ
ด้าน
การคิดสร้างสรรค์นวัตกรรม
ด้านการทํางานเป็นทีมและมีส่วนร่วม
ด้านการสร้างบรรยากาศองค์กร
นวัตกรรม
และด้านการบริหารความเสี่ยงตามลําดับ
แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นําเชิงนวัตกรรม
ควรมุ่งเน้นการมีส่วนร่วม
การเรียนรู้ร่วมกัน
การส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์
การใช้เทคโนโลยี
ดิจิทัลในการบริหารงานอย่างเป็นระบบ
มีการวางแผนบริหารความเสี่ยง
และติดตามประเมินผล
อย่างต่อเนื่อง
เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้เกิดประสิทธิภาพและความยั่งยืน
คําสําคัญ
:
ภาวะผู้นําเชิงนวัตกรรม
,
ผู้บริหารกลุ่มเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพ
,
การจัดการศึกษา
ศูนย์การศึกษาพิเศษเขตการศึกษา 8
,
สังกัดสํานักบริหารงานการศึกษา
กรรณิการ์ ชาวแพร่ สุรศักดิ์ สุทธสิริ และทัศนีย์ บุญมาภิ(2569) ภาวะผู้นําเชิงนวัตกรรมในยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาในกลุ่มเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการศึกษาศูนย์การศึกษาพิเศษเขตการศึกษา 8 สังกัดสํานักบริหารงานการศึกษาพิเศษ.MCU Ubonratchathani Journal of Buddhist Studies, Vol.8 No.1 (January - April 2026)