ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569
1.1 ชั่วโมงสอนตามตารางสอน รวมจำนวน 18 ชั่วโมง /สัปดาห์ดังนี้
กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
รหัสวิชา พ33101 รายวิชา สุขศึกษา 5 จำนวน 8 ชั่วโมง /สัปดาห์
รหัสวิชา พ33201 รายวิชา พลศึกษา 5 จำนวน 8 ชั่วโมง /สัปดาห์
กิจกรรมลูกเสือ จำนวน 1 ชั่วโมง /สัปดาห์
กิจกรรมชุมนุม จำนวน 1 ชั่วโมง /สัปดาห์
1.2 งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 10 ชั่วโมง /สัปดาห์
- การจัดทำแผนการเรียนรู้ จำนวน 3 ชั่วโมง สัปดาห์
- การวัดผลประเมินผลการเรียนรู้ผู้เรียน จำนวน 2 ชั่วโมง สัปดาห์
- การพัฒนาสื่อ นวัตกรรม เทคโนโลยี และแหล่งเรียนรู้ จำนวน 2 ชั่วโมง สัปดาห์
- การมีส่วนร่วมในชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ จำนวน 2 ชั่วโมง สัปดาห์
- การวิจัยเพื่อพัฒนาผู้เรียน จำนวน 1 ชั่วโมง สัปดาห์
1.3 งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา จำนวน 4 ชั่วโมง /สัปดาห์
- ประธานกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา จำนวน 2 ชั่วโมง สัปดาห์
- ครูที่ปรึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/7 จำนวน 2 ชั่วโมง สัปดาห์
1.4 งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น จำนวน 6 ชั่วโมง /สัปดาห์
- งานกิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ จำนวน 1 ชั่วโมง สัปดาห์
- งานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน จำนวน 3 ชั่วโมง สัปดาห์
- งานต่อต้านสารเสพติดและโรคเอดส์ จำนวน 2 ชั่วโมง สัปดาห์
2.1 จัดทำข้อมูลสารสนเทศของ
ผู้เรียนและรายวิชา
2.2 ดำเนินการตามระบบ
ดูแลช่วยเหลือผู้เรียน
2.3 ปฏิบัติงานวิชาการและ
งานอื่นๆ ของสถานศึกษา
2.4 ประสานความร่วมมือกับผู้ปกครอง ภาคีเครือข่ายและหรือสถานประกอบการ
3.1 พัฒนาตนเองอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
3.2 มีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาชีพ
3.3 นำความรู้ความสามารถ ทักษะ ที่ได้จากการพัฒนาตนเอง และวิชาชีพมาใช้
ประเด็นที่ท้าทาย
ประเด็นที่ท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน ของผู้จัดทำข้อตกลง ซึ่งปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการ ต้องแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังของวิทยฐานะชำนาญการ คือ การแก้ไขปัญหา การจัดการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น (ทั้งนี้ ประเด็นท้าทายอาจจะแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังที่สูงกว่าได้)
ประเด็นท้าทาย เรื่อง การพัฒนาทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์ของผู้เรียนผ่านกิจกรรมลีลาศแบบร่วมมือ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
1. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
การจัดการเรียนรู้วิชาลีลาศในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 พบว่านักเรียนส่วนใหญ่ยังขาดทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์ โดยเฉพาะในกิจกรรมลีลาศแบบคู่และแบบกลุ่ม นักเรียนบางส่วนมีความเกรงใจ ไม่กล้าแสดงความคิดเห็น ขาดความมั่นใจในการสื่อสารกับคู่เต้น หรือมีปัญหาการประสานงานและความรับผิดชอบร่วมกัน ส่งผลให้ผลลัพธ์การเรียนรู้ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์และสมรรถนะการทำงานเป็นทีมยังอยู่ในระดับปานกลาง
นอกจากนี้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ส่วนใหญ่ยังคงเน้นการสาธิตและฝึกปฏิบัติตามครู ทำให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมน้อย ขาดกระบวนการคิดและการแก้ปัญหาร่วมกันในกลุ่ม จึงจำเป็นต้องพัฒนาแนวทางการจัดการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนมีบทบาทในการออกแบบกิจกรรม สร้างสรรค์ผลงาน และประเมินผลร่วมกัน เพื่อส่งเสริมทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่นอย่างมีประสิทธิภาพ
2. วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
1. ศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานของผู้เรียน
สำรวจความสนใจ ความถนัด และปัญหาของผู้เรียนเกี่ยวกับการทำงานเป็นคู่และกลุ่มในกิจกรรมลีลาศ เพื่อใช้เป็นข้อมูลวางแผนจัดกิจกรรมให้เหมาะสมกับระดับความสามารถและลักษณะผู้เรียน
2. ออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning)
พัฒนาแผนการสอนโดยบูรณาการหลักการทำงานกลุ่ม เช่น การกำหนดบทบาทหน้าที่ การตั้งเป้าหมายกลุ่ม และการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ รวมถึงใช้กิจกรรม “โครงการลีลาศสัมพันธ์” เป็นกรณีศึกษาเพื่อส่งเสริมทักษะการทำงานร่วมกัน
3. ดำเนินกิจกรรมโครงการลีลาศสัมพันธ์
o ให้นักเรียนจับกลุ่มออกแบบท่าเต้นและเลือกเพลงประกอบ
o ฝึกซ้อมภายในกลุ่มโดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วม เช่น การให้ข้อเสนอแนะระหว่างสมาชิก
o จัดกิจกรรมนำเสนอผลงานลีลาศของแต่ละกลุ่มในรูปแบบการแสดงหรือการแข่งขันเชิงสร้างสรรค์
4. ใช้การประเมินผลแบบมีส่วนร่วม (Participatory Assessment)
จัดให้มีการประเมินตนเอง การประเมินโดยเพื่อน (Peer Assessment) และการสะท้อนผลหลังการเรียนรู้ (Reflection) เพื่อให้ผู้เรียนตระหนักถึงบทบาท หน้าที่ และการพัฒนาตนเองในการทำงานกลุ่ม
5. ติดตามผลและปรับปรุงพัฒนาการเรียนรู้
สังเกตพฤติกรรมการทำงานร่วมกันของผู้เรียนตลอดกระบวนการ พร้อมทั้งวิเคราะห์ผลการประเมินเพื่อปรับปรุงรูปแบบกิจกรรมและการสอนให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
3. ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
3.1 เชิงปริมาณ
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 100% เข้าร่วมกิจกรรม “โครงการลีลาศสัมพันธ์” และมีคะแนนการประเมินสมรรถนะด้านการทำงานร่วมกับผู้อื่นเพิ่มขึ้นจากการประเมินก่อนเรียน (Pre-test) อย่างน้อยร้อยละ 20
3.2 เชิงคุณภาพ
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย ร้อยละ 80 แสดงพฤติกรรมการทำงานร่วมกับผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์ เช่น การสื่อสารอย่างเหมาะสม การยอมรับความคิดเห็นผู้อื่น การรับผิดชอบต่อบทบาทของตนเอง และการช่วยเหลือเกื้อกูลกันภายในกลุ่ม จนสามารถสร้างผลงานลีลาศร่วมกันได้สำเร็จและมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมลีลาศ
รายงานการวิจัย เรื่อง การพัฒนาทักษะการเต้นลีลาศจังหวะบีกินโดยใช้โปรแกรม เดินตามรอยเท้า เข้าจังหวะบีกิน
สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนท่าใหม่ “พูลสวัสดิ์ราษฎร์นุกูล”