คือการรวบรวมชุดความรู้ที่เป็นประโยชน์กับประชาชนทุกช่วงวัย
เป็นประจำทุกเดือนในรูปแบบสารสนเทศที่เป็นประโยชน์และน่าสนใจ
🚨ช่องทางการดำเนินคดี
แจ้ง AOC โทร 1441
แจ้งความดำเนินคดีกับสถานีตำรวจในพื้นที่โดยเร็วที่สุด
แจ้งความออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ เว็บไซต์ www.thaipoliceonline.go.th
หรือสามารถแจ้งเบาะแสมายังสภาองค์กรของผู้บริโภคได้ที่เบอร์สายด่วน 1502
เตือนภัย! สายช็อปออนไลน์ 3 ข้อควรเช็ก ก่อนซื้อสินค้าออนไลน์ 🛒
ในยุคที่การช็อปออนไลน์ง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส เพื่อให้รอดพ้นจากกลโกงของมิจฉาชีพ เราจึงต้องอาศัยความรอบคอบก่อนซื้อสินค้า ผ่าน "3 ข้อควรเช็ก" และ "ลิสต์หลักฐานสำคัญ" ที่ต้องเก็บไว้เผื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน
✅ 3 ข้อควรเช็คก่อนตัดสินใจซื้อ
1. เช็กประวัติผู้ขาย: นำชื่อ-นามสกุล หรือเลขบัญชีธนาคารไปค้นหาใน Google หรือกลุ่ม "Blacklist" ต่าง ๆ ว่ามีประวัติการโกงหรือไม่
2. ตรวจสอบที่ตั้งของบัญชี (IP Address): เช็กประวัติการเปลี่ยนชื่อ ตรวจสอบว่าเพจเคยเปลี่ยนชื่อจากเรื่องอื่นมาเป็นร้านค้าหรือไม่ หรือเปลี่ยนชื่อบ่อย ๆ หรือไม่ เช่น จากเพจคำคมกลายเป็นร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า
3. เช็กรีวิวสินค้า: อย่าดูแค่คะแนนดาวสูง ๆ ให้ลองอ่านรีวิวจากผู้ซื้อจริง ดูรูปรีวิวที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่รูปสวยหรูที่คัดลอกมาจากอินเทอร์เน็ต
🌟ควรเก็บหลักฐานในการซื้อขาย
ผู้บริโภคควรเก็บหลักฐานในการซื้อขาย เพื่อใช้ประกอบการดำเนินคดีในกรณีที่โดนโกง หรือ ถูกหลอกลวงไว้กับตัวด้วย หลักฐานที่ควรเก็บไว้ มีดังนี้
เก็บหรือขออีเมลของร้านค้าไว้เพื่อเป็นประโยชน์ในการดำเนินคดี
รูปสินค้าและโฆษณาที่แสดงรายละเอียดของสินค้า
URL ของร้านค้าที่มีปัญหา เพื่อประโยชน์ในการรายงานปิดกั้นข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ข้อความการสนทนาระหว่างการซื้อ - ขายไว้เป็นหลักฐาน
สลิปการโอนเงินและเลขที่บัญชีร้านค้า
เก็บหลักฐานอื่น ๆ เช่น รูปถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ขายไว้ (ถ้ามี)
และรีบติดต่อสายด่วน 1441 ทันที เพื่อระงับ/อายัดบัญชีคนร้าย
สนใจสมัครได้ที่่
☎️สายด่วน 1300: โทรสอบถามและสมัครได้ทันที
🌐เว็บไซต์: dwf.go.th
🏢ศูนย์เรียนรู้ฯ ประจำภูมิภาค: เดินทางไปสมัครด้วยตนเอง ณ ศูนย์เรียนรู้ฯ ทั้ง 8 แห่งทั่วประเทศ
สร้างโอกาส สร้างอาชีพ ฟรี กับศูนย์เรียนรู้สตรี และครอบครัว (พม.) 🙋
ในยุคที่การมีทักษะติดตัวคือต้นทุนชีวิตที่สำคัญที่สุด ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัว (พม.) เปิดประตูแห่งโอกาสครั้งสำคัญ ชวนประชาชนที่สนใจมาอัปสกิล สร้างอาชีพ เสริมรายได้ แบบ "ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย" 🚫💸
🌟เจาะลึก 4 กลุ่มอาชีพยอดนิยมในศูนย์การเรียนรู้
หลักสูตรที่เปิดสอนถูกออกแบบมาให้ตรงกับความต้องการของตลาดในปัจจุบัน ครอบคลุมทักษะที่หลากหลาย ดังนี้
ครอบคลุมด้านบริการและสุขภาพ: สำหรับผู้ที่สนใจงานด้านการดูแลและบริการ
อาหารและเบเกอรี่: สอนตั้งแต่พื้นฐานจนประกอบอาชีพได้
ตัดเย็บแฟชั่น: ปั้นดีไซน์เนอร์และช่างเย็บมือโปร
งานเสริมสวย: ครบเครื่องเรื่องความงามและบุคลิกภาพ
🌟มากกว่าแค่ทักษะฝีมือ คือการต่อยอดสู่โลกดิจิทัล
นอกจากทักษะอาชีพหลักแล้ว ทางศูนย์ฯ ยังให้ความสำคัญกับการทำธุรกิจในยุคใหม่ด้วยการสอน ทักษะดิจิทัลและการตลาด เพื่อให้ผู้เรียนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน
การตลาดออนไลน์: สอนเปิดร้านค้าออนไลน์และเทคนิคการถ่ายภาพสินค้าให้สะดุดตา
การสร้างแบรนด์: สร้างเอกลักษณ์ให้สินค้ามีความโดดเด่น
การจัดการการเงิน: สอนการทำบัญชีครัวเรือนเพื่อการวางแผนอนาคต
🌟อนุรักษ์ภูมิปัญญา ต่อยอดคุณค่าชุมชน
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบงานฝีมืออัตลักษณ์ท้องถิ่น ยังมีหลักสูตรระยะสั้นที่เน้นการ ต่อยอดภูมิปัญญาในชุมชน เช่น งานจักสาน ผ้ามัดย้อม และการแปรรูปสินค้าเกษตร เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับวัตถุดิบในท้องถิ่น
💡สิทธิประโยชน์สุดคุ้ม : เรียนฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย!
ไฮไลท์สำคัญของโครงการนี้คือ "ความเท่าเทียมและการเข้าถึง" โดยส่วนใหญ่จะไม่มีค่าธรรมเนียมในการเรียน และในบางหลักสูตรทางศูนย์ฯ ยังมีการ สนับสนุนที่พักและอาหารฟรีตลอดการอบรม
📬 ส่งเอกสารประกอบเสนอชื่อได้ที่ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครปฐม ชั้น 1 ส่วนต่อขยาย ศาลากลางจังหวัดนครปฐม
การคัดเลือกแม่ดีเด่นแห่งชาติ 2569 💘
การคัดเลือกแม่ดีเด่นแห่งชาติ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2569
🌟คุณสมบัติแม่ดีเด่นแห่งชาติ 2569 ที่มีภูมิลำเนาในจังหวัดนครปฐม
📍ตามหลักเกณฑ์
มีสัญชาติไทย
มีความประพฤติดี
มีสุขภาพดี
มีความเป็นแม่ที่ดี
มีอายุไม่ต่ำกว่า 50 ปีบริบูรณ์ ยกเว้นแม่ของลูกผู้เสียสละ
มีครอบครัวเป็นที่ยอมรับและเป็นแบบอย่างแก่สังคม
มีครอบครัวเป็นที่ยอมรับและเป็นแบบอย่างของสังคม
เป็นผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อผู้อื่นและสังคม
มีความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และเลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตย
ผู้ที่ถูกเสนอชื่อเข้ารับรางวัล จะต้องไม่เคยได้รับการคัดเลือกเป็นแม่ดีเด่นแห่งชาติของสภา สังคมสงเคราะห์ฯ มาแล้ว
📞 ช่องทางการติดต่อ
โทรแจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย 191
สายด่วน พม. 1300
Safe Trip: เดินทางอุ่นใจ สร้างเกราะป้องกันภัยคุกคาม
จากสถานการณ์ภัยคุกคามทางเพศที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ กระทรวงพม. ขอส่งความปรารถนาดีผ่านชุดข้อมูลแนวทาง ‘ป้องกันและแก้ไขปัญหาการคุกคามทางเพศ’ เพื่อสร้างเกราะคุ้มกันและเสริมสร้างความปลอดภัยในการเดินทางให้แก่ประชาชน ดังนี้
1. การป้องกันตัวเอง (เมื่อต้องเดินทางคนเดียว)
เลือกที่นั่งที่ปลอดภัย: พยายามนั่งใกล้ประตูหรือนั่งในจุดที่คนขับมองเห็นได้ชัดเจนผ่านกระจกส่องหลัง แต่อย่าใกล้ชิดจนเกินไปจนเปิดโอกาสให้มีการสัมผัสตัว
สังเกตพฤติกรรม: หากคนขับเริ่มชวนคุยเรื่องส่วนตัว หรือใช้ถ้อยคำแทะโลม ให้พยายามตัดบทหรือเลี่ยงการสนทนา
แจ้งพิกัดให้คนใกล้ชิด: ส่งแชร์โลเคชั่น (Live Location) ให้เพื่อนหรือครอบครัวทราบ และบอกเบอร์ทะเบียนรถ/ชื่อคนขับให้คนอื่นรู้เสมอ
หลีกเลี่ยงการอยู่บนรถคนเดียว: หากเห็นว่าผู้โดยสารคนอื่นลงหมดรถแล้ว และรู้สึกไม่ปลอดภัย ให้พิจารณาลงในจุดที่มีคนพลุกพล่านก่อนถึงจุดหมายแล้วต่อรถคันอื่น
2. วิธีรับมือเมื่อเผชิญเหตุ (เลียนแบบจากในคลิปข่าว)
ตั้งสติและบันทึกหลักฐาน: หากเริ่มรู้สึกว่าถูกคุกคาม ให้ใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกวิดีโอหรือเสียงไว้ทันที เพื่อใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการดำเนินคดี (เหมือนผู้เสียหายในคลิปที่ถ่ายจนเห็นพฤติกรรมชัดเจน)
ตอบโต้อย่างมีสติ: ใช้เสียงที่ดังและมั่นคงเพื่อปฏิเสธ หรือบอกให้หยุดพฤติกรรมนั้นทันที
หาทางออกจากสถานการณ์: หากรถจอดในที่เปลี่ยวหรือคนขับล็อกรถ ให้พยายามมองหาปุ่มปลดล็อก หรือส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือจากคนภายนอกทันทีเมื่อมีโอกาส
3. การดำเนินการหลังเกิดเหตุ
แจ้งความดำเนินคดี: อย่าปล่อยผ่านเพียงเพราะคำอ้างว่า "หยอกล้อ" หรือ "ล้อเล่น" ให้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจท้องที่ทันที
แจ้งต้นสังกัด/บริษัท: หากเป็นรถรับส่งพนักงาน ให้แจ้งฝ่าย HR หรือเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย (Safety) ของบริษัท เพื่อให้มีบทลงโทษทางวินัยหรือไล่ออก
รวบรวมพยาน: หากทราบว่าเคยมีเหยื่อรายอื่นถูกกระทำในลักษณะเดียวกัน ให้รวมกลุ่มกันแจ้งความเพื่อเพิ่มน้ำหนักของคดี
📞 ติดต่อสอบถามข้อมูล
กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กองส่งเสริมสถาบันครอบครัว 0 2659 6714-5
ระบบเพื่อนครอบครัว : Family Line เพื่อนคู่คิดเพื่อชีวิตครอบครัว 🧑🧑🧒
“เพราะครอบครัวคือรากฐานของชีวิต”ชวนทำความรู้จักเพื่อนคู่คิดปรึกษาปัญหาครอบครัว 24 ชั่วโมง 🌟
เพื่อนครอบครัว เป็นนวัตกรรมบริการดิจิทัล มีลักษณะบริการ ดังนี้
บริการให้คำปรึกษาและช่วยเหลือปัญหา
เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านครอบครัวสำหรับสมาชิกครอบครัวทุกช่วงวัยโดยมีเนื้อหาสาระน่ารู้ครอบคลุมวงจรชีวิตครอบครัว เช่น การเตรียมความพร้อมการมีครอบครัว พ่อแม่มือใหม่ ครอบครัวที่มีลูกวัยรุ่น ครอบครัวที่มีผู้สูงอายุ ครอบครัวการรับมือสถานการณ์เฉพาะ
บริการให้คำปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญ ครอบคลุมมิติปัญหาครอบครัวโดยผู้เชี่ยวชาญ
🌐ช่องทางการรับคำปรึกษา
เพิ่มเพื่อนผ่านแอปพลิเคชันไลน์ @linefamily
หรือเว็บไซต์ www.เพื่อนครอบครัว.com
เตือนภัยอาชญากรรมออนไลน์ 🤖
📞 ช่องทางขอความช่วยเหลือ
สายด่วน AOC 1441: ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์(ปรึกษาและแจ้งเหตุได้24 ชม.)
กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.): โทร 1191
กรมการจัดหางาน: ตรวจสอบรายชื่อบริษัทจัดหางานที่ได้รับอนุญาตได้ที่สายด่วน 1506 กด 2
เตือนภัยสายหางาน!🚨
เปิด 3 จุดสังเกต "งานอันตราย" ระวังถูกหลอกไปเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์
มิจฉาชีพมักใช้จิตวิทยา "ความโลภ" และ "ความรีบเร่ง" มาเป็นเครื่องมือ ดังนี้
1.นัดอบรม/สัมภาษณ์แถวชายแดน
o ทำไมถึงอันตราย? มิจฉาชีพมักอ้างจังหวัดแถบชายแดนอย่าง สระแก้ว สุรินทร์ บุรีรัมย์ เพื่อให้ง่ายต่อการพาข้ามฝั่งผ่าน "ช่องทางธรรมชาติ" (หลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย) เมื่อข้ามไปแล้วคุณจะสูญเสียอิสรภาพทันที
2.รายได้สูงเกินจริง (Too Good to be True)
o ทำไมถึงอันตราย? งานง่ายๆ เช่น แอดมินตอบแชท หรือคีย์ข้อมูล แต่ให้เงินเดือน 30,000 - 100,000 บาท พร้อมสวัสดิการหรูหรา ซึ่งในความเป็นจริงไม่มีงานถูกกฎหมายประเภทไหนจ่ายสูงขนาดนี้สำหรับทักษะพื้นฐาน
3.ออกค่าใช้จ่ายให้/เร่งรัด
o ทำไมถึงอันตราย? การเสนอออกค่าเดินทาง ค่าที่พัก หรือค่าพาสปอร์ตให้ก่อน เป็นการสร้าง "หนี้บุญคุณ" หรือ "หนี้สิน" ที่มิจฉาชีพจะใช้ข่มขู่ให้คุณทำงานใช้หนี้ในภายหลัง และมักเร่งให้เดินทางทันทีเพื่อไม่ให้คุณมีเวลาตรวจสอบข้อมูล
⚠️ ความเสี่ยงเมื่อไปถึงจุดนัดพบ
เมื่อเหยื่อหลงเชื่อเดินทางไปถึง มักจะเผชิญกับสถานการณ์เลวร้ายที่ยากจะกลับตัว
ถูกยึดพาสปอร์ตและมือถือ เพื่อตัดการติดต่อจากโลกภายนอก
กักขังหน่วงเหนี่ยว และอาจถูกบังคับให้อยู่ในอาคารปิดที่มีการคุ้มกันแน่นหนา
บังคับทำผิดกฎหมาย หากไม่ยอมโทรศัพท์หลอกลวงผู้อื่น (แก๊งคอลเซ็นเตอร์) อาจถูกทำร้ายร่างกาย อดอาหาร หรือถูกขายต่อไปยังแก๊งอื่น (Human Trafficking)
💡 ข้อควรระวังเพิ่มเติม
"ไม่มีงานไหนที่รวยทางลัดโดยไม่ต้องใช้ทักษะเฉพาะทาง" ก่อนตัดสินใจไปทำงานที่ต้องเดินทางไปชายแดนหรือต่างประเทศ ควรตรวจสอบชื่อบริษัทกับกรมการจัดหางานเสมอ และห้ามส่งเอกสารสำคัญ (เช่น บัตรประชาชน) ให้คนในอินเทอร์เน็ตเด็ดขาด
พม.1300 (โทรฟรีตลอด 24 ชั่วโมง)
Line OA@ess_help_me (มีระบบปักหมุดพิกัดแจ้งเหตุอัตโนมัติ)
หน่วยงานพื้นที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.)
รู้จักกับหน่วยเคลื่อนที่เร็ว พม.💡
"หน่วยเคลื่อนที่เร็ว พม. (HuSEC)"
HuSEC ย่อมาจาก Human Security Emergency Center หรือ "ศูนย์เร่งด่วนฉุกเฉินด้านความมั่นคงของมนุษย์"
1. "ถึงที่ ถึงตัว ถึงใจ" หน่วย HuSEC ไม่ได้รอให้ผู้เดือดร้อนเดินเข้ามาหาที่สำนักงานเพียงอย่างเดียว แต่ใช้ระบบ เชิงรุก (Proactive) โดยมีหัวใจหลักคือ รวดเร็ว เข้าถึงจุดเกิดเหตุภายใน 24 ชั่วโมง หลังได้รับแจ้ง โดยใช้แนวทาง Targeted Intervention (การช่วยเหลือแบบพุ่งเป้า) เพื่อค้นหากลุ่มคนที่ "ตกหล่น" จากระบบสวัสดิการปกติ เช่น ผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้สูงอายุที่อยู่ลำพัง
2. พลังเครือข่ายสหวิชาชีพการแก้ปัญหาสังคมยุคใหม่ไม่ได้ใช้แค่เจ้าหน้าที่ พม. เท่านั้น แต่เป็นการ "ผนึกกำลัง" ร่วมกับหน่วยงานอื่นเพื่อให้ครอบคลุมทุกมิติ ฝ่ายแพทย์ดูแลสุขภาพกายและจิต ฝ่ายตำรวจ/กฎหมาย ดูแลความปลอดภัยและสิทธิทางกฎหมายท้องถิ่นให้การสนับสนุนพื้นที่และข้อมูลชุมชน
3. มากกว่า "ถุงยังชีพ" คือความยั่งยืน จุดที่น่าสนใจคือขั้นตอน "ติดตามผล" หน่วยงานไม่ได้มาแค่แจกของแล้วจบไป แต่มีการฝึกอาชีพเพื่อให้ผู้ประสบปัญหาสามารถยืนด้วยลำแข้งตัวเองได้ในระยะยาวการจัดการรายกรณี (Case Management) ติดตามผลจนกว่าสถานการณ์ของผู้เดือดร้อนจะดีขึ้นจริง
4. สามารถแจ้งเหตุได้ 24 ชั่วโมง หากคุณพบเห็นคนเร่ร่อน ผู้ถูกกระทำความรุนแรง เด็กถูกทอดทิ้ง หรือกลุ่มเปราะบางที่ต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งเหตุได้ทันที
สายด่วนคนพิการ: โทร 1479
สายด่วนกระทรวงแรงงาน: โทร 1506
อาชีพสร้างรายได้ สำหรับผู้พิการ ในยุคดิจิทัล
ในยุคนี้ "ข้อจำกัดทางกาย" ไม่ใช่ "อุปสรรคทางการงาน" อีกต่อไป เพราะมีสายงานที่เน้นทักษะทางสติปัญญาและดิจิทัลมากขึ้น
สายงานเทคโนโลยีและ AI (Digital Workforce):
AI Data Labeler: คือการช่วยสอน AI ให้ฉลาดขึ้น เช่น การระบุรูปภาพหรือข้อความ (สำคัญมากในยุคที่เราใช้ ChatGPT หรือระบบจดจำใบหน้า)
QA Tester: ตรวจสอบระบบแอปพลิเคชันหรือซอฟต์แวร์ว่ามีจุดบกพร่องตรงไหน
จุดเด่น: สามารถทำแบบ Remote Working (ทำงานจากที่บ้าน) ได้ 100% ลดปัญหาเรื่องการเดินทาง
สายงานบริการและสำนักงาน (Corporate Jobs):
เช่น Call Center, ธุรการ หรือ Graphic Design ซึ่งบริษัทใหญ่ๆ ต้องการจ้างงานตามกฎหมาย
สายอาชีพเฉพาะทาง (Specialized Roles):
เน้นทักษะเฉพาะ เช่น นวดไทยสปา (อาชีพยอดนิยมสำหรับผู้พิการทางสายตา) หรือ ช่างซ่อมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
มาตรา 33
การจ้างงานโดยตรง
เข้าทำงานเป็นพนักงานในบริษัท รับเงินเดือน
ผู้ที่พร้อมเดินทางไปทำงานหรือทำงานประจำ
มาตรา 35
การให้สิทธิอื่นๆ แทนการจ้างงาน
ให้สิทธิสัมปทาน, จัดสถานที่จำหน่ายสินค้า, จ้างเหมาช่วงงาน, หรือให้การฝึกอบรม
ผู้ที่ต้องการประกอบอาชีพอิสระ หรือต้องการพัฒนาทักษะ
dep.go.th: เว็บไซต์กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ
ไทยมีงานทำ: แพลตฟอร์มรวมงานจากภาครัฐ
Vulcan Coalition: กิจการเพื่อสังคมที่เน้นจ้างงานคนพิการด้าน AI โดยเฉพาะ (แนะนำมากสำหรับสายเทคโนโลยี)
เที่ยวสงกรานต์ปลอดภัย 🚨
เน้นการเตรียมความพร้อมก่อนออกต่างจังหวัด เพื่อลดอุบัติเหตุ:
เช็กสภาพรถ: ตรวจสอบเบรคและยางให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์
พักคน พักรถ: ควรหยุดพักทุกๆ 2 ชั่วโมงเพื่อป้องกันอาการเหนื่อยล้าหรือหลับใน
เมาไม่ขับ: ห้ามดื่มแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาดหากต้องทำหน้าที่ขับรถ
เน้นการให้เกียรติผู้อื่นและความปลอดภัยส่วนบุคคล:
ใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสม: ใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันต่ำ และใช้น้ำสะอาดในการเล่น
ขออนุญาตก่อน: ควรขออนุญาตก่อนจะประแป้งผู้อื่นเสมอ
ป้องกันตนเอง: สวมหมวกนิรภัยขณะขี่รถเล่นน้ำ คาดเข็มขัดนิรภัย และแต่งกายมิดชิดเพื่อป้องกันการถูกคุกคามทางเพศ
เน้นการป้องกันโรคที่มากับอากาศร้อนและอาหาร:
ระวังฮีทสโตรก (Heatstroke): ดื่มน้ำบ่อยๆ และพักในที่ร่มเพื่อลดอุณหภูมิร่างกาย
อันตรายจากไฟฟ้า: ห้ามสัมผัสปลั๊กไฟขณะตัวเปียก เพราะอาจเกิดไฟดูดได้
สุขอนามัยอาหาร: ยึดหลัก "กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ" เลือกทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่เพื่อป้องกันโรคท้องร่วง
หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน สามารถติดต่อเบอร์เหล่านี้ได้ทันที:
1669: เจ็บป่วยฉุกเฉิน / สายด่วนกู้ชีพ
1193: ตำรวจทางหลวง (แจ้งเหตุบนถนนหลวง)
191: เหตุด่วนเหตุร้ายทุกชนิด
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รับเงินพิเศษเดือนเมษายน🎉
เดือนเมษายน 2569 จะได้รับสิทธิ ดังนี้
วันที่ 1 เมษายน 2569 ได้รับวงเงินสิทธิเพื่อซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค และค่าเดินทาง (ไม่สามารถถอนเป็นเงินสดได้และไม่สะสมในเดือนถัดไป) ประกอบด้วย
- วงเงินซื้อสินค้า 300 บาทต่อคนต่อเดือน
- วงเงินส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม 80 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน (เม.ย. - มิ.ย. 69)
- วงเงินค่าเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะ 750 บาทต่อคนต่อเดือน ได้แก่ บขส. รถไฟ ขสมก. รถไฟฟ้า และรถโดยสารเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ
วันที่ 20 เมษายน 2569
- ได้รับเงินเพิ่มเบี้ยความพิการ 200 บาทต่อเดือน
สำหรับผู้มีสิทธิที่เป็นคนพิการ ซึ่งมีบัตรประจำตัวคนพิการและได้รับเบี้ยความพิการ 800 บาทต่อเดือน (โอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารที่ผูกพร้อมเพย์ด้วยเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ของผู้มีสิทธิ หรือบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้มีสิทธิหรือผู้รับมอบอำนาจที่ใช้รับเงินเบี้ยความพิการ 800 บาท)
เตือนภัยอาชญากรรมออนไลน์ 🤖
เตือนภัย! มิจฉาชีพแอบอ้าง พม.
มิจฉาชีพมักจะใช้ "ความเร่งรีบ" หรือ "ผลประโยชน์" มาเป็นตัวล่อ ดังนี้ครับ:
อ้าง "เงินอุดหนุนตกค้าง":
วิธีหลอก: บอกว่าคุณมีสวัสดิการหรือเงินช่วยเหลือที่ยังไม่ได้กดรับ
เงื่อนไขลวง: มักจะบอกให้คุณ "โอนค่าธรรมเนียม" หรือค่าดำเนินการก่อน ถึงจะโอนเงินก้อนใหญ่ให้ (ซึ่งความจริงแล้ว หน่วยงานรัฐจะไม่มีการให้ประชาชนโอนเงินเข้าก่อนเด็ดขาด)
ขู่ "สิทธิ์กำลังจะถูกตัด":
วิธีหลอก: ส่ง SMS มาในเชิงตำหนิหรือเร่งด่วน ว่าข้อมูลของคุณผิดพลาด หรือถ้าไม่ยืนยันตัวตนจะเสียสิทธิ์
เงื่อนไขลวง: ให้กด "ลิงก์ปลอม" เพื่อกรอกข้อมูลส่วนตัวหรือติดตั้งแอปฯ ซึ่งเป็นแอปฯ ดูดเงินที่สามารถควบคุมมือถือเราได้
หลอก "ลัดคิวรับเงินกู้":
วิธีหลอก: อ้างว่าสามารถช่วยให้กู้เงินกองทุนต่างๆ ของ พม. ได้เร็วขึ้น (เช่น กองทุนผู้สูงอายุ หรือกองทุนคนพิการ)
เงื่อนไขลวง: เรียกเก็บเงิน "ใต้โต๊ะ" หรือค่าเอกสาร โดยอ้างว่าต้องใช้เส้นสาย
เพื่อให้ปลอดภัยจากมิจฉาชีพ ให้ยึดหลัก 3 ข้อนี้ครับ:
พม. ไม่ขอ OTP: เจ้าหน้าที่รัฐจะไม่มีวันโทรมาขอรหัส OTP (One-Time Password) จากคุณเด็ดขาด หากมีใครขอรหัสนี้ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่าเป็นมิจฉาชีพ
พม. ไม่ส่งลิงก์ทาง SMS: ทางหน่วยงานจะไม่มีนโยบายส่งลิงก์เพื่อให้ทำธุรกรรมทางการเงินหรือกรอกข้อมูลส่วนตัวผ่านข้อความ SMS
ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง: การรับสวัสดิการจากรัฐไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมผ่านบัญชีส่วนตัวบุคคล
หากสงสัย หรือต้องการตรวจสอบข้อมูล ให้ใช้ช่องทางเหล่านี้เท่านั้นครับ:
สายด่วน พม.: โทร 1300 (ฟรี 24 ชม.)
เบอร์โทรศัพท์กลาง: 0 3431 0005 - 6
อีเมล: tpso-3@m-society.go.th
LINE: @851hsbxv
"เตือนภัย! ระวังเพจที่พักช่วงเทศกาลสงกรานต์"
เพื่อให้คุณท่องเที่ยวได้อย่างสบายใจ นี่คือสิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนควักเงินจ่ายครับ:
ตรวจสอบหน้าเพจ: ดูจำนวนผู้ติดตาม ยอดไลก์ และวันที่สร้างเพจ เพจปลอมมักจะเพิ่งสร้างได้ไม่นาน หรือมียอดผู้ติดตามแบบผิดปกติ
เช็กเลขบัญชี: ก่อนโอนเงิน ควรนำชื่อบัญชีหรือเลขบัญชีไปตรวจสอบในเว็บไซต์เช็กคนโกง หรือสังเกตว่าบัญชีเป็นชื่อบุคคล (ซึ่งเสี่ยงกว่า) แทนที่จะเป็นชื่อบริษัทหรือชื่อโรงแรมโดยตรง
โทรเช็กโดยตรง: ค้นหาเบอร์โทรศัพท์ทางการของที่พักจากแหล่งอื่น (เช่น Google Maps หรือเว็บไซต์หลัก) แล้วโทรสอบถามว่าเพจที่คุณกำลังคุยอยู่คือเพจจริงหรือไม่
ราคาถูกผิดปกติ: หากที่พักสวยหรูแต่ราคาถูกจนเหลือเชื่อในช่วงเทศกาล ให้ตั้งข้อสังเกตไว้ก่อนเลยว่าอาจจะเป็นมิจฉาชีพครับ
หากคุณพบเห็นเพจที่น่าสงสัย หรือโชคร้ายตกเป็นเหยื่อแล้ว ในภาพระบุให้ติดต่อ:
ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC): โทร 1441 (สายด่วนแจ้งเหตุออนไลน์)
ไม่ต้องรอใบรับรองแพทย์ ! พม. ออกบัตรคนพิการได้
รู้จัก "ความพิการที่เห็นโดยประจักษ์"
เพื่อให้คนพิการเข้าถึงสิทธิสวัสดิการได้รวดเร็วขึ้น กระทรวง พม. ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดหลักเกณฑ์ "ความพิการที่เห็นโดยประจักษ์" ซึ่งหมายถึง ลักษณะความทางกายภาพที่ชัดเจนจนไม่ต้องให้แพทย์วินิจฉัยซ้ำซ้อน
ความพิการทางการเคลื่อนไหว:
แขนขาด/ขาขาด (ตั้งแต่ข้อมือหรือข้อเท้าขึ้นไป)
นิ้วมือขาดหายไปจนไม่สามารถหยิบจับสิ่งของได้ (เช่น ขาดทุกนิ้วหรือขาดนิ้วหลัก)
อัมพาตครึ่งซีกหรือทั้งตัวที่กล้ามเนื้อฝ่อลีบชัดเจน
ความพิการทางการมองเห็น:
ตาฝ่อลีบ หรือไม่มีลูกตาชัดเจนทั้งสองข้าง
ความพิการทางการได้ยินหรือสื่อความหมาย:
หูหนวกสนิท (กรณีที่มีข้อมูลยืนยันชัดเจนหรือสภาพร่างกายบ่งชี้)
ความพิการทางสติปัญญา:
กรณีที่มีพัฒนาการช้าอย่างรุนแรงจนเห็นได้ชัดจากพฤติกรรมและการตอบสนอง
ความพิการทางออทิสติก:
มีพฤติกรรมบกพร่องทางสังคมและการสื่อสารที่รุนแรงและชัดเจน
ความพิการทางจิตใจหรือพฤติกรรม:
มีอาการทางจิตเวชรุนแรงจนไม่สามารถควบคุมตัวเองได้และปรากฏลักษณะชัดเจนต่อหน้า เจ้าหน้าที่
ความพิการทางการเรียนรู้:
(มักต้องใช้ผลประเมินควบคู่ แต่หากมีประวัติการรักษาเดิมชัดเจนจะเข้าเกณฑ์ง่ายขึ้น)
April Fool's Day: เมื่อความสนุกต้องมีขอบเขต และ "ความจริง" คือเกราะคุ้มกันกลุ่มเปราะบาง 🛡️
5 เรื่องที่ "ห้ามโกหก" กับกลุ่มเปราะบาง (ไม่ว่าวันไหนก็ตาม)
เพื่อให้วันโกหกโลกยังคงความน่ารักและปลอดภัย นี่คือประเด็นที่คุณไม่ควรหยิบยกมาล้อเล่นกับกลุ่มเปราะบาง:
เรื่องความเจ็บป่วยและความตาย: การหลอกว่าใครบางคนเสียชีวิตหรือป่วยหนัก เป็นเรื่องต้องห้าม เพราะอาจส่งผลต่อความดันโลหิตและสภาพจิตใจอย่างรุนแรง
เรื่องการทอดทิ้ง: "เดี๋ยวจะเอาไปทิ้งนะ" หรือ "หนูไม่ใช่ลูกแม่" มุกเหล่านี้สร้างความหวาดกลัว (Insecure Attachment) ในเด็กและผู้สูงอายุอย่างมหาศาล
เรื่องสิทธิประโยชน์และเงินทอง: การหลอกเรื่องเงินบำนาญ สวัสดิการ หรือการถูกโกงเงิน อาจทำให้ผู้สูงอายุเกิดความเครียดสะสมจนส่งผลต่อสุขภาพกาย
เรื่องยาและการรักษา: การโกหกว่า "นี่ไม่ใช่ยา" หรือ "หมอบอกว่าหายแล้ว" (ทั้งที่ยังไม่หาย) เพื่อความสบายใจชั่วคราว อาจนำไปสู่การดูแลตัวเองที่ผิดพลาด
เรื่องความปลอดภัย: การหลอกว่ามีภัยพิบัติ หรือเหตุร้ายใกล้ตัว เพื่อดูปฏิกิริยาตอบสนอง เป็นการทารุณกรรมทางจิตใจรูปแบบหนึ่ง