คําอธิบายรายวิชา ทร02006 โครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้จํานวน 3 หน่วยกิต ระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย
หัวเรื่อง : โครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้
ตัวชี้วัด : 1. มีความรู้ความเข้าใจ หลักการและแนวคิดโครงงาน ความหมายของโครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ ประเภทของโครงงาน การเตรียมการทำ โครงงาน ทักษะและ กระบวนการในการทำโครงงานการดำเนินการในการทำโครงงาน
2. มีความสามารถในการดำเนินการทำโครงงาน และสะท้อนความคิดเห็นต่อโครงงาน
3.มีเจตคติที่ดีต่อการทำโครงงานและเห็นคุณค่าของโครงงาน
เนื้อหา :
1. หลักการและแนวคิดของโครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้
2. ความหมายของโครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้
3. การเตรียมการทำโครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้
4. ทักษะและกระบวนการที่จำเป็นในการทำโครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ (การหาข้อมูล การเลือกใช้ข้อมูล การจัดทำข้อมูล การนำเสนอข้อมูล การพัฒนาต่อยอดความรู้)
5. การดำเนินการในการทำโครงงาน เช่น การพัฒนาแหล่งเรียนรู้ การทำไดอารี่ ออนไลน์
6. การสะท้อนความคิดเห็นต่อโครงงาน
มาตรฐานที่ 1.1 มีความรู้ความเข้าใจ ทักษะ และเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง
หลักการและแนวคิดของโครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ความหมายของโครงงานเพื่อพัฒนา ทักษะการเรียนรู้ประเภทของโครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้การเตรียมการ วางแผนและขั้นตอน กระบวนการจัดทําโครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ทักษะและกระบวนการที่จําเป็นในการทําโครงงานเพื่อ พัฒนาทักษะการเรียนรู้ (การหาข้อมูล การเลือกใช้ข้อมูล การจัดทําข้อมูล การนําเสนอข้อมูล การพัฒนาต่อ ยอดความรู้) การสะท้อนความคิดเห็นต่อโครงงานเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้
ควรจัดในลักษณะของการบูรณาการทักษะต่างๆ ไปพร้อมกับการสร้างสถานการณ์ในการเรียนรู้อย่าง สร้างสรรค์เพื่อฝึกให้ผู้เรียนได้ฝึกดําเนินการในการทําโครงงานและมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง ที่ทํา ให้การเรียนรู้ด้วยตนเองประสบความสําเร็จ และนําความรู้ไปใช้ในวิถีชีวิตให้เหมาะสมกับตนเองและชุมชน สังคม
ใช้การประเมินจากสภาพจริงของผู้เรียนที่แสดงออกเกี่ยวกับดําเนินการในการทําโครงงาน ส่งโครงงาน และการทดสอบ
ตัวอย่างการทำโครงงาน
ความหมายของการเรียนรู้แบบโครงงาน
การเรียนรู้แบบโครงงาน คือ การจัดให้นักศึกษารวมกลุ่มกันทํากิจกรรมร่วมกัน โดยมีจุดมุ่งหมายใน การศึกษาหาความรู้หรือทํากิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งตามความสนใจของนักศึกษา การเรียนรู้แบบโครงงานนี้ จึงมุ่งตอบสนองความสนใจ ความกระตือรือร้น และความใฝ่เรียนรู้ของผู้เรียนเอง ในการแสวงหาข้อมูล ความรู้ ต่างๆ เพื่อทําโครงงานร่วมกันให้ประสบความสําเร็จตามจุดมุ่งหมายของโครงงาน การเรียนรู้โดยใช้โครงงาน เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ (Project Centered Learning) ซึ่งหมายถึง การกระทํากิจกรรมร่วมกัน ช่วยเหลือ กันในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นภายในกลุ่ม ด้วยวิธีการปฏิบัติจริง เพื่อการเรียนรู้วิธีการแก้ปัญหา อันนําไปสู่ ความสามารถในการคิดวิเคราะห์แสวงหาข้อมูลและแนวทางในการแก้ปัญหาเหล่านั้น การเรียนรู้แบบโครงงาน อาจมีชื่อเรียกอื่นที่มความหมายเดียวกัน ได้แก่ การเรียนรู้โดยใช้โครงงาน การเรียนรู้แบบโครงการ การเรียนรู้ โดยใช้โครงงานเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ในเรื่องความหมาย ได้มีผู้กล่าวถึงไว้หลายคน
โดยมีรายละเอียดในแต่ละประเภทของ ดังนี้
1. โครงงานที่เป็นการสํารวจรวบรวมข้อมูล เป็นโครงงานที่มีวัตถุประสงค์ในการรวบรวมข้อมูล เรื่องใดเรื่องหนึ่ง แล้วนําข้อมูลนั้นมาจําแนกเป็นหมวดหมู่ในรูปแบบที่เหมาะสม ข้อมูลที่ได้จะนําไปปรับปรุง พัฒนาผลงาน ส่งเสริมผลผลิตให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้น ข้อมูลดังกล่าวอาจมีผู้จัดทําขึ้นแล้ว แต่มีการเปลี่ยนแปลง จึงต้องมีการจัดทําใหม่เพื่อให้มีความทันสมัย สอดคล้องกับความต้องการของผู้ศึกษาโครงงาน โดยใช้วิธีการเก็บ ข้อมูลด้วยแบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์แบบบันทึก เช่น การสํารวจแหล่งเรียนรู้ในชุมชน การสํารวจงาน บริการและสถานประกอบการในท้องถิ่น เป็นต้น ในการทําโครงงานประเภทสํารวจรวบรวมข้อมูล ไม่จําเป็นต้องมีตัวแปรเข้ามาเกี่ยวข้อง ผู้เรียน เพียงแต่สํารวจรวบรวมข้อมูลที่ได้แล้ว และนําข้อมูลที่ได้มาจัดให้เป็นหมวดหมู่พร้อมนําเสนอ ก็ถือว่าเป็นการ สํารวจรวบรวมข้อมูล
2. โครงงานที่เป็นการศึกษาค้นคว้าทดลอง เป็นโครงงานที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเรื่องใด โดยเฉพาะ โดยศึกษาหลักการและออกแบบการค้นคว้า ในรูปแบบการทดลองเพื่อยืนยันหลักการ ทฤษฎีเพื่อ ศึกษาหาแนวทางในการเพิ่มคุณค่า และการใช้ประโยชน์ให้มากขึ้น เช่น การปลูกพืชโดยไม่ใช้สารเคมีการทํา ขนมอบชนิดต่างๆ โดยใช้วัสดุในท้องถิ่น การควบคุมการเจริญเติบโตของต้นไม้ประเภทเถา การศึกษาสูตร เครื่องดื่มที่ผลิตจากธัญพืช ในการทําโครงงานประเภทการศึกษาค้นคว้าทดลอง จําเป็นต้องมีการจัดการกับตัวแปรที่จะมีผลต่อ การทดลอง มี 3 ชนิด คือ
2.1 ตัวแปรต้นหรือตัวแปรอิสระ หมายถึงเหตุของการทดลองนั้นๆ
2.2 ตัวแปรตาม ซึ่งจะเป็นผลที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของตัวแปรต้น
2.3 ตัวแปรแทรกซ้อน (Extraneous Variables) เป็นตัวแปรอื่นๆ ที่อาจมีผลต่อตัวแปรตาม โดยผู้วิจัยไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์นั้นขึ้น
3. โครงงานที่เป็นการศึกษาทฤษฎีหลักการหรือแนวคิดใหม่ๆ เป็นโครงงานที่มีวัตถุประสงค์เพื่อ เสนอความรู้หรือหลักการใหม่ๆ เกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่ยังไม่มีใครเคยคิด หรือคิดขัดแย้ง หรือขยายจาก ของเดิมที่มีอยู่จากเนื้อหาวิชาการหลักการทฤษฎีต่างๆ นํามาปรับปรุง พัฒนาให้สอดคล้องมีความชัดเจน มีผลงานที่เป็นรูปธรรม ซึ่งต้องผ่านการพิสูจน์อย่างมีหลักการและเชื่อถือได้เช่น การใช้สมุนไพรในการปราบ ศัตรูพืช การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในการถนอมอาหารและปรุงอาหาร เกษตรแบบผสมผสาน เทคนิคการแก้ โจทย์ปัญหา การทําโครงงานประเภทนี้ผู้ทําโครงงานจะต้องมีความรู้ในเรื่องนั้นๆ เป็นอย่างดีจะสามารถอธิบายได้ อย่างมีเหตุผลและน่าเชื่อถือ จึงไม่เหมาะที่จะทําให้ระดับผู้เรียนมากนัก
4. โครงงานที่เป็นการสร้างประดิษฐ์คิดค้น เป็นโครงงานที่มีวัตถุประสงค์คือ การนําความรู้ทฤษฎี หลักการ มาประยุกต์ใช้โดยประดิษฐ์เป็นเครื่องมือเครื่องใช้เพื่อประโยชน์ต่างๆ หรืออาจเป็นการสร้างสรรค์ สิ่งประดิษฐ์ขึ้นมาใหม่ หรือปรับปรุงของเดิมให้ดีขึ้นใช้ประโยชน์ได้มากยิ่งขึ้น เช่น การประดิษฐ์เครื่องควบคุม การรดน้ํา การประดิษฐ์เครื่องรับวิทยุการประดิษฐ์ของชําร่วย การออกแบบเสื้อผ้า
การพิจารณาเลือกโครงงาน การพิจารณาเลือกโครงงานสําหรับการทําโครงงานประเภทต่างๆ มีแนวคิดกว้างๆ ให้ผู้เรียนได้ใช้เป็น กรอบความคิดในการตัดสินใจ พิจารณาเลือกหัวข้อในการทําโครงงานจากเรื่องปัญหาใกล้ๆ ตัว เรื่องที่ต่อยอดจากบทเรียนที่เรียนมาแล้วโดยมีวิธีการคิด
แหล่งข้อมูล
ช่วยให้นักศึกษาหาข้อมูลด้วยตนเองได้ด้วยการระบุแหล่งข้อมูลที่เข้าถึงง่าย
แบบฟอร์มของการเขียนเค้าโครงงาน