กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
เรียน สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพพนักงานโรงพยาบาลกรุงเทพอุดรทุกท่าน
ฝ่ายทรัพยากรบุคคล ขอประชาสัมพันธ์เรื่องนโยบายการลงทุนใหม่ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพพนักงานโรงพยาบาลกรุงเทพอุดร ให้ทุกท่านทราบว่า ขณะนี้ สมาชิกใหม่ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพพนักงานโรงพยาบาลกรุงเทพอุดร สามารถ เปลี่ยนแผนการลงทุนได้ถึง 7 แบบ โดยเปลี่ยน Application KPVD และเปลี่ยนแผนการลงทุนได้ปีละ 4 ครั้ง
สำหรับพนักงานท่านใดต้องการเปลี่ยนกองทุน สามารถ ศึกษาวิธีการเปลี่ยนที่ Link ข้างล่างนี้ และสำหรับท่านใดที่ต้องการสมัครกองทุนสามารถ Download ใบสมัคร และยื่นสมัครที่ เจ้าหน้าที่ Payroll ได้เลยนะครับ ได้ทั้งเงินออมและสิทธิประโยชน์ทางภาษีอีกด้วย
ตามระเบียบฯ ของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (K- Asset) สมาชิกกองทุนสามารถเลือก
เปลี่ยนแปลงอัตราเงินสะสมได้ ปีละ 1 ครั้ง และ ผ่านระบบ People Connect (เดือนกุมภาพันธ์)
เปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน ได้ปีละ 4 ครั้ง ผ่าน Application KPVD
ขอเรียนแจ้งให้พนักงานที่มีความประสงค์ต้องการเปลี่ยนแปลงโยบายการลงทุน ผ่าน Application KPVD
นโยบายลงทุน มี 7 นโยบายทางเลือก
1. นโยบายผสม –ลงทุนในหุ้น < 25% ( PF 4148 )
2. นโยบายผสม –ลงทุนในหุ้น < 35% ( PF 5148 )
3. หน่วยลงทุน กองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ ( PF2148 )
4. หน่วยลงทุน กองทุนเปิดเค เวลธ์พลัส บาลานซ์ ( PFM148 )
5. หน่วยลงทุน กองทุนเปิดเค เวลธ์พลัส สปีดอัพ ( PFN148 )
6. หน่วยลงทุน กองทุนเปิดเค เวลธ์พลัส อัลติเมท ( PFO148 )
7. หน่วยลงทุน กองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ ( PF2148 ) +
หน่วยลงทุน กองทุนเปิดเค เวลธ์พลัส อัลติเมท ( PFO148 )
โปรดอ่านคู่มือการใช้งานการเปลี่ยนแผนนโยบายลงทุน ก่อนทำการตัดสินใจ
Update เงินสมทบฝ่ายนายจ้าง พนักงานได้รับการสิทธิประโยชน์สะสมเพิ่มเติม
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
❓รู้กันหรือไม่ว่า 'กองทุนสำรองเลียงชีพ' เป็นสิทธิพิเศษเฉพาะสำหรับคนที่ทำงานประจำเท่านั้น โดยทั่วไปแล้วกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจะให้หักเรา 3-15% ของเงินเดือน สำหรับใครที่มีสิทธิหักเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่ แนะนำว่าควรหักให้เต็มอัตรา 15% ไว้เสมอ เหตุผลก็เพราะว่า..
✂️ 1. ยิ่งหักมากเท่าไหร่ ยิ่ง 'ลดหย่อนภาษี' ได้เท่านั้น
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้สิทธิลดหย่อยภาษีจากกรมสรรพากร เงินสะสมที่เราหักเข้ากองทุน สามารถนำมาลดหย่อนได้ แต่เมื่อนับรวมกับ SSF RMF และประกันแบบบำนาญแล้วห้ามเกิน 500,000 บาท
🏋️ 2. มีนายจ้างช่วยออมอีกแรง
เงินที่เราใส่เข้าไปในกองทุนสำรองจะเรียกว่า 'เงินสะสม' และเป็นที่รู้กันว่าสำหรับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพนั้นนายจ้างจะออมเงินเข้ากองทุนในนามของลูกจ้างด้วยอีกแรง ซึ่งจะถูกเรียกว่า 'เงินสมทบ' ซึ่งจำนวนเงินที่ช่วยสมทบนั้นจะขึ้นอยู่กับนโยบายของบริษัท ส่วนใหญ่แล้วจะขึ้นอยู่กับอายุงาน ยิ่งมากขึ้น นายจ้างจะยิ่งช่วยสมทบมากขึ้น
💡 3. ช่วยสร้างวินัยการออม
ด้วยเงื่อนไขในการออมเงินกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ที่สามารถถอนออกได้เมื่ออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ รวมถึงการหักออมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพทุกเดือนจะเป็นหักจากเงินเดือนออกไปก่อนที่จะเข้าบัญชีเรา ซึ่งตรงกับหลักการ 'ออมก่อนใช้' ก็จะช่วยทำให้เราออมเงินและช่วยเก็บเงินได้ในระยะยาว
🌟 การออมเงิน 3-15% ของรายได้สำหรับบางคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องอยาก แต่เราสามารถหักกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเต็มอัตราที่ 15% รวมกับนายจ้างช่วยสมทบอีกสัก 3% นั่นหมายความว่า เราก็จะออมเงินได้มากกว่า 18% ในแต่ละเดือนแล้ว สำหรับใครที่ยังไม่ได้หักออมเต็ม 10-15% แนะนำว่ารีบวิ่งไปหาฝ่ายบุคคลแล้ว