- จุดสำคัญๆที่ควรระวัง
- ทักษะเบื้องต้น
- วิธีตั้งท่าในการต่อสู้ / การใช้หมัด / การใช้ศอก / การใช้เข่า / การใช้เท้า
เมื่อฝึกจนคล่องแคล่ว กล้ามเนื้อและประสาทเกิดความเคยชิน ในยามต่อสู้จะสามารถใช้ทักษะเหล่านี้โดยสัญชาตญาณ การฝึกออกท่าออกอาวุธบ่อยๆจึงเป็นสิ่งสำคัญ
จุดสำคัญของร่างกาย จุดสำคัญเหล่านี้เป็นจุดที่อาจทำให้บอบช้ำสลบหรือสิ้นสุดการต่อสู้ได้ง่ายขึ้น หากเราสามารถชกถูกปฏิปักษ์ในจุดเหล่านี้ได้ ฉะนั้นในการฝึกหัดชกควรพยายามมุ่งเอาจุดสำคัญเหล่านี้เป็นเป้าหมาย เพราะเพียงการชกที่ไม่มีน้ำหนักก็อาจจะทำให้ปฏิปักษ์บอบช้ำได้มาก และก็ในทำนองเดียวหากเราเป็นฝ่ายถูกชกก็ได้รับผลดุจกัน จึงเป็นจุดที่เราควรจะระวังปิดป้องเป็นอันดี จุดเหล่านี้มี
๑. ปลายคาง
๒. ขมับซ้าย - ขวา
๓. ขากรรไกรซ้าย - ขวา
๔. ก้านคอ ลูกกระเดือก
๕. ลิ้นปี่
๖. ชายโครงซ้าย - ขวา
๗. ท้อง
ในการเรียนมวยไทย ผู้เรียนจำเป็นจะต้องเรียนรู้ทักษะเบื้องต้นเช่นเดียวกับการเรียนกีฬาอื่นๆเหมือนกันโดย เฉพาะอย่างยิ่งมวยไทยนั้น ทักษะเบื้องต้นนับว่ามีความสำคัญที่สุด จะเป็นทักษะในการเข้าทำก็ดี หรือทักษะในการรับก็ดี ล้วนสำคัญทั้งสิ้นจะขาดตกบกพร่องทักษะหนึ่งก็ไม่ได้ เพราะเวลาต่อสู้กันนั้นคู่ต่อสู้จะพยายามใช้อาวุธทุกอย่าง ไม่ยับยั้งว่าคู่ต่อสู้จะอ่อนหัดสักแค่ไหน ดังนั้นคู่ต่อสู้จำเป็นต้องรับรองไว้ให้อยู่และปลอดภัย ในขณะเดียวกันก็สามารถจะรุกเข้าทำได้
ทักษะเบื้องต้นที่ต้องฝึกหัดมี ดังนี้
-. วิธีตั้งท่าในการต่อสู้
-. การใช้หมัดและการป้องกัน
-. การใช้ศอกและการป้องกัน
-. การใช้เข่าและการป้องกัน
-. การใช้เท้าและการป้องกัน
ระยะที่ ๑ จากท่าที่ยืนตรงๆ ก้าวเท้าซ้ายออกไปข้างหน้าราวครึ่งหนึ่งของระยะก้าวธรรมดาซึ่งอยู่ในท่าสบายๆ ทุ่มน้ำหนักตัวตามเท้าซ้ายไปข้างหน้า ส่วนเท้าขวายกส้นขึ้นจากพื้นประมาณ ๒ นิ้วเพื่อเป็นสปริง เมื่อจะพุ่งออกหรือถอยหลัง
ส่วนแขนให้งอแขนขวาขึ้นมาชิดหน้าอกเหนือลิ้นปี่ใกล้ลูกคาง ทำท่าเตรียมจะพุ่งไปสู่ลูกคางคู่ต่อสู้ได้ง่าย แขนซ้ายก็งอขึ้นเพียงเสมอหน้าท้อง ให้ศอกห่างจากชายโครงประมาณ ๓ นิ้ว หมัดเฉียงเล็กน้อย
ในระยะต่อไปเมื่อมีการเคลื่อนที่ไปบ้างก็พยายามให้เท้าซ้ายคงเป็นเท้าหน้าไว้เสมอ
การกำหมัด ความจริงไม่น่าจะมีความจำเป็นต้องกล่าว เพราะทุกคนมีความถนัดในการกำหมัดชกอยู่ด้วยกันแล้ว แต่ก็มักปรากฏอยู่บ่อยๆว่าการชกนั้นนิ้วหัวแม่มือซ้นหรือเดาะก็มี ซึ่งเกิดจากการกำหมัดไม่เป็น เช่น หัวแม่มือทาบอยู่บนนิ้วชี้ด้านบน หรือเอนหัวแม่มือสอดเข้าไปในช่องนิ้วอื่นซึ่งคิดว่ารัดกุมดี แต่บัดนี้ใช้นวมการยัดนิ้วดังกล่าวย่อมเป็นไปไม่ได้
การกำมือนั้น ให้กำนิ้วทั้งสี่เข้าที่แล้วให้นิ้วหัวแม่มือทาบอยู่ระหว่างร่องนิ้วชี้กับนิ้วกลาง
การใช้เท้าก้าวคืบไปข้างหน้าเรียกว่าการสืบเท้า การสืบเท้าเข้าหาคู่ต่อสู้ หากไม่ฝึกให้เคยชินเสียก่อน อาจจะก้าวผิดจังหวะและผิดระยะได้ง่าย ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ฝ่ายปฏิปักษ์ได้เปรียบ การสืบเท้าควรใช้เท้าซ้ายเป็นเท้าแรก เคลื่อนไปในระยะ ๑ คืบและสืบเท้าขวาตาม จะเป็นสืบตรงหรือเฉียงก็ตาม หากถอยก็สืบเท้าขวาก่อนเท้าซ้ายตาม การสืบเท้านี้ในการฝึกแรกๆควรหัดเป็นจังหวะช้าๆจนชำนาญทั้งทางซ้ายทางขวา และสืบพร้อมกันทั้งสองเท้าได้โดยชำนาญและรวดเร็ว การลากเท้าไปมาโดยความเบาและรวดเร็วนี้คือการสืบเท้าที่รักษาจังหวะให้ถูกต้อง
มวยไทยเริ่มขึ้นในสมัยไม่ปรากฏ และไม่มีหนังสือเล่มใดเขียนไว้ว่าจะเกิดขึ้นในสมัยใด แต่เท่าที่ได้ปรากฏนั้นมวยไทยได้เกิดขึ้นมานานแล้วและอาจเกิดขึ้นมาพร้อมๆกับชาติไทย เพราะมวยไทยนั้นเป็นศิลปประจำชาติไทยเราจริงๆยากที่ชาติอื่นจะลอกเลียนแบบได้
มวยไทยในสมัยก่อนเท่าที่ทราบจะมีการฝึกฝนอยู่ในบรรดาหมู่ทหาร เพราะในสมัยก่อนไทยเราได้มีการรบพุ่งและสู้รบกันกับประเทศเพื่อนบ้านบ่อยครั้ง การสู้รบในสมัยนั้นยังไม่มีปืนจะสู้กันแต่ดาบสองมือและมือเดียว เมื่อเป็นเช่นนี้การรบพุ่งก็มีการรบประชิดตัว คนไทยเห็นว่าในสมัยนั้นการรบด้วยดาบเป็นการรบพุ่งที่ประชิดตัวมากเกินไปบางครั้งคู่ต่อสู้อาจเข้ามาฟันเราได้ง่าย คนไทยจึงได้ฝึกหัดการถีบและเตะคู่ต่อสู้เอาไว้เพื่อคู่ต่อสู้จะได้เสียหลักแล้วเราจะได้เลือกฟันง่ายขึ้นทำให้คู่ต่อสู้แพ้ได้
ต่อมาเมื่อในหมู่ทหารได้มีการฝึกถีบเตะแล้วก็เกิดมีผู้คิดว่าทำอย่างไรจึงจะใช้การถีบเตะนั้นมาเป็นศิลปสำหรับการต่อสู้ด้วยมือได้ จึงต้องให้มีผู้ที่จะคิดจะฝึกหัดการต่อสู้ป้องกันตัวสำหรับการใช้แสดงเวลามีงานเทศกาลต่างๆไว้อวดชาวบ้านและเป็นของแปลกสำหรับชาวบ้าน เมื่อเป็นเช่นนี้นานเข้า ชาวบ้านหรือคนไทยได้เห็นการถีบเตะแพร่หลายและบ่อยครั้งเข้า จึงทำให้ชาวบ้านมีการฝึกหัดมวยไทยกันมากจนถึงกับตั้งเป็นสำนักฝึกกันมากมาย แต่สำหรับที่ฝึกมวยไทยนั้นก็ต้องเป็นสำนักดาบที่มีชื่อดีมาก่อนและมีอาจารย์ดีไว้ฝึกสอน
ดังนั้นมวยไทยในสมัยนั้นจึงฝึกเพื่อความหมาย ๒ อย่างคือ
๑. เพื่อไว้สำหรับสู้รบกับข้าศึก
๒. เพื่อไว้ต่อสู้ป้องกันตัว
ในสมัยนั้นใครมีเพลงดาบดีและเก่งกาจทางรบพุ่งนั้นจะต้องเก่งทางมวยไทยด้วย เพราะเวลารบพุ่งนั้นต้องอาศัยมวยไทยเข้าช่วย ดังนั้นวิชามวยไทยในสมัยนั้นจึงมุ่งหมายที่จะฝึกฝนเพลงดาบและวิชามวยไทยไปพร้อมๆกันเพื่อที่จะรับใช้ประเทศชาติด้วยการเป็นทหารได้เป็นอย่างดี
แต่เมื่อพ้นจากหน้าสงครามก็จะมีการชกมวยกันเพื่อความสนุกสนาน และมีการพนันขันต่อกันระหว่างนักมวยที่เก่งจากหมู่บ้านหนึ่งกับนักมวยที่เก่งจากอีกหมู่บ้านหนึ่งมาชกกันในหน้าที่มีงานเทศกาล หรือเกิดมีการท้าทายกันขึ้นและมีการพนันขันต่อ มวยในสมัยนั้นชกกันด้วยหมัดเปล่าๆยังไม่มีการคาดเชือก เช่น สมัยอยุธยาตอนต้น ในสมัยนั้นคนไทยที่ทำชื่อเสียงให้กับประเทศในวิชามวยไทยมากที่สุดคือนายขนมต้ม ซึ่งได้ใช้วิชามวยไทยต่อสู้พม่าถึง ๑๐ คนและพม่าก็ได้แพ้นายขนมต้มหมดทุกคน จนถึงกับกษัตริย์พม่าพูดว่า
"คนไทยถึงแม้ว่าจะไม่มีดาบ แม้แต่มือเปล่าก็ยังมีพิษสงรอบตัว"
นายขนมต้มจึงเปรียบเสมือนผู้เป็นบิดาของวิชามวยไทยเพราะทำให้คนไทยมีชื่อเสียงเกี่ยวกับวิชามวยไทยเป็นอันมากในสมัยนั้น และชื่อเสียงก็ได้เลื่องลือมาจนถึงกับปัจจุบันนี้
ในสมัยต่อมามวยไทยก็ยังฝึกฝนคู่กับการฝึกเพลงดาบอยู่และยังฝึกและใช้เพื่อการทำสงครามและฝึกฝนเพื่อการต่อสู้ป้องกันตัว บางทีก็ฝึกเพื่อชกในงานเทศกาลต่างๆ ในสมัยอยุธยาตอนปลายพระมหากษัตริย์ของไทยบางพระองค์มีฝีมือในทางมวยไทยอยู่มาก เช่น พระเจ้าเสือหรือขุนหลวงสรศักดิ์ ซึ่งได้หนีออกจากพระราชวังไปชกมวยกับชาวบ้านและชกชนะด้วย ต่อมาประชาชนทราบและเห็นว่าพระองค์ก็เป็นผู้มีฝีมือในวิชามวยไทยอยู่ในขั้นดีเยี่ยม ในสมัยต่อมา ผู้ที่มีฝีมือในทางมวยไทยก็มีมาก เช่น พระเจ้าตากสิน
วิชามวยไทยได้ยั่งยืนมาจนถึงสมัยปัจจุบัน และในสมัยอยุธยาตอนปลายนี้ มวยไทยได้ชกกันด้วยการคาดเชือกคือใช้เชือกเป็นผ้าพันมือ บางครั้งการชกก็อาจถึงตายเพราะเชือกที่คาดมือนั้นบางครั้งก็ใช้น้ำมันชุบเศษแก้วละเอียดชกถูกตรงไหนก็เป็นแผลตรงนั้น จะเห็นได้ว่ามวยไทยในสมัยนั้นมีอันตรายเป็นอันมาก
ต่อมาในปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา
มวยไทยก็มีการฝึกตามสำนักฝึกต่างๆและมีการฝึกกันอย่างกว้างขวาง จนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ก็มีเวทีมวยที่จัดให้มีการแข่งขันกันอย่างสนุกสนาน เช่น เวทีสวนเจ้าเชษฐและเวทีสวนกุหลาบ ซึ่งการชกมวยในสมัยนี้ก็ยังมีการคาดเชือกกันอยู่ จนตอนหลังนวมได้เข้ามาแพร่หลายในประเทศไทย การชกกันในสมัยหลังๆจึงได้สวมนวมชก แต่การชกกันก็ยังเหมือนเดิมคือยังใช้การ ถีบ ชก ศอกและเข่า ดังที่เห็นอยู่ในปัจจุบันนี้ฯ
ที่เรียกกันว่าสนาม ครั้งก่อนๆนั้นเป็นสนามจริงๆ คือนายสนามเอาเชือกมากั้นพอเป็นบริเวณเข้า แล้วมวยก็คาดเชือกชกกันบนพื้นดิน ใช้จอกหรือกะลาเจาะรูลอยน้ำเป็นมาตรากำหนดเวลา จมครั้งหนึ่งเรียกว่ายกหนึ่ง การต่อสู้ตามความรู้สึกในขณะนั้นเรียกว่าตื่นเต้น แต่ถ้าหากให้ชกกันเดี๋ยวนี้ก็คงจะถูกผู้ดูให้ลงกรรมการไล่ลงหรือออกจากเวทีแน่เพราะกว่าจะชกกันแต่ละครั้งนั้นนานจนเมื่อยตา แต่ก็น่าเห็นใจเนื่องจากหมัดที่ใช้ชกคาดด้วยเชือกแทนสวมนวม อย่างไรก็ดีกีฬามวยเริ่มเข้าสู่ระเบียบอย่างจริงจังก็เมื่สร้างเวทีขึ้นกลางสนามฟุตบอลสวนกุหลาบ พื้นใช้ไม้กระดาน เสื่อเป็นแบบเสื่อกระจูดทับข้างบน มีการนับโดยจับเวลาเป็นนาที มีกรรมการขึ้นคอยห้าม ครั้งแรกเคยใช้กรรมการสองคน คนหนึ่งคอยกันจับฝ่ายแดงอีกคนหนึ่งคอยกันจับฝ่ายน้ำเงิน ในสมัยก่อนมีกรรมการ ๒ คนคนหนึ่งคือพระยานนท์เสน อีกคนหนึ่งคือพระยานเรนทร์ราชา ที่เป็นกรรมการตัดสินที่นิยมยกย่องแพร่หลายในระหว่างนักมวยและคณะหัวหน้านักมวยทั่วไป
สำหรับการชกนั้นชกกันสลับคู่ อาทิคู่ ๑ ชกครบ ๑ ยก แล้วก็ลงจากเวทีแล้วให้คุ่ที่ ๒ ขึ้นไปชกกันเพื่อมิให้คนดูเสียเวลา ถ้ายังไม่แพ้ชนะกันก็สลับไปถึงคู่ ๓ - ๔ - ๕ จนกว่าจะสิ้นแสงตะวัน หลักเกณฑ์และกติกาเบื้องต้นอนุญาตให้ซ้ำกันได้ในเวลาล้ม นักมวยตอนนั้นจึงต้องเรียนรู้วิธีต่อสู้รอบตัวทีเดียวเพราะฟาวล์ไม่มี แม้กระทั่งกัดใบหูก็เคยปรากฏ อีกอย่างหนึ่ง สมัยนั้นนักเรียนพลศึกษามีมากอยากจะขึ้นชกเป็นการแสดงฝีมือและสอบไล่มวยไทยไปในตัวเสร็จ แต่กลัวพวกนักมวยต่างจังหวัด จึงตกลงวางหลักกติกาให้กรรมการใช้ยูยิตสูช่วยด้วย จึงเป็นของธรรมดาที่เราจะเห็นนักมวยต่างจังหวัดซึ่งไม่รู้ว่ายูยิตสูคืออะไร ถูกทุ่มถูกล็อคจนออกปากส่งเสียงร้องเอ็ดตะโรยอมแพ้ให้ไป นอกจากบางรายที่ถูกเตะเสียจนตั้งตัวไม่ติดและแพ้ไปก่อน
ผู้ที่ฝึกวิชามวยพอใช้การได้แล้วย่อมทำให้เกิดประโยชน์แก่ตน ดังนี้ (คนละส่วนกับการฝึกชกมวยเพื่อเงิน)
๑. มีความมั่นใจในตนเอง
๒. ทำให้เกิดความกล้าหาญ
๓. มีอำนาจบังคับจิตใจดีขึ้น
๔. มีความสุขุมเยือกเย็นไม่ดีใจเสียใจง่าย
๕. มีความพินิจพิเคราะห์รู้จักหาเหตุผล
๖. มีความมานะอดทนเพื่อสร้างสมรรถภาพ
๗. มีเชาว์ไวไหวพริบทันเหตุการณ์ปัจจุบันทันด่วน
๘. มีความเข้มแข็งอดทนไม่ท้อแท้และจำนนต่อเหตุการณ์ง่าย ๆ
๙. มีความรักสุจริตยุติธรรมโดยประมวลจากหัวข้อข้างต้น
เหล่านี้ย่อมเป็นที่สังเกตุว่าวิชามวยเป็นสิ่งที่สร้างสมรรถภาพให้ร่างกายและจิตใจโดยสมบูรณ์ ผู้มุ่งศึกษาวิชามวยพึงพยายามจนบรรลุผลที่มุ่งหมาย