หมวด "ชาดก" มีจำนวน ๒๑๖ เล่ม
นิบาตชาดก
"นิบาตชาดก" อยู่ในพระไตรปิฎกส่วนพระสูตร (สุตตันตปิฎก) ประกอบด้วยนิทานชาดก แบ่งเป็นนิบาต ๒๑ คัมภีร์ และทศชาติ ๑ คัมภีร์ รวมเป็น ๒๒ คัมภีร์ การแบ่งนิบาตนั้น แบ่งตามจำนวนของคาถา เช่น นิทานชาดกที่มีคาถาเดียว เรียกว่า เอกนิบาต สองคาถาเรียก ทุกนิบาต ฯ ส่วนปกิณณกนิบาต เป็นการรวมรวมนิทานที่มีคาถามากน้อยไม่เท่ากัน และ ส่วนเรื่องทศชาติชาดก เรียกว่า มหานิบาต
นิบาตชาดกภาษาบาฬีมีอยู่ในสยามมาแต่ดึกดำบรรพ์ แต่จนถึงเมื่อร้อยกว่าปีก่อน ก็ยังไม่มีการแปลเป็นภาษาไทยให้เป็นหมวดหมู่ตามลักษณะคัมภีร์เดิม มีแต่การยกมาแปลเฉพาะเรื่อง ใช้เทศน์บ้าง ใช้สวดบ้าง ในเรื่องนี้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริโดยตลอดว่า นิบาตชาดกภาษาบาฬีชุดนี้ บัณฑิตครั้งแต่สมัยโบราณได้เรียบเรียงด้วยความอุตสาหะเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นหนังสือโบราณชุดใหญ่ ถ้ามีการแปลเป็นภาษาไทยทั้งหมด ก็นับเป็นความอลังการในหนังสือของชาติไทย
จนมาถึงรัตนโกสินทรศก ๑๒๓ (พ.ศ.๒๔๔๗) พระเจ้าน้องยาเธอกรมหมื่นวชิรญาณวโรรส (พระยศในขณะนั้น) ได้เป็นประธาน พร้อมด้วยพระราชาคณะผู้ใหญ่ และกรมพระสมมตอมรพันธุ์ ได้ช่วยกันเริ่มแปลนิบาตชาดก โดยแปลได้ ๓ วรรค รวม ๓๐ นิทาน ซึ่งได้พิมพ์แจกในงานพระศพพระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าหญิงศรีวิไลยลักษณ์ กรมขุนสุพรรณภาควดี โดยคำนำ ในเล่มที่ตีพิมพ์เล่มแรกนี้ ได้ทรงพระราชนิพนธ์กระแสพระราชดำริ ทรงหวังพระราขหฤทัยว่า สืบไปภายหน้า พระองค์เองหรือผู้หนึ่งผู้ใด จะทำการแปลต่อไปจากหนังสือนิบาตชาดกเล่มแรกนี้ ที่ได้ทรงเริ่มสร้างขึ้น
จนเมื่อปีพ.ศ.๒๔๕๓ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสู่สวรรคาลัย คนทั้งหลายทั้งภิกษุสงฆ์และคฤหัสถ์ ได้ทราบพระราชประสงค์ที่จะแปลนิบาตชาดกให้ครบสมบูรณ์ ต่างปรารภกันว่าถ้าช่วยกันแปลให้สำเร็จ ก็จะเป็นการบำเพ็ญกุศลสนองพระเดชพระคุณอย่างยิ่ง โดยกรรมการหอพระสมุดสำหรับพระนคร ได้ทราบความปรารภอันนี้ จึงได้รับเป็นธุระในการหาต้นฉบับนิบาตชาดกภาษาบาฬี ให้เหล่าบัณฑิตทำการแปล มารวบรวมไว้ในหอพระสมุดสำหรับพระนคร และมีการจัดพิมพ์เป็นระยะตามความประสงค์ของเจ้าภาพ
จากนั้นก็มีการแปลนิบาตชาดกเป็นภาษาไทยอย่างต่อเนื่อง จนถึงเล่มที่ ๒๒ (มหานิบาต เรื่องเวสสันตรชาดก) อันเป็นเล่มสุดท้าย ราชบัณฑิตยสภา ได้แปลนิบาตชาดกเป็นภาษาไทยสำเร็จตลอดทั้งคัมภีร์ ตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระปิยมหาราชาธิราช เสร็จสิ้นในปีพ.ศ.๒๔๗๔
นับรวมระยะเวลาการแปลนิบาตชาดกเป็นภาษาไทย ตั้งแต่ปีพ.ศ.๒๔๔๗ ถึง ๒๔๗๔ เป็นเวลา ๒๗ ปี
นิบาตชาดก เล่มอื่นๆ จำนวน ๗ เล่ม
พระคัมภีร์ชาดกแปล ฉบับ ส.อ.ส. เล่ม ๐๓
(ไม่มีอีบุ๊คเล่มนี้)
ปัญญาสชาดก เป็นวรรณกรรมทางพระพุทธศาสนาเรื่องเอกที่พระเถระนักปราชญ์ชาวเชียงใหม่ได้รวบรวมเรื่องราวปรัมปราที่เป็นนิทานพื้นถิ่นแพร่หลายในยุคนั้น แล้วนำมารจนาเป็นชาดกขึ้นในระหว่างปี พ.ศ. 2000 - 2200 โดยเขียนไว้ด้วยภาษาบาลี มีทั้งคำประพันธ์ที่เป็นร้อยแก้วและบทคาถาหรือบทร้อยกรองทั้งสิ้น 50 ชาดก
โครงสร้างของปัญญาสชาดกมีลักษณะเลียนแบบนิบาตชาดกหรืออรรถกถาชาดกที่พระสงฆ์ชาวลังกาประพันธ์ไว้ อันประกอบด้วย ปัจจุบันวัตถุ อดีตนิทาน บทคาถาภาษิต และสโมธานหรือประชุมชาดก
เนื้อหาสาระของปัญญาสชาดกเป็นการพรรณนาถึงเรื่องราวเกี่ยวกับจริยวัตรของตัวละครเอกในเรื่อง คือ พระพุทธเจ้าเมื่อครั้งเสวยพระชาติเป็นพระโพธิสัตว์ซึ่งได้มีปณิธานมุ่งมั่นในการบำเพ็ญบารมีในชาติต่าง ๆ อย่างมั่นคง ไม่ย่อท้อต่อความยากเข็ญและอุปสรรคนานาชนิด โดยปรารถนาสูงสุดเพียงได้บรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณเท่านั้น ซึ่งท้ายที่สุดของแต่ละชาติ พระโพธิสัตว์จะสามารถลุถึงสัมมาสัมโพธิญาณด้วยบารมีที่ถึงพร้อมตามแต่ละชาติ
เชียงใหม่ปัณณาสชาดก เป็นวรรณกรรมทางพระพุทธศาสนาที่พระภิกษุชาวเชียงใหม่ได้แต่งขึ้น เป็นเรื่องราวนิทานชาดกภาษาบาลี จำนวน ๕๐ เรื่อง เมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๐๐๐ - ๒๒๐๐ เพื่อบำรุงพระพุทธศาสนาให้มั่นคง โดยกองวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร ได้นำมาปริวรรตแปลเป็นภาษาไทย เนื้อเรื่องมีคติธรรมสอนใจให้เลื่อมใสในพระจริยวัตรของพระพุทธเจ้า เมื่อครั้งเสวยพระชาติเป็นโพธิสัตว์ ทรงบำเพ็ญพระบารมีเพื่อประโยชน์สุขของหมู่สัตว์โลก เรื่องราวน่าสนใจในความสนุกสนานเพลิดเพลินแฝงด้วยปรัชญาธรรม
หมวด "ชาดก" เล่มอื่นๆ จำนวน ๘๕ เล่ม