คือการรวบรวมชุดความรู้ที่เป็นประโยชน์กับประชาชนทุกช่วงวัย
เป็นประจำทุกเดือนในรูปแบบสารสนเทศที่เป็นประโยชน์และน่าสนใจ
มาตรา 22 (ช่วยเหลือด้วยใจ ไม่ใช่การจับกุม)
แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง พ.ศ. 2557
"เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่พบเห็นหรือได้รับแจ้งเกี่ยวกับคนไร้ที่พึ่ง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบ หากปรากฏว่าเป็นคนไร้ที่พึ่ง และคนไร้ที่พึ่งนั้นให้ความยินยอม ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(1) นำคนไร้ที่พึ่งนั้นไปยังสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง เพื่อดำเนินการให้การคุ้มครองตามพระราชบัญญัตินี้ (2) ส่งคนไร้ที่พึ่งนั้นไปยังสถานพยาบาล สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน สถานรับเลี้ยงเด็ก สถานสงเคราะห์ สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ สถานพัฒนาและฟื้นฟู หรือสถาบันอื่นของรัฐหรือเอกชน ที่เหมาะสมแก่สภาพของคนไร้ที่พึ่งนั้น (3) ส่งคนไร้ที่พึ่งนั้นกลับภูมิลำเนาเดิม หรือส่งไปยังบุคคลซึ่งยินยอมที่จะรับคนไร้ที่พึ่งนั้นไว้ดูแล
ในกรณีที่คนไร้ที่พึ่งไม่ให้ความยินยอมตามวรรคหนึ่ง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งให้คำแนะนำด้านสวัสดิการสังคมแก่คนไร้ที่พึ่งนั้น"
📝หลัก "ความยินยอม" (Consent)
ถ้าเหยื่อ/คนไร้ที่พึ่ง "ยินยอม": เจ้าหน้าที่ถึงจะสามารถพาตัวไปคุ้มครอง บำบัด หรือส่งกลับบ้านได้
ถ้า "ไม่ยินยอม": เจ้าหน้าที่ ไม่มีสิทธิ์บังคับ (เนื่องจากไม่ใช่กฎหมายอาญาที่จะจับกุมขังได้) ทำได้เพียง "ให้คำแนะนำด้านสวัสดิการสังคม" และติดตามดูห่างๆ เว้นแต่มีภาวะอันตรายต่อตนเองหรือผู้อื่นตามกฎหมายสุขภาพจิต
3 ทางเลือกในการช่วยเหลือ (3 Options)
เมื่อช่วยเหลือมาแล้ว พม. จะคัดกรองส่งต่อตามความเหมาะสม:
ทางเลือกที่ 1: ส่งเข้า "สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง" (หรือบ้านมิตรไมตรี) เพื่อพักพิง ฟื้นฟูใจ และฝึกอาชีพ
ทางเลือกที่ 2: ส่งต่อหน่วยงานเฉพาะทาง (เช่น ส่งไป รพ. ถ้าป่วยทางกาย/จิต, ส่งบ้านพักเด็กฯ ถ้าเป็นเยาวชน)
ทางเลือกที่ 3: "ส่งกลับบ้าน" หากประเมินแล้วว่าครอบครัวมีความพร้อมและยินดีรับกลับไปดูแล
ส่อง 4 พฤติกรรม เติมพลังสมองให้ผู้สูงอายุ🧓
💡พฤติกรรมช่วยลดอาการสมองเสื่อมในผู้สูงอายุ
1. การออกกำลังกายและดูแลสุขภาพกาย
ออกกำลังกายเพื่อกระตุ้นการสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงสมอง
รับประทานอาหารบำรุงสมอง
นอนหลับให้เพียงพอ
2. การบริหารสมองและฝึกความคิดเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ
ฝึกทักษะ หรือทำงานอดิเรกที่ไม่คุ้นเคย
กิจกรรมกระตุ้นสมอง หรือใช้เทคนิคสลับข้างทำกิจกรรมประจำวัน เช่น ใช้มือข้างที่ไม่ถนัดหยิบจับสิ่งของเพื่อสร้างเส้นใยประสาท
3. การเข้าสังคมและกิจกรรมบำบัดพบปะผู้คน
เข้าร่วมชมรมผู้สูงอายุ หรือนัดพบเพื่อนฝูงเพื่อกระตุ้นการสื่อสารและการทำงานของสมองส่วนหน้า
ศิลปะและดนตรีบำบัด ใช้กิจกรรมศิลปะ งานประดิษฐ์ เย็บปักถักร้อย หรือการฟังเพลงที่คุ้นเคย เพื่อผ่อนคลายและกระตุ้นความทรงจำ
4. การจัดการอารมณ์และสิ่งแวดล้อมลดความเครียด
ฝึกการทำสมาธิ หายใจเข้า-ออกลึก ๆ เพื่อปรับสมดุลสารเคมีในสมอง
กระตุ้นการรับรู้ ใช้ภาพความทรงจำในอดีตมาพูดคุยเพื่อกระตุ้นความจำ
⚠️ ผู้ปกครองที่ละเลย ทำร้าย หรือแสวงประโยชน์จากเด็ก มีโทษจำคุกสูงสุด ไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท (หรือทั้งจำทั้งปรับ) และอาจมีความผิดเพิ่มตามประมวลกฎหมายอาญาหากมีการทำร้ายร่างกายรุนแรง
ลูกไม่ใช่ "สมบัติส่วนตัว" พ่อแม่ไม่ดูแล... กฎหมายจัดการอย่างไร?
ทอดทิ้ง/ปล่อยปละละเลย: ไม่ให้ข้าว น้ำ หรือยารักษาโรค ละทิ้งเด็กไว้ในบ้าน ตามลำพัง
ทำร้ายร่างกายและจิตใจ: ทุบตี กักขัง ด่าทอด้วยถ้อยคำรุนแรงจนส่งผลต่อจิตใจ
แสวงหาประโยชน์จากเด็ก: บังคับให้เด็กทำงานหนัก, ส่งไปขอทาน, หรือหลอก เอาข้อมูลเด็กไปเปิดบัญชีม้า
ไม่ส่งเสริมการศึกษา: จงใจไม่ส่งลูกเข้าเรียนตามเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับ
หากพิสูจน์แล้วว่าผู้ปกครองจงใจละเมิดสิทธิเด็ก ทีมสหวิชาชีพของ พม. จะใช้มาตรการทางกฎหมายดังนี้:
ขั้นที่ 1: แยกเด็กออกมาก่อน (Rescue & Protection) หากเด็กอยู่ในบ้านแล้วเป็นอันตราย พม. จะใช้อำนาจตามกฎหมายนำตัวเด็กออกมารักษาฟื้นฟู และพาไปอยู่ในความดูแลของ "บ้านพักเด็กและครอบครัว" ชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย
ขั้นที่ 2: ปรับพฤติกรรมพ่อแม่ (Parental Training) ทำทัณฑ์บนกับผู้ปกครอง หรือบังคับให้เข้าคอร์สปรับพฤติกรรม ฝึกอบรมวิธีการเลี้ยงลูกที่ถูกต้อง และบำบัดจิตใจ (หากมีอาการติดเหล้า/ยาเสพติด)
ขั้นที่ 3: เปลี่ยนผู้ปกครอง (Change of Custody) หากพ่อแม่ยังไม่ปรับปรุงตัว พม. สามารถยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อ "ถอนอำนาจปกครอง" ของพ่อแม่ และจัดหาผู้ปกครองคนใหม่ หรือส่งเด็กเข้าสู่ระบบครอบครัวอุปถัมภ์/สถานสงเคราะห์
☎️สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
02 659 6757
http://gepf.dwf.go.th
fundktp@gmail.com
กองทุนส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศกรมกิจการสตรีและ
สถาบันครอบครัว
พระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ.2558 🏳️🌈
“การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ” หมายความว่า การกระทำหรือไม่กระทำการใด
อันเป็นการแบ่งแยก กีดกัน หรือจำกัดสิทธิประโยชน์ใด ๆ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม โดยปราศจาก
ความชอบธรรม เพราะเหตุที่บุคคลนั้นเป็นเพศชายหรือเพศหญิง หรือมีการแสดงออกที่แตกต่างจาก
เพศโดยกำเนิด
หน่วยงานของรัฐและเอกชนห้ามกำหนดนโยบาย กฎระเบียบ หรือวิธีปฏิบัติใด ๆ ที่เป็นการเลือก
ปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ ตามพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558
ซึ่งคุ้มครองบุคคลทุกเพศ ทั้งชาย หญิง และผู้มีความหลากหลายทางเพศ
📥ช่องทางการให้บริการหากถูกเลือกปฏิบัติด้วยเหตุทางเพศ
1. การยื่นคําร้องต่อคณะกรรมการวินิจฉัยว่ามีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ
ยื่นคำร้องด้วยตนเอง
ในเขตกรุงเทพมหานคร : กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว
ในจังหวัดอื่น : ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและสถาบันครอบครัว 8 แห่ง (เชียงราย, ลำพูน, ลำปาง, ขอนแก่น, ศรีษะเกษ, นนทบุรี, ชลบุรี, สงขลา)
ยื่นคำร้องทางไปรษณีย์
กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว
กองส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ
ชั้น 13 เลขที่ 1034 ถนนกรุงเกษม แขวงคลองมหานาค
เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร 10100
ยื่นคำร้องทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์
genderact@dwt.go.th
2. การยื่นคำขอรับเงินชดเชยและเยียวยา
ผู้เสียหายมีสิทธิขอรับการชดเชยและเยียวยาโดยยื่นคําขอต่อกรมตามแบบที่อธิบดี
ประกาศกําหนดภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคําวินิจฉัยของคณะกรรมการ วลพ.
ยื่นคำร้องด้วยตนเอง/ไปรษณีย์
กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว
กองส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ
ชั้น 13 เลขที่ 1034 ถนนกรุงเกษม แขวงคลองมหานาค
เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร 10100
📢ช่องทางขอความช่วยเหลือและแจ้งเหตุ หากตกเป็นเหยื่อ ถูกข่มขู่ หรือพบเหตุฉุกเฉินสามารถโทรสายด่วน 1441
นัดเจอออนไลน์ต้องระวัง ‼️ รู้หน้าไม่รู้ใจ
ความเสี่ยงที่ควรระวัง
1. มิจฉาชีพหลอกลงทุน/ขอยืมเงิน มักใช้รูปโปรไฟล์หน้าตาดีเพื่อตีสนิท แล้วชวนลงทุน หรือหลอกให้โอนเงินช่วยเหลือฉุกเฉินก่อนนัดเจอ
2. ภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน การนัดเจอในที่ลับตาคนอาจนำไปสู่การถูกทำร้ายร่างกาย ชิงทรัพย์ หรือถูกมอมยาเพื่อรูดทรัพย์
3. การถูกแบล็กเมล อาจมีการหลอกให้ส่งภาพหรือวิดีโอลับ จากนั้นนำมาขู่ กรรโชกทรัพย์
วิธีป้องกันตัวเองให้ปลอดภัย
1. นัดในสถานที่สาธารณะ เลือกห้างสรรพสินค้า ร้านกาแฟ หรือร้านอาหารที่มีคนพลุกพล่าน ห้าม ไปบ้านของอีกฝ่าย หรือสถานที่ส่วนตัวเด็ดขาด
2. บอกคนใกล้ชิดให้ทราบ แจ้งเพื่อนสนิทหรือครอบครัวให้รู้ว่าคุณกำลังจะไปพบใคร ที่ไหน และแชร์พิกัดเรียลไทม์ (Real-time location) ไว้ตลอดเวลา
3. ระมัดระวังตัวอยู่เสมอ อย่าละสายตาจากแก้วน้ำหรืออาหารของคุณเด็ดขาด เพื่อป้องกันการถูกผสมสารมึนงงหรือยาเสพติด
📢หากพบเห็นเหตุการณ์การฉ้อโกง
โทรแจ้งสายด่วน 1441
เตือนภัยสายติ่ง ก่อนซื้อบัตรคอนเสิร์ต🎫
💥รู้ทัน 3 กลโกงยอดฮิตของมิจฉาชีพ
สวมรอยเป็นแฟนคลับ
มิจฉาชีพจะทำทีเป็นคนชอบศิลปินคนเดียวกัน อ้างว่ากดบัตรมาซ้ำหรือติดธุระไปไม่ได้
บัตรเวียน (หนึ่งใบขายหลายคน)
มิจฉาชีพมี e-Ticket หรือ QR Code ของจริงเพียงใบเดียว แต่ส่งไฟล์นี้ขายให้เหยื่อ คนที่ไปถึงหน้างานคนแรกเท่านั้นที่จะเข้างานได้
ใช้ความเร่งรีบกดดัน
มักเสนอขายราคาถูกกว่าปกติ หรืออ้างว่ามีคนรอคิวซื้ออยู่เยอะ เพื่อเร่งให้คุณโอนเงินทันทีโดยไม่มีเวลาคิด
🛡️วิธีเช็กและป้องกัน
ก่อนโอนเงินครั้งต่อไปเช็กประวัติคนโกงก่อนโอน
นำชื่อ-นามสกุล หรือเลขบัญชีธนาคาร ไปตรวจสอบประวัติการฉ้อโกงที่เว็บ Blacklistseller
อย่าเชื่อแค่รูปถ่ายบัตรประชาชน
มิจฉาชีพมักนำบัตรประชาชนของเหยื่อรายอื่นมาแอบอ้าง ควรขอวิดีโอคอลเพื่อดูหน้าผู้ขายคู่กับบัตรประชาชนและตัวบัตรคอนเสิร์ต
✅ซื้อผ่านช่องทาง Official หรือนัดรับบัตรหน้างานดีที่สุด
หากพบเหตุการณ์เข้าข่ายการค้ามนุษย์ ☎️ โทรสายด่วน 1300
"5️⃣ มิถุนายน วันรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์"
วันรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์ของประเทศไทยตรงกับวันที่ 5 มิถุนายน ของทุกปี โดยรัฐบาลได้กำหนดให้วันนี้เป็นวาระสำคัญในการรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงพิษภัยของการค้ามนุษย์ ซึ่งถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง
📌การค้ามนุษย์มีได้หลายรูปแบบ ได้แก่
การแสวงประโยชน์ทางเพศ
การขูดรีดแรงงาน
การบังคับให้กระทำอาชญากรรม
การแสวงประโยชน์จากการขอทาน
การเอาไปซึ่งอวัยวะอย่างผิดกฎหมาย
ขบวนพาเหรด Pride Parade: การเดินขบวนที่เต็มไปด้วยสีสัน ความสนุกสนาน และการแสดงออกถึงตัวตนอย่างเสรี
การรณรงค์และเสวนา: การจัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน กฎหมายความเท่าเทียม (เช่น กฎหมายสมรสเท่าเทียม) และการยอมรับในสังคม
การจัดแสดงศิลปวัฒนธรรม: นิทรรศการภาพถ่าย ภาพยนตร์ หรือคอนเสิร์ตที่สะท้อนเรื่องราวของความหลากหลาย
"Pride Month" (เดือนแห่งความภาคภูมิใจ)
จุดเริ่มต้นของ Pride Month มาจากเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่เรียกว่า "Stonewall Riots" ในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อเดือนมิถุนายน ปี 1969 (พ.ศ. 2512) ซึ่งเป็นการลุกขึ้นสู้ของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศเพื่อปกป้องสิทธิของตนเองจากการถูกเลือกปฏิบัติและความรุนแรงจากเจ้าหน้าที่รัฐ เหตุการณ์นั้นกลายเป็นชนวนสำคัญที่จุดประกายให้เกิดขบวนการเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิ LGBTQIAN+ ทั่วโลกจนถึงทุกวันนี้
🌈 LGBTQIAN+ คือตัวย่อที่ใช้เรียกกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ มีความหมายดังนี้
L - Lesbian (เลสเบี้ยน): ผู้หญิงที่ชอบผู้หญิง
G - Gay (เกย์): ผู้ชายที่ชอบผู้ชาย (หรือใช้เรียกผู้ที่ชอบเพศเดียวกันโดยรวม)
B - Bisexual (ไบเซ็กชวล): ผู้ที่ชอบได้ทั้งเพศเดียวกันและเพศตรงข้าม
T - Transgender (ทรานสเจนเดอร์): คนข้ามเพศ หรือผู้ที่อัตลักษณ์ทางเพศไม่ตรงกับเพศกำเนิด
Q - Queer (ควิอาร์): นิยามกว้างๆ ของคนที่ไม่ต้องการจำกัดตัวเองในกรอบเพศเดิมๆ
I - Intersex (อินเตอร์เซกส์): ผู้ที่มีเพศสรีระหรือโครโมโซมที่มีลักษณะทั้งชายและหญิงมาแต่กำเนิด (เพศกำกวม)
A - Asexual (เอเซ็กชวล): ผู้ที่ไม่มีความดึงดูดทางเพศกับผู้อื่น (หรือมีความดึงดูดน้อยมาก)
N - Non-binary (นอนไบนารี่): ผู้ที่ไม่ต้องการนิยามตนเองว่าเป็นชายหรือหญิง และไม่อยู่ในระบบสองเพศ
+ (Plus): เครื่องหมายที่สื่อถึงกลุ่มความหลากหลายทางเพศอื่นๆ ที่อาจไม่ได้ระบุไว้ในตัวอักษรข้างต้น เพื่อยืนยันว่าสังคมโอบรับและไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง