วัดสุขปุณฑริการาม เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ตั้งอยู่ในตำบลบึงชำอ้อ อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี มีที่ดินตั้งวัด 20 ไร่ 2 งาน
วัดสุขปุณฑริการามสร้างขึ้นเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2432 โดยมีจีนสุก และจีนบัวบริจาคที่ดินให้เป็นที่สร้างวัด เนื้อที่ 2 งาน แล้วขนานนามให้มีความหมายสอดคล้องกับผู้บริจาคที่ดิน แต่ชาวบ้านนิยมเรียกว่า วัดชำอ้อ วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2542[1] ทางวัดได้เปิดสอนพระปริยัติธรรมเริ่มมาตั้งแต่ พ.ศ. 2518
เสนาสนะภายในวัด คือ อุโบสถ กว้าง 7.50 เมตร ยาว 23 เมตร กุฏิสงฆ์ 9 หลัง หอสวดมนต์สร้างเมื่อ พ.ศ. 2492 และศาลาการเปรียญสร้างเมื่อ พ.ศ. 2499 มีปูชนียวัตถุที่สำคัญ คือ พระประธานในอุโบสถ เป็นแบบพระพุทธชินราชจำลอง หน้าตักกว้าง 59 นิ้ว นอกจากนี้ที่หอสวดมนต์ยังมีพระพุทธรูปแบบสุโขทัย 2 องค์ และพระศรีอริยเมตไตรย
วัดศรีคัคณางค์ เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ตั้งอยู่ในหมู่ที่ 3 บ้านศรีคัคณางค์ ตำบลบึงชำอ้อ อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ 19 ไร่ 74 ตารางวา
วัดศรีคัคณางค์ได้รับอนุญาตให้สร้างเมื่อวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2455 โดยหม่อมหลวงสุ่น คัคณางค์ เป็นผู้ถวายที่ดิน วัดได้รับการตั้งชื่อว่า "วัดศรีคัคณางค์" เพื่อเป็นเกียรติอนุสรณ์และศักดิ์ศรีแก่ผู้ถวายที่ดินและชาวนครชัยศรีที่อพยพมาอยู่และได้ร่วมกันสร้างวัดขึ้น ชาวบ้านนิยมเรียกอีกชื่อว่า วัดหัวช้าง[1] วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2536
พื้นที่วัดเป็นที่ราบลุ่มน้ำท่วมถึง ล้อมรอบด้วยที่สวน ที่นา และบ้านเรือนราษฎร ภายในวัดมีอาคารเสนาสนะต่าง ๆ ดังนี้ อุโบสถกว้าง 6 เมตร ยาว 18 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2520 ภายในประดิษฐานพระประธานนามว่า หลวงพ่อแดง มีหน้าตักกว้าง 3 ศอก 9 นิ้ว กุฏิสงฆ์จำนวน 6 หลัง หอสวดมนต์ซึ่งสร้างเมื่อ พ.ศ. 2520 และศาลาการเปรียญซึ่งสร้างเมื่อ พ.ศ. 2516
สวนฟุ้งขจร ออร์แกนิคฟาร์ม
สวนฟุ้งขจร ออร์แกนิคฟาร์ม เป็นพื้นที่ทำการเกษตรแบบไม่ใช้สารเคมีราว 19 ไร่ ปลูกผักผลไม้หลายชนิด เช่น ผักกระสัง ผักกาดขาว อ่อมแซบ สะระแหน่ ฝรั่งกิมจู กล้วยหอม กล้วยไข่ กล้วยน้ำว้า ส้มโอ ฯลฯ
ในพื้นที่ 19 ไร่นี้มีทั้งแปลงผักผสมผสาน โรงเรือนผักกางมุ้ง ท้องร่อง และบ้านพักอาศัย ทางสวนเปิดให้คนทั่วไปเข้าชม และหากต้องการเข้ามาเรียนรู้อย่างครบถ้วนก็สามารถติดต่อล่วงหน้าได้
นักท่องเที่ยวจะได้เข้าฐานเรียนรู้เรื่องการทำปุ๋ยมูลไส้เดือน นั่งเรือชมการปลูกพืชแบบผสมผสานไปตามร่องสวน เรียนรู้เรื่องอาหารธรรมชาติ เรื่องการเก็บรักษาพืชผักต่างๆ การห่อบรรจุ และการส่งสินค้า ซึ่งในอนาคต ปุ๊-สุรศักดิ์ ใจโปร่ง เจ้าของสวน มีแผนจะทำโฮมสเตย์วิถีไทยให้แขกเข้าพักด้วย
เขาเล่าให้ฟังว่า เดิมที่นี่ก็ทำเกษตรเชิงเดี่ยว ใช้สารเคมีเหมือนกับบริเวณใกล้เคียง แต่ต่อมาพบชาวบ้านซึ่งใช้สารเคมีประเภทฉีดพ่นมีปัญหาสุขภาพ ประกอบกับได้เห็นโครงการเรื่องความพอเพียงและความยั่งยืนของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เขาจึงหันมาทำเกษตรแบบผสม ปลูกพืชผักหลายชนิดหมุนเวียน
เขาเห็นว่า นอกจากสุขภาพของคนปลูกเองจะดีแล้ว ยังเป็นการส่งต่ออาหารที่ดีต่อสุขภาพแก่ผู้อื่น และการให้ด้านสุขภาพก็ดีกว่าการให้อย่างไหนๆ
ปัจจุบันสวนฟุ้งขจรส่งผลผลิตไปจำหน่ายยังจุดรับที่กรุงเทพฯ ที่เอกมัย ทองหล่อ คลองเตย และโรงพยาบาลกลาง อีกทั้งร้าน “ปลูกปั่น” ก็ใช้เป็นวัตถุดิบทำน้ำผักผลไม้อินทรีย์ปั่นด้วย
แต่ถ้ามาถึงสวนแล้ว ต้องไม่พลาดซื้อ “กล้วยอาบแดด” ของกินเล่นเนื้อนุ่มหนึบ รสหวานหอม ที่นำกล้วยน้ำว้าปลอดสารเคมีไปผ่าซีกเป็นชิ้นเล็กๆ แล้ววางอาบแดดในโรงเรือนที่คลุมกันแมลงอย่างดี ไม่เติมน้ำตาล ไม่ใส่สารกันบูด อร่อยธรรมชาติ แถมปลอดภัย