ศิลปะ คือ การเลียนแบบธรรมชาติ การแสดงออกของบุคลิกภาพทางอารมณ์ของมนุษย์ การสื่อสารอย่างหนึ่งระหว่างมนุษย์ การระบายความปรารถนาในใจของศิลปินออกมา การแสดงออกของผลงานด้านต่างๆที่สร้างสรรค์
จากความหมายและคำนิยามทางศิลปะที่ได้นำมากล่าวอ้างไว้ข้างต้น จะเห็นได้ว่าผลงานที่เรียกกันว่าเป็น “ศิลปะ”จะมีทัศนะที่แตกต่างกันออกไป ยากที่จะหาข้อสรุปที่แน่นอนหรือกำหนดลักษณะของงานศิลปะได้โดยในแต่ละยุคสมัยท่านผู้รู้ได้กำหนดความหมายของศิลปะไปตามบริบทของตนเอง ซึ่งย่อมจะมีความแตกต่างหรือเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพสังคม สิ่งแวดล้อม และความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีอย่างไรก็ตาม ก็เป็นที่ยอมรับกันในประการหนึ่งว่า ผลงานที่ถือว่าเป็นงานศิลปะจะต้องเป็นงานที่มีการสร้างสรรค์ ไม่ใช่เกิดขึ้นมาเองกล่าวคือ “จะต้องมีมนุษย์เป็นผู้สร้างสรรค์ผลงานนั้นๆ
ส่วนคำว่า ทัศนศิลป์ ( visual art ) เป็นศัพท์ที่ได้รับการบัญญัติขึ้นใช้ในวงการศิลปะเมื่อประมาณ 30 ปีที่ผ่านมา จุดมุ่งหมายที่บัญญัติศัพท์“ทัศนศิลป์” ขึ้นมา ก็เพื่อจำแนกความแตกต่างหรือแยกลักษณะการรับรู้ของมนุษย์ทางด้านศิลปะให้มีความชัดเจนมากขึ้น ทั้งนี้เพราะแต่เดิมนั้นผลงานทางด้านทัศนศิลป์จะถูกผนวกรวมเข้าและถือเป็นส่วนหนึ่งของงาน “วิจิตรศิลป์” ซึ่งทำให้เกิดความเข้าใจว่างานทัศนศิลป์จะต้องเป็นผลงานที่มีความละเอียดประณีตบรรจง และมีความงดงามเท่านั้น
มีบทความหนึ่ง...กล่าวถึงจุดเริ่มต้นที่ว่า อะไรนะที่เป็นเหตุผลให้เราต้องมีอาชีพเป็น “ครู”
ครู อาชีพที่ถูกมองข้าม ดูเหมือนครูในเมืองไทย จะเป็นอาชีพที่ถูกให้ความสำคัญน้อยกว่าที่ควรจะได้รับ ยิ่งถ้าเทียบกับประเทศอื่นๆที่พัฒนากว่า อาจเป็นเพราะถูกมองว่า เงินเดือนน้อย งานเยอะ ความรับผิดชอบสูง (ซึ่งก็ถูกอีกนั่นแหละ) แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเนื้องานของความเป็นครูจะสำคัญน้อยลง ตรงกันข้ามครูจะเป็นอาชีพที่ยิ่งต้องการมากขึ้น เพราะโลกทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงเร็วมาก มีความรู้ด้านต่างๆเกิดขึ้นเยอะมาก คนรุ่นใหม่ๆจำเป็นต้องมีครูที่จะถ่ายทอดความรู้เหล่านั้นให้กับพวกเค้า เพื่อจะออกไปสู่โลกกว้าง หรือเพื่อนำไปทำมาหาเลี้ยงชีพ สำหรับใครที่ยังลังเลว่าจะเลือกอาชีพครูดีหรือเปล่า เรามาดูกันดีกว่า ว่าอาชีพนี้มีข้อดีอะไรบ้าง และการหางานครูเป็นสิ่งที่ดูเหมือนจะยากแต่ถ้าเราปรับปรุงตนเองเปลี่ยนทัศนคติในการมองอาชีพครูใหม่จะทำให้เราสามารถหางานด้านอาชีพครูได้ไม่ยากเลย