ถ้าคำว่าอิสระหมายถึง อยากทำอะไรก็ได้ทำ อยากกินอะไรก็ได้กิน จะนอน จะตื่น จะทำอะไรตอนไหนก็ได้ คุณคิดว่าคุณมีอิสระนั้นหรือยัง
ตอนที่กวางออกจากงานประจำใหม่ๆ ใช้เวลาปรับตัวอยู่นานเพราะคิดว่านี่คือความผิดปกติ เพราะในเวลาที่คนอื่นต้องไปทำงาน เรากลับทำอะไรหลายๆอย่างที่เมื่อตอนทำงานประจำเราทำไม่ได้ เช่น ไปเดินซื้อของที่ห้างสรรพสินค้า อ่านหนังสือ หรือดูภาพยนตร์ ในช่วงเวลาที่ปกติเป็นเวลาที่อยู่ที่ทำงาน นั่นเพราะเราล่ามตัวเองจนเคยตัว แม้จะหลุดจากเชือกที่ล่ามก็ยังรู้สึกว่าต้องอยู่ใกล้เสาหลักที่ล่ามไว้จึงจะปลอดภัย ไม่รู้ตัวว่าได้รับอิสระแล้ว
ที่พูดนี้ไม่ได้ยืนยันว่าที่กวางคิดนั้นถูกหรือผิด แค่อยากจะบอกว่าการได้ทำอะไรแบบที่อยากทำมันมีความสุขอีกแบบหนึ่ง ไม่ต้องรถติดบนท้องถนน เพราะสมัยทำงานประจำนั้นเคยใช้เวลาขากลับจากที่ทำงานถึงบ้านเกือบ 3 ชม. ในระยะทางแค่ 30 กม. ทรมานมากในเวลาที่ติดอยู่บนรถ ตอนนี้ไม่ต้องทานอาหารกล่องในมื้อกลางวันเพราะทำงานประจำมีเวลาพักจำกัด ไม่ต้องเบียดเสียดกับคนอื่นในวันหยุดเพราะคนแห่ไปรวมตัวในที่เดียวกันมากๆ ไม่ต้องเร่งวัน เร่งคืนให้ถึงวันศุกร์เร็วๆ และภาวนาไม่อยากให้ถึงเช้าวันจันทร์
นับถึงวันนี้ กวางมีอิสระมาได้สองปีแล้ว และยืนยันว่าอิสระนั้นมันดีต่อใจจริงๆ ลองจินตนาการถึงคำว่า "อิสระ" ของคุณกันหน่อยค่ะ ว่าคืออะไร?
ตอนนี้คุณอายุเท่าไหร่คะ ถ้ายังอยู่ในช่วงอายุที่อยู่ในชื่อเรื่องนี้แล้วล่ะก็ น่าจะนับว่าโชคดีทีเดียวที่ยังมีเวลาที่จะทำเรื่องตามรายการนี้ให้สำเร็จ 14 เรื่องนั้นมีอะไรบ้าง มาดูกันค่ะ
การตั้งใจศึกษาเล่าเรียนเป็นเรื่องที่ดีและควรทำนะคะ แต่อย่าหมกมุ่นกับมันจนลืมหาประสบการณ์ และสร้างความสนุกในชีวิต เพราะในโลกแห่งความจริงแล้ว เค้าวัดกันที่ผลงานไม่ใช่เกรดที่จบมาค่ะ การทำกิจกรรมในรั้วมหาวิทยาลัยจึงสำคัญมาก อย่าลืมหากิจกรรมสักอย่างทำขณะที่กำลังศึกษาอยู่นะคะ
เลือกงานที่ชอบ แต่ต้องไม่โกหกตัวเองว่างานนั้นเลี้ยงชีพได้หรือเปล่า ถ้าเลี้ยงตัวเองยังไม่ได้ หาอย่างอื่นทำไปก่อน หรือหารายได้ทางอื่นเพิ่มด้วย
หาเป้าหมายในชีวิตให้เจอเร็วที่สุด เพราะมันจะเป็นเครื่องนำทางให้คุณไปตลอด
ชีวิตที่ไม่มีหนี้ประเสริฐที่สุด ตังนั้น ตั้งใจเก็บเงินก่อน จะรวยเร็วกว่า
รู้จักเก็บเงินแล้ว ก็ต้องรู้จักที่จะลงทุนด้วย ถ้าชีวิตนี้ต้องเลือก ให้เลือกซื้อบ้านก่อนซื้อรถ เพราะบ้านมีแต่จะมีมูลค่าเพิ่มถือเป็นการลงทุน แต่รถไม่มี ที่สำคัญถ้าตัดสินใจที่จะเป็นหนี้บ้าน ก็ต้องรีบผ่อนให้หมดโดยเร็ว ดอกเบี้ยบ้านโหดมาก แก่แล้วจะผ่อนไม่ไหว
อย่าเป็นศัตรูกับใครบนโลกใบนี้ เพราะเราไม่รู้ว่าจะเวียนมาเจอกันในสถานะไหนอีกเมื่อไหร่ เขาอาจยิ่งใหญ่จนมีผลต่อการพบกันครั้งใหม่ของเราก็ได้
“คอนเน็คชั่น” สำคัญมากๆ เก่งแค่ไหนก็สู้มีเพื่อนดีๆไม่ได้ “Know how ไม่เท่า Know who”
ควรมีรายได้มากกว่าหนึ่งทาง เพราะคำว่ามั่นคงไม่มีอยู่จริง มีทางเลือกหนึ่งทางเท่ากับไม่มีทางเลือก อย่าคิดว่าคนเราทำอะไรได้อย่างเดียว เพราะความสามารถของคนเรามีมากกว่าหนึ่ง อย่าปฏิเสธโอกาสต่างๆที่จะเข้ามา ถึงแม้จะล้มเหลวแต่มันก็คือประสบการณ์
สร้างเนื้อสร้างตัวให้เร็วที่สุดในขณะที่ยังมีกำลัง เพราะการต้องฟันฝ่าอะไรในวันที่อายุมากแล้วไม่ใช่เรื่องสนุก
มีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวได้ ให้ทำตั้งแต่ยังเป็นหนุ่มเป็นสาว เพราะเมื่อมีครอบครัวมีลูกแล้วไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะมีอิสระทำแบบนั้นได้ รอจนลูกโตก็อายุมากจนบางทีร่างกายก็เดินทางไม่ไหว
การเลือกชีวิตคู่สำคัญมาก อย่าดูแต่เรื่องดีของเค้า ดูด้วยว่าเรื่องเสียๆ ของเค้าเรารับได้ไหม แค่ไหน ไม่ใช่แค่ตอนที่ยังรัก ให้นึกถึงตอนที่จะต้องลำบาก จะต้องแก่เฒ่าไปด้วยกันด้วย คู่ชีวิต คืออยู่ด้วยกันชั่วชีวิต จะทนกันไปได้ตลอดชีวิตไหม ถ้าข้อเสียนั้นคุณรับไม่ได้ เลิกฝันว่าเราจะเปลี่ยนเค้าได้ “มันไม่มีวันเกิดขึ้น”
มีลูกต้องให้เวลากับลูก ดูแลเค้าให้ดี เลี้ยงเค้าให้มีคุณภาพ อย่าใช้เงินเลี้ยงลูก ใช้ใจ และให้เวลาดูลูกเติบโต คุณมีเวลาใกล้ชิดและสร้างลูกได้แค่ชั่ว 5-6 ปีของอายุเค้าตั้งแต่แรกเกิดเท่านั้น เพราะหลังจากนั้นเค้าจะเริ่มคิดเองและใช้ประสบการณ์ที่พบเจอใหม่ๆในการดำเนินชีวิต พ่อแม่ที่คิดจะปรับลูกเมื่อโตแล้ว บอกเลยว่ายากมาก อย่าลืมว่าคุณจะประสบความสำเร็จแค่ไหน ก็ไม่สามารถทดแทนความล้มเหลวของครอบครัวได้
หาเวลาว่างอยู่กับตัวเองดูบ้าง ฟังเสียงหัวใจและความต้องการของร่างกายตัวเองด้วย
ข้อสุดท้ายที่สำคัญคือ “ดูแลสุขภาพ” ของตัวเองให้ดีที่สุด อย่าใช้ร่างกายเปลือง อย่าละเลยตามใจร่างกาย ทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ เมื่ออายุมากขึ้นร่างกายจะเสื่อมโทรมถดถอย อวัยวะภายในบางอย่างถ้าพังแล้วซ่อมไม่ได้ อะไหล่ก็ไม่มีด้วย
เรื่องเหล่านี้ กวางได้จากการอ่านบทความของฝรั่งและปรับปรุงหัวข้อจากเรื่องราวที่เกิดขึ้นในประสบการณ์ของตัวเอง ที่ผ่านร้อน ผ่านหนาวมากว่า 50 ปีแล้ว รู้ว่ามีอะไรที่ควรทำบ้าง ใครเห็นด้วยแชร์ให้คนที่คุณห่วงใยด้วยนะคะ
ใครว่าเราตีค่าตัวของเราไม่ได้ ตอนนี้คุณคิดว่า “ตัวคุณมีมูลค่าเท่าไหร่คะ” หลายคนอาจจะงง แล้วนึกแย้งในใจว่าจะมาตีค่ากันได้อย่างไร ความเป็นคนตีค่าไม่ได้ ใช่ค่ะ แต่ค่าตัวดีค่าออกมาได้ค่ะ
หากคุณไม่รู้ว่าควรตีค่าตัวออกมาอย่างไร ลองนึกดูว่าตอนนี้ทำงานประจำหรือทำธุรกิจ แล้วมีรายได้ต่อเดือนอยู่เท่าไหร่ นั่นแหละค่ะคือมูลค่าค่าตัวของคุณในเวลานี้ ถ้าอยากทราบเป็นวัน เป็นชั่วโมงก็ลองหารออกมาดูนะคะ
แล้วตอนนี้ค่าตัวที่ได้ มีมูลค่าเท่าที่อยากได้หรือยังคะ ถ้าคำตอบของคุณคือใช่ อยากรู้ว่าแล้วคุณมีความสุขกับมันไหมคะ สิ่งที่กำลังทำอยู่ทุกวันนี้ให้คุณค่าแก่คุณพอไหม ไม่ต้องตอบกวางก็ได้ ลองเขียนออกมาค่ะ ว่าได้คุณค่าอะไรจากงานที่ทำอยู่บ้างนอกเหนือจากมูลค่าเป็นเงินที่วัดออกมาได้
แต่ถ้าคำตอบคือไม่ คุณยังไม่พอใจกับมูลค่าที่ได้ หรืองานที่ทำอยู่นี้ไม่ให้คุณค่าอะไรแก่คุณเลย แต่คุณยังจำเป็นต้องทำเพื่อให้เลี้ยงชีพได้ กวางอยากให้คุณกดติดตามเพจนี้ของกวางไว้ เพื่อคุณอาจได้แนวคิด หรือแรงบันดาลใจในการจะพัฒนาตน หรือพัฒนางานที่ทำให้มีมูลค่ามากกว่าหรือเท่ากับที่คุณต้องการได้
กวางเข้าใจมันเพราะเคยผ่านมันมาก่อน งานที่ทำเพื่อเลี้ยงชีพได้ ให้มูลค่าค่าตัวที่ค่อนข้างสูง แต่ก็ให้มูลค่าหนี้ในชีวิตประจำวันสูงตามไปด้วย ไม่เคยสามารถดูแลใครในครอบครัวได้เลย เพราะไม่มีเวลา รู้สึกตัวเองไม่มีคุณค่าเพราะต้องทำตามคำสั่ง มากกว่าทำตามความต้องการของตนเอง กวางจึงทำงานแบบต้องทำ มากกว่ามีความสุขที่ได้ทำ คิดอยู่เสมอว่า หากชีวิตมีเงินมากพออย่างที่ต้องการเมื่อไหร่ จะเลิกทำงานนี้เด็ดขาด ใครคิดเหมือนกันบ้างคะ ทราบหรือไม่ ทำไมจึงเป็นเป็นนั้น? คำตอบคือ คุณไม่พบคุณค่าในสิ่งที่ตัวคุณทำค่ะ ดังนั้น มูลค่าค่าตัว กับคุณค่าในตัวจึงเป็นคนละเรื่องกัน เราตีค่าค่าตัวเราออกมาได้เสมอ แต่ไม่มีวันตีค่าคุณค่าของเราออกมาได้แน่ๆ เราจะคุยกันเรื่องนี้ในวันถัดๆ ไป
อย่าลืมกดไลค์ กดติดตามเพจ หรือแชร์เพจให้แก่เพื่อนหรือคนที่คุณรักและห่วงใย ต้องการให้เค้าเห็นค่าคุณค่าของตัวเค้ามากกว่าค่าตัวด้วยนะคะ เราจะได้คุยกันเรื่องนี้อีกหลายครั้ง การมีคนที่เป็นที่ปรึกษารับฟังในสิ่งที่เจอมาเหมือนกัน อาจทำให้เราพบหนทางที่จะสร้างคุณค่า และมูลค่าในตัวของเราเพิ่มขึ้นได้ค่ะ
อ้อ! อย่าลืม เก็บคำตอบเมื่อกี้ไว้นะคะ คำตอบที่คุณเขียนไว้ว่า “ตัวคุณมีมูลค่าเท่าไหร่”