ประตูท่าแพ(ชั้นใน) หรือชื่อเดิม ประตูเชียงเรือก เป็นประตูทางทิศตะวันออก และเป็น 1 ใน 5 ประตูเมืองชั้นในของเวียงเชียงใหม่ ปัจจุบันเป็นประตูเมืองเพียงแห่งเดียวที่มีบานประตู สร้างขึ้นครั้งแรกในรัชสมัยพญามังราย เมื่อแรกตั้งเมืองเชียงใหม่ในปี พ.ศ. 1839 ส่วนประตูท่าแพของจริงนั้นเดิมเคยตั้งอยู่บริเวณสี่แยกวัดแสนฝาง ซึ่งเป็นประตูของแนวกำแพงเมืองชั้นนอก ต่อมาเมื่อมีการรื้อแนวกำแพงชั้นนอกออกจึงเหลือแต่ประตูเชียงเรือกที่เป็นประตูชั้นใน ชาวบ้านจึงเรียกประตูเชียงเรือกนี้ว่าประตูท่าแพแทน
ที่มา : วิกิพีเดียเป็นวัดที่มีอายุเก่าแก่กว่า 1,300 ปี ตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ อยู่บริเวณดอยคำ ด้านหลังอุทยานหลวงราชพฤกษ์ บริเวณวัดมีลานชมวิวที่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์รอบเมืองเชียงใหม่ และเป็นที่ประดิษฐานพระเจ้าทันใจซึ่งมีอายุเก่าแก่กว่า 500 ปี
ตามตำนานกล่าวขานกันว่า
เทือกเขาถนนธงชัย ด้านทิศตะวันตกบนเทือกเขาเหล่านั้นจะเป็นที่ประดิษฐานขององค์พระเจดีย์สำคัญและเก่าแก่ คู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ถึง 2 องค์พระเจดีย์ แต่ละแห่งถูกสถาปนาขึ้นโดยพระมหากษัตริย์ในสมัยหริภุญชัยและล้านนาตามลำดับ หนึ่งในนั้นคือพระธาตุดอยคำ อยู่บนยอดเขาเล็กๆ ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของตัวเมืองเชียงใหม่ เรียกว่า “พระธาตุดอยคำ” เคยเป็นที่อยู่อาศัยของยักษ์สองผัวเมีย ชื่อ จิคำและตาเขียวมาก่อน ซึ่งต่อมาชาวบ้านได้เรียกยักษ์ทั้งสองนี้ว่า “ปู่แสะย่าแสะ” ปู่แสะย่าแสะมีลูก 1 คน ชื่อว่า “สุเทวฤๅษี” เหตุที่ได้ชื่อว่าดอยคำ เนื่องจากศุภนิมิตที่ยักษ์ทั้งสองได้รับพระเกศาธาตุจากพระพุทธเจ้า เกิดฝนตกหนักหลายวัน ทำให้น้ำฝนเซาะและพัดพาแร่ทองคำบนไหล่เขา และลำห้วยไหลลงสู่ปากถ้ำเป็นจำนวนมาก จึงเรียกภูเขาลูกนี้ว่า “ดอยคำ”
จากตำนานหลายฉบับได้กล่าวว่า เทวดาได้นำพระเกศาธาตุที่พระพุทธเจ้าได้ประทานแก่ปู่แสะและย่าแสะ นำขึ้นมาฝังและก่อสถูปไว้บนดอยแห่งนี้ และต่อมาในปี พ.ศ. 1230 เจ้ามหันตยศและเจ้าอนันตยศ สองพระโอรสแฝดของพระนางจามเทวีแห่งหริภุญชัยได้ขึ้นมาก่อเจดีย์ครอบพระสถูปเกศานั้นไว้
ที่มา วิกิพีเดีย
พ.ศ. 1912 พญากือนาได้นิมนต์พระสุมนเถระมาเผยแผ่พระพุทธศาสนายังเมืองเชียงใหม่ พระสุมนเถระได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุที่ค้นพบ ณ เมืองปางจา (บางขลัง) มาด้วย แต่พญากือนาให้พำนักที่วัดพระยืนก่อน เมื่อสร้างวัดสวนดอก เสร็จใน พ.ศ. 1914 จึงนิมนต์พระสุมนเถระมาจำพรรษาที่วัดสวนดอก พระบรมสารีริกธาตุได้แสดงปาฏิหาริย์แยกเป็น 2 องค์ จึงเชิญพระบรมสารีริกธาตุหนึ่งองค์บรรจุในพระเจดีย์วัดสวนดอก
ส่วนพระบรมสารีริกธาตุอีกองค์ พญากือนากับพระสุมนเถระได้เชิญขึ้นประดิษฐานในสัปคับบนหลังช้างมงคล อธิษฐานเสี่ยงช้างมงคลเพื่อเสี่ยงทายสถานที่ประดิษฐาน ช้างออกจากประตูหัวเวียงแล้วเดินขึ้นดอยสุเทพ ช้างหยุดอยู่ที่แห่งหนึ่ง เพื่อหนุนหยุดพัก พญากือนากับพระสุมนเถระอาราธนาไปต่อ ดอยลูกนั้นได้ชื่อว่าดอยหมากขนุน (ดอยหมากหนุน) ช้างมงคลเดินต่อจนไปถึงที่แห่งหนึ่ง เป็นที่ราบเพียงงาม พญากือนากับพระสุมนเถระคิดจะประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่นั่น แต่ช้างมงคลยังเดินต่อไป ที่นั้นได้ชื่อว่าสนามยอดดอยงาม ภายหลังเพี้ยนเป็นสามยอด (คือวัดสามยอดร้าง) พอช้างมงคลไต่ราวดอยเดินมาถึงยอดดอยสุเทพ มันก็ร้องแส่นสะเทือน 3 ครั้ง พร้อมกับทำประทักษิณ 3 รอบ แล้วคุกเข่าอยู่เหนือยอดดอย พญากือนาจึงให้เชิญพระบรมสารีริกธาตุลงจากหลังช้าง ช้างมงคลก็ล้มไป จึงโปรดเกล้าฯ ให้ขุดดินลึก 3 ศอก เอาแท่นหินใหญ่ 7 แท่น มาวางเป็นรูปหีบใหญ่ในหลุม แล้วอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุลงประดิษฐานไว้ จากนั้นถมด้วยหิน แล้วก่อพระเจดีย์สูง 5 วา ครอบบนนั้น ด้วยเหตุนี้จึงห้ามพุทธศาสนิกชนที่ไปนมัสการสวมรองเท้าใน บริเวณพระธาตุ และมิให้สตรีเข้าไปบริเวณนั้น แต่บางตำนานว่าพญากือนาเอาพระบรมสารีริกธาตุบูชาก่อน แล้วบรรจุใน พ.ศ. 1927
ที่มา วิกิพีเดีย
ดอยอินทนนท์ เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่ที่อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เดิมมีชื่อว่า "ดอยหลวง" หรือ "ดอยหลวงอ่างกา" ชื่อของ ดอยอินทนนท์ เป็นชื่อของกษัตริย์พระนามว่าพระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ ทรงเป็นผู้ที่ห่วงใยในป่าทางภาคเหนือและพยายามรักษาไว้ ภายหลังเสด็จพิราลัย พระอัฐิส่วนหนึ่งได้เชิญไปประดิษฐาน ณ พระสถูปบนยอดดอยหลวง และเปลี่ยนชื่อเพื่อเป็นเกียรติ
7 จุดเช็คอินแบบฟินๆ ที่หนาวเย็นทั้งปี
1.ทุ่งดอกไฮเดรนเยียร์
2.น้ำตกผาดอกเสี้ยว, เชียงใหม่ (Pha Dok Siew Waterfall)
3.เส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกา, เชียงใหม่(Ang Ka Nature Trail)
4.พระมหาธาตุนภเมทนีดล-พระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ, เชียงใหม่
(Pra Mahatat Noppamethanedon and Pra Mahatat Nopphonphusiri )
5.บ้านแม่กางหลวง, เชียงใหม่(Baan Mae Klang Luang)
6.ขุนวาง, เชียงใหม่(Poe Poe house & Ping Ping homestay)
7.เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน, เชียงใหม่(Kew Mae Pan Nature Trail)
ม่อนแจ่ม สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,300 เมตร อยู่ในเขตหมู่บ้านม้งหนองหอย ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย ตำบลแม่แรม เป็นหนึ่งในโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ส่งเสริมให้ชาวเขาเผ่าม้งประกอบอาชีพที่มั่นคง แทนการปลูกฝิ่นและทำไร่เลื่อนลอย เนื่องจากพื้นที่แห่งนี้เคยเป็นที่รกร้าง เต็มไปด้วยหญ้าคา แต่มีบรรยากาศและภูมิประเทศที่สวยงาม โครงการหลวงฯ จึงจัดตั้งเป็นศูนย์วิจัยพืชผักและดอกไม้เมืองหนาว มีแปลงผักและสวนดอกไม้ปลูกอยู่ทั่วทั้งหมู่บ้าน กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอีกแห่งหนึ่งของผู้รักธรรมชาติ เพราะที่นี่อากาศบริสุทธิ์และเย็นสบายตลอดทั้งปี
ช่วงเดือนตุลาคม-กุมภาพันธ์ เป็นช่วงที่อากาศหนาวเย็น ในช่วงเช้าจะเห็นหมอกสีขาวสะอาดตา พอท้องฟ้าแจ่มใสในช่วงสาย ๆ ก็จะมองเห็นทิวเขาเรียงสลับซับซ้อนอย่างสวยงาม หรือในยามที่พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว ก็ยังได้พบกับทะเลดาวที่ส่องแสงระยิบระยับจวบจนรุ่งเช้าในช่วงฤดูหนาวมักจะมีทะเลหมอกปรากฏขึ้นในช่วงเช้าสวยงามสะกดตา แถมแต่ละฤดูกาลจะมีทุ่งดอกไม้สีสันสวยงามสลับกันบานสะพรั่ง ให้สายแชะแวะไปเก็บภาพสวย ๆ ได้ไม่เบื่อ สำหรับที่พักที่ตั้งอยู่บนดอยนั้น มีทั้งบ้านหลังกระทัดรัดและแคมป์ที่ตกแต่งทันสมัย มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งหมดตั้งเรียงรายอยู่โดยรอบ อีกทั้งยังมีบริการให้เช่าพื้นที่กางเต็นท์ มีร้านอาหารเครื่องดื่ม และร้านขายสินค้าที่ระลึกด้วย
หมู่บ้านแม่กำปอง เป็นหมู่บ้านเก่าแก่มีอายุกว่า 100 ปี ชาวบ้านส่วนใหญ่อพยพมาจากอำเภอดอยสะเก็ด บ้านแม่กำปอง อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,300 เมตร และอยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 50 กิโลเมตร เมื่อคุณเดินทางมาเชียงใหม่ สามารถหารถเช่าเพื่อขับขี่ท่องเที่ยวไปยังหมู่บ้านแม่กำปองไม่ยุ่งยาก ถึงแม้จะมีแส้นทางที่แคบและชัน คุณสามารถ เช่ารถขับเที่ยวเอง แล้วนำรถเช่าที่ขับมาเที่ยวไปจอดยังจุดบริการของหมู่บ้านเพื่อนั่งรถบริการขึ้นเที่ยวชมแม่กำปองได้อย่างปลอดภัย ในการใช้รถยนต์ส่วนตัวขึ้นแม่กำปองนั้นยังมีความยากลำบากในเรื่องของความลาดชันและแคบของถนน เรายังคงแนะนำให้นักท่องเที่ยวเรียกใช้รถบริการรถรับ-ส่งของหมู่บ้านเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวทุกท่าน
ลักษณะการตั้งบ้านเรือนของบ้านแม่กำปองจะตั้งเรียงรายในหุบเขา และสองฝั่งของลำห้วย ชุมชนรายล้อมไปด้วยภูเขา มีไร่ชา กาแฟ และมีน้ำตกและป่าที่อุดมสมบูรณ์ (ดอยม่อนล้าน) รวมทั้งทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงาม มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี อาชีพหลักของชาวชุมชนบ้านแม่กำปองคือ การทำเมี่ยง(ชา) อาชีพรองคือ การปลูกกาแฟ ค้าขาย และรับจ้าง บ้านแม่กำปองชาวบ้านอยู่กันแบบพึ่งพาเหมือนญาติพี่น้อง มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน มีความเคารพในกฎ ระเบียบกติกาของชุมชน และสมาชิกมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนในทุกรูปแบบ บ้านแม่กำปองมีความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ มีความหลากหลายทางชีวภาพของ พืชพรรณตามธรรมชาติ มีอากาศที่สะอาดและแหล่งน้ำที่สมบูรณ์ มีดอกไม้สีเหลือง-แดง ขึ้นบริเวณใกล้ๆ ลำห้วยตลอดแนว ชาวบ้านเรียกดอกไม้นี้ว่า ดอกกำปอง รวมกับมีแม่น้ำไหลผ่านหมู่บ้าน จึงรวมเรียกว่า “แม่กำปอง” ซึ่งเป็นที่มาของชื่อหมู่บ้าน
จังหวัดเชียงใหม่ เป็นจังหวัดที่มีความหลากหลายด้านวัฒนาธรรม ชนเผ่า และอาหาร เมื่อนักท่องเที่ยวได้มาเยือนก็ยากที่จะกินเที่ยวให้หมดทุกสถานที่ภายในวันเดียว สำหรับทุกคนที่มาเยือนเชียงใหม่ ทางเรามีรถไว้คอยบริการท่าน คุณ สามารถเช่ารถเพื่อขับ เดินทาง ท่องเที่ยว จังหวัดเชียงใหม่คุณสามารถเดินทางมาได้โดยทางอากาศ(เครื่องบิน) เดินทางมาได้โดยนั่งรถบัสด้วยบริการขนส่ง เดินทางมาเชียงใหม่ได้โดยรถไฟ เรามีบริการส่งรถให้คุณที่สนามบินเชียงใหม่เมื่อคุณเช่ารถกับเรา ขนส่งอาเขตหรือจุดจอดรถบัสเราสามารถไปส่งรถเช่าให้คุณตามเวลานัดหมายได้ สถานีรถไฟก็เป็นอีกจุดหลักที่นักท่องเที่ยวมาถึงเราก็มีบริการรับส่งรถให้ฟรีเช่นกัน ดังน้น ไม่ว่า จะเป็น สนามบิน ขนส่งอาเขต สถานีรถไฟ โรงแรม ที่พักต่างๆ เราพร้อมบริการส่งมอบรถเช่า เพื่อให้คุณได้เดินทางโดยสวัสดิภาพ
ชื่ออุทยานหลวงราชพฤกษ์ หมายถึง สวนของพระมหากษัตริย์
ต้นราชพฤกษ์ หรือ ต้นคูน(ลมแล้ง ภาษาพื้นเมืองภาคเหนือ) นั้น ได้รับการยกให้เป็น ดอกไม้ประจำชาติไทย และด้วยชื่ออันเป็นมงคลยิ่ง(ราชพฤกษ์ : ต้นไม้ของพระราชา) ประจวบเหมาะกับงานพืชสวนโลก "เฉลิมพระเกียติ" ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ได้จัดในสถานที่นี้ ชื่อดอกราชพฤกษ์จึงถูกใช้เป็นชื่อของอุทธยานหลวงแห่งนี้นั่นเองเนื่องในมหามงคลสมัยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ใน พ.ศ.2549 และทรงเจริญพระชนมายุ 80 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม 2550 “อุทยานหลวงราชพฤกษ์ เชียงใหม่” หรือที่หลายคนเรียกกันจนติดปากกว่า “พืชสวนโลก เชียงใหม่” ที่นี่คือแหล่งเรียนรู้พืชสวนและเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางการเกษตรและวัฒนธรรมของจังหวัดเชียงใหม่และประเทศไทย “หอคำหลวง” เป็นส่วนแสดงสำคัญและยิ่งใหญ่ที่สุดในงาน เป็นพื้นที่จัดแสดงส่วนกลางที่โดดเด่นและสง่างามที่สุด