181 บ้านดอนบมพัฒนา ต.หนองแสง อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม
นายเรือง ศรีสุทัศน์ ชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ไปฝึกมวยที่เมืองอุบลกับครูคำภูซึ่งเป็นคริสตชนคาทอลิกที่เมืองเขมราฐและเกิดความศรัทธาในศาสนาคริสต์ ต่อมานายเรือง ได้แต่งงานกับนางรำ ศรีสุทัศน์ ชาววาปีปทุม จังหวัด มหาสารคาม โดยเรียนคำสอนกับบาทหลวงแบร์นาร์ด กิลแมง ได้รับศีลล้างบาป ศีลกำลัง ศีลมหาสนิท และศีลสมรสที่โบสถ์แม่พระรับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ มหาสารคาม ถือว่าเป็นคริสตชนครอบครัวแรกของโบสถ์นักบุญเปโตร วาปีปทุม พ.ศ. 2511 บาทหลวงแบร์นาร์ด กิลแมงได้ซื้อที่ดินที่บ้านดอนบม อำเภอ วาปีปทุม จำนวน 18 ไร่ เป็นจำนวนเงิน 10,000 บาท โดยให้นายเรือง ศรีสุทัศน์ และครอบครัวมาพักอาศัย ดูแลที่ดินโดยให้เงินเดือน 700 บาท
โบสถ์หลังแรก
พ.ศ. 2513 บาทหลวงแบร์นาร์ด กิลแมง เห็นควรจะมีโรงสวดและที่พักพระสงฆ์ ภายในที่ดินเพื่อจะได้ทำพิธีบูชาขอบพระคุณและแพร่ธรรมในเขตนี้ จึงได้สร้างวัด หลังแรกขึ้น ขนาด 8 X 20 เมตร สูงประมาณ 8 เมตร เสาไม้ หลังคามุงสังกะสี ด้านข้างปิดด้วนแผ่นไม้ คล้ายศาลา มีห้องพักพระสงฆ์อยู่ในตัวโบสถ์ โดยช่างในหมู่บ้านดอนบม ประกอบด้วยนายสุด บุญจันทร์ นายดา โยธิมาศ เป็นผู้ควบคุมการก่อสร้าง
พ.ศ. 2514 นายเรืองและครอบครัวได้ย้ายออกจากที่ดินไปอยู่ในตัวอำเภอทำ อาชีพขายอาหาร บาทหลวงกิลแมงจึงได้นำนายบุญลบ และนางบุญเลิศ สุขวงศ์ สัตบุรุษจากโบสถ์พระวิสุทธิวงศ์ บ้านหนองคู จังหวัดอำนาจเจริญ มาอยู่และดูแล ที่ดินแทนได้รับเงินเดือน 700 บาท พ่อบุญลบ สุขวงศ์ทำหน้าที่เป็นครูคำสอนตั้งแต่ สมัยที่ยังอยู่บ้านหนองคู โดยติดตามบาทหลวงกิดองไปสอนคำสอนที่ บ้านมะหรี่ สีเสียด และบ้านหนองแวง เมื่อมาอยู่วาปีปทุมก็ยังทำหน้าที่เหมือนเดิมแต่เพิ่มงาน สอนที่พยัคภูมิพิสัย มหาสารคามและกาฬสินธุ์ บาทหลวงกิลแมงย้ายไปประจำที่เซนต์ หลุยส์ กรุงเทพมหานคร บาทหลวงฟรังซิโนและบาทหลวงเลอดึกเข้ามาดูแลคริสตชน วาปีปทุมตามลำาดับ
ต่อมาปี พ.ศ.2527 เกิดข้อพิพาะเรื่องที่ดินของโบสถ์ เกิดการฟ้องร้องในขั้นศาล บาทหลวงสำรอง คำศรี ซึ่งดูแลกลุ่มคริสตชนวาปีปทุมในขณะนั้นเห็นว่าไม่อยาก ให้เกิดปัญหา จึงแบ่งที่ดินจำนวน 6 ไร่ให้คู่กรณีตามที่เสนอ เพื่อแลกกับการโอนที่ดิน ที่เหลือคืนให้กับทางโบสถ์ ต่อมาจึงมีการโอนที่ดินของโบสถ์ในส่วนที่เหลือจำนวน 12 ไร่เศษ มาเป็นชื่อนายเฮียง รุ่งรัชกานนท์ กับนายบุญเลิศ สุขวงศ์ ต่อมาปี พ.ศ.2558 ทางสังฆมณฑลอุบลราชธานีได้แบ่งที่ดินจำนวน 3 ไร่ให้ กับครอบครัว นายบุญสืบ สุขวงศ์ เพื่อให้อยู่อาศัยพร้อมกับครอบครัวลูกหลายต่อไป ทำให้ปัจจุบันเหลือที่ดิน ของโบสถ์จำนวน 7 ไร่ 1 งาน 19 ตารางวา
โบสถ์หลังที่ 2
วันที่ 21 มกราคม พ.ศ.2556 บาทหลวงสำรอง คำศรี ดูแลกลุ่มคริสตชน วาปีปทุมในขณะนั้นเห็นว่าโบสถ์หลังเก่ามีสภาพทรุดโทรมและไม่เหมาะสมกับการ ประกอบพิธีกรรรม จึงได้ดำเนินการก่อสร้างโบสถ์หลังใหม่เพื่อใช้ในการประกอบพิธีกรรม โดยว่าจ้างข่างสาม เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างซึ่งโบสถ์หลังใหม่มีลักษณะ หลังคาทรงจั่ว แต่การก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จได้มีการโยกย้ายหน้าที่ของอธิการ โบสถ์ โดยบาทหลวงเชาวฤทธิ์ สาสาย ได้รับแต่งตั้งให้เข้ามาทำหน้าที่ และได้ดำเนินการก่อสร้างจนแล้วเสร็จ จนกระทั่งวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2557 ได้มีพิธีเปิดและเสกวัดหลังใหม่โดยพระสังฆราชฟิลิป บรรจง ไชยรา เป็นประธานในพิธี
พ.ศ. 2554 บาทหลวงเสกสรร สมศรี ดูแลกลุ่มคริสตชนวาปีปทุม ได้เห็นว่าควรปรับปรุงซ่อมแซมวัดให้เหมาะสมมากขึ้น จึงได้ทำโครงการเสนอต่อสังฆมณฑลเพื่อก่อสร้างซ่อมแซมหลายส่วน ดังนี้
ก่อสร้างศาลาอเนกประสงค์และที่พักพระสงฆ์
ศาลาอเนกประสงค์ก่อสร้างโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีสถานที่ใช้สอย จัดกิจกรรมต่างๆของโบสถ์และจัดส่วนหนึ่งสำหรับเป็นห้องพักรับรองอธิการโบสถ์ เพื่อพักค้างคืนเมื่อมาทำงานอภิบาล วาปีปทุม อาคารอเนกประสงค์มีขนาด 6X 13เมตร โครงสร้างเหล็ก ก่อปูนปูด้วยกระเบื้อง แบ่งเป็นพื้นที่ศาลาขนาด 8 x 6 เมตร และห้องพักพระสงฆ์ ขนาด 6 X 5 เมตร (ห้องนอน ห้องน้ำ 2 ห้อง ห้องครัว)
ก่อสร้างโรงจอดรถยนต์
โรงจอดรถมีขนาด 6 X 6 เมตร จอดรถได้ 2 คันอยู่ด้านหน้าของห้องพัก พระสงฆ์ หลังคาโครงเหล็ก มุงด้วยแผ่นเมธลชีท พื้นเทคอนกรีตเสริมเหล็กหนา 15 เซติเมตร
ก่อสร้างแทนที่ประดิษฐานแม่พระ
แท่นที่ประดิษฐานแม่พระตั้งอยู่ด้านหน้าทางทิศเหนือของตัวโบสถ์ มีขนาด 2 X 2 เมตร สูง 3.50 เมตร ความสูงของแท่น 0.80 X 0.80 เมตร แม่พระสูง 1.20 เมตร
รั้วลวดหนามบริเวณแนวเขตด้านหน้าวัด
รั้วลวดหนามล้อมต่อจากรั้วกำแพงด้านหน้าของโบสถ์ มีความยาว 77 เมตร เสาปูนล้อมด้วยลวดหนาม 4 เส้น สุดแนวด้านหน้าที่ดินของโบสถ์
เปลี่ยนที่นั่งสัตบุรุษภายในวัด
เนื่องจากที่นั่งเก่าภายในโบสถ์ทำด้วยไม้ที่ยังไม่แห้งดี ใช้ตั้งแต่สร้างโบสถ์ เมื่อใช้งานไม่นานมีลักษณะบิดเบี้ยวจากรูปทรงเดิม ไม่เหมาะกับการนั่ง จึงได้เปลี่ยนที่นั่งสัตบุรุษใหม่ทั้งหมด เป็นแบบไม้ผสมกับโครงเหล็กเพื่อเหมาะสมและความทนทาน จํานวน 20 ตัว
ทาสีทั้งภายในและภายนอกวัด
เนื่องจากตัวโบสถ์มีสภาพชำรุดตามระยะเวลา สีลอกหลายจุด จึงมีการทาสีใหม่ทั้งภายนอกภายใน และซ่อมแซมส่วนต่างๆที่ชำรุดภายในตัวโบสถ์ เช่นห้องน้ำ ประตู หน้าต่าง เป็นต้น
ซ่อมแซมระบบไฟฟ้า น้ำประปา
เพื่อความเหมาะสมจึงมีการปรับปรุงซ่อมแซมระบบไฟฟ้า ทั้งในตัวโบสถ์ และด้านนอกหลายจุด ได้เพิ่มเติมระบบไฟฟ้าในส่วนที่จำเป็น ส่วนระบบน้ำได้ติดตั้งถังเก็บน้ำและเครื่องปั้มน้ำเพื่อให้เพียงพอและสะดวกในการใช้ภายในบริเวณโบสถ์
ปรับภูมิทัศน์ และงานสวน
เพื่อความสวยงามและความเหมาะสมจึงได้ปรับภูมิทัศน์ภายในบริเวณโบสถ์ ได้ปลูกไม้ดอก ไม้ปรับตับ และไม้ผลจํานวนมากภายในบริเวณโบสถ์
จัดหารูปปั้นนักบุญเปโตร
รูปปั้นนักบุญเปโตรมีขนาดความสูง 3.20 เมตร ได้รับการบริจาค จากวัด นักบุญยอแซฟ อยุธยา โดยการประสานงานของช่างสำเร็จ ซึ่งได้นำมาบูรณะทำสีใหม่ และส่งมอบต่อมาเพื่อบริจาคให้วัดนักบุญเปโตร วาปีปทุม
1. บาทหลวงแบร์นาร์ด กิลแมง ค.ศ. 1968 - 1971
2. บาทหลวงฟรังซีโนด์ ค.ศ. 1971 - 1977
3. บาทหลวงหลุยส์ เลอดึก ค.ศ. 1977 - 1983
4. บาทหลวงปีเตอร์ไพศาล ใจดี ค.ศ. 1983 - 1984
พร้อมทีมงานบาทหลวงดาเนียลวีระชัย บุญประสม
5. บาทหลวงอันโตนีโอสำรอง คำศรี ค.ศ. 1984 - 1985
6. บาทหลวงเปาโลเติมศักดิ์ เจริญบุญ ค.ศ. 1985 - 1995
7. บาทหลวงสเตเฟนบุญเลิศ พรหมเสนา ค.ศ. 1995 - 2000
8. บาทหลวงวาเลนตินล้วน นักพรรษา ค.ศ. 2000 - 2001
9. บาทหลวงโรเบิร์ตสุรชัย นันทบุตร ค.ศ. 2001 - 2002
10. บาทหลวงมีคาแอลวีรเดช ศิลาโคตร ค.ศ. 2002 - 2008
11. บาทหลวงมัทธิวเชาวฤทธิ์ สาสาย ค.ศ. 2008 - 2018
12. บาทหลวงยอห์นเสกสรร สมศรี ค.ศ. 2018 - 2023
13. บาทหลวงอันดูวร์ประยูร สมศรี ค.ศ. 2023 - ปัจจุบัน