พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่2) พ.ศ. 2560 ได้กำหนดให้มีการจัดตั้งสภาเด็กและเยาวชนทุกระดับ (ตำบล/เทศบาล/อำเภอ/เขต/จังหวัด/กรุงเทพมหานคร/แห่งประเทศไทย) รวมทั้งสิ้น 8,780 แห่ง
เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนา แก้ไขปัญหา และร่วมกำหนดนโยบายด้านเด็กและเยาวชน รวมทั้งการส่งเสริมสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชน
คือ เด็ก (อายุแรกเกิด – 18ปี) และเยาวชน (ตั้งแต่ 18 – 25 ปีบริบูรณ์) ทุกคนที่มีชื่ออยู่ใน ทะเบียนบ้าน (ทร.14) เป็นสมาชิกสภาเด็กและเยาวชนตำบลหรือเทศบาล และมีคณะบริหารสภาเด็กและ เยาวชนตำบลหรือคณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนเทศบาล ประกอบด้วยประธานสภาหนึ่งคน และผู้บริหาร อีกไม่เกินยี่สิบคน ซึ่งคัดเลือกกันเองจากสมาชิกสภาเด็กและเยาวชนเป็นผู้แทน ในการเป็นสมาชิกและคณะ บริหารสภาเด็กและเยาวชนในระดับอำเภอ จังหวัด แต่ในกรุงเทพมหานครเป็นระดับเขตและกรุงเทพมหานคร และเป็นสมาชิกและคณะสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย ปัจจุบันมีคณะบริหาร สภาเด็กและเยาวชน ทั่วประเทศรวมกว่า 160,000 คน
1. การสร้างความเป็นผู้นำและความเสียสละเพื่อส่วนรวม : สภาเด็กและเยาวชนจะได้รับ การฝึกการเป็นผู้นำที่ดีรู้หน้าที่และความรับผิดชอบ รวมถึงความเสียสละ มีจิตอาสา เพื่อประโยชน์ต่อสังคม
2. มีความรอบรู้และการใช้ทักษะในการดำรงชีวิตรวมทั้งการป้องกันและแก้ไขปัญหาในสังคม สภาเด็กและเยาวชนมีการจัดอบรมให้ความรู้กับเด็กและเยาวชนในประเด็นต่าง ๆ และช่วยเป็นกระบอกเสียงใน การสะท้อนปัญหาจากระดับท้องถิ่นสู่ระดับนโยบาย และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศชาติ
องค์กรเอกชนหรือองค์กรชุมชนในการพัฒนาเด็กแลเยาวชนจะได้รับเงินอุดหนุน ความ ช่วยเหลือหรือการสนับสนุนจากกรมกิจการเด็กและเยาวชน
แหล่งข้อมูล : กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์