เพื่อน ๆ คะ เรามักจะได้ยินบ่อย ๆ เรื่อง Active Learning เพื่อการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21
บางทีก็เรียกว่า #การจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุก
เราได้นำพีระมิดแห่งการเรียนรู้ (Cone of Learning) ของ Edgar Dale (1946) ที่นักวิชาการไทยได้แปลเป็นภาษาไทยมาฝากเพื่อน ๆ ค่ะ
จากรูปจะเห็นได้ว่า พีระมิดแห่งการเรียนรู้นี้ มี 2 กระบวนการ คือ
1. #กระบวนการเรียนรู้แบบตั้งรับ (Passive Learning)
- การเรียนรู้โดยการอ่าน หรือฟังบรรยายเพียงอย่างเดียว ผู้เรียนจะจำได้เพียงน้อย หากได้เห็นภาพประกอบก็จำได้เพิ่มขึ้นเป็น 30%
- การเรียนรู้ที่ผู้สอนจัดประสบการณ์ให้กับผู้เรียนเพิ่มขึ้น เช่น การให้ดูภาพยนตร์ การสาธิต นิทรรศการ ก็ทำให้จำได้มากขึ้นถึง 50%
2. #กระบวนการเรียนรู้เชิงรุก ( Active Learning)
- ผู้เรียนมีบทบาทในการแสวงหาความรู้และเรียนรู้อย่างมีปฏิสัมพันธ์จนเกิดความรู้ ความเข้าใจ นำไปประยุกต์ใช้ สามารถวิเคราะห์ สังเคราะห์ ประเมินค่า หรือ สร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ รวมถึงการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้ได้ร่วมอภิปราย ให้ฝึกทักษะการสื่อสาร ทำให้ผลการเรียนรู้เพิ่มขึ้นเป็น 70%
- การนำเสนอผลงานทางการเรียนรู้ในสถานการณ์จำลอง ทั้งมีการฝึกปฏิบัติในสภาพจริง มีการเชื่อมโยงกับสถานการณ์ต่างๆ จะทำให้ผลการเรียนรู้เกิดขึ้นถึง 90%
เมื่อเห็นเป็นที่ประจักษ์แล้วว่า Learning by doing ครูจึงต้องลดบทบาทของตนลง เพื่อจัดการเรียนการสอนโดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ให้เค้าได้เรียนรู้ด้วยตัวเองให้มาก โดยครูมีหน้าที่ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ และเป็นโค้ชคอยดูแลอำนวยสะดวกแก่ผู้เรียน
ดังนั้น #การเขียนแผนการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning จึงเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับครูในศตวรรษที่ 21 ที่ต้องเชื่อมโยงกับ PLC ด้วยค่ะเพื่อน ๆ
เราได้รวบรวมกิจกรรม รูปแบบ เทคนิค และวิธีสอนแบบ Active Learning พร้อมตัวอย่างแผนการจัดการเรียนรู้ และตัวอย่างงานวิจัยที่ใช้นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ทุกวิชาไว้พร้อมแล้ว
เป็น E-book สไตล์ QR code book
"คู่มือ การใช้นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning"
สั่งจองเป็นเจ้าของได้ในราคาพิเศษ 590 บาท (จากปกติ 990 บาท)
inbox ที่เพจ fb.me/alisadook.hu เท่านั้นค่ะ
เพื่อน ๆ ค่ะ หลังจากที่พวกเราได้รีวิวงานวิจัยการพัฒนาการเรียนการสอนแบบ Active Learning ในช่วงวันหยุดที่ผ่านมา เราจะพบว่ามีงานวิจัยที่น่าสนใจหลายเรื่องใช้วิธีการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน(Project-Based Learning ) เรียกย่อ ๆ ว่า PBL
PBL เป็นการเรียนรู้ที่จัดประสบการณ์โดยให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติงานจริงอย่างมีระบบ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ มีประสบการณ์ตรง โดยมีครูเป็นผู้กระตุ้นนำความสนใจที่เกิดจากตัวผู้เรียนมาใช้ในการเรียนรู้ นี่ที่เรียกว่า "การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning"
การจัดการเรียนรู้แบบใช้โครงงานเป็นฐาน ครูจะวางแผนกิจกรรมการเรียนรู้ที่จัดประสบการณ์ให้แก่ผู้เรียนเหมือนกับการทำงานในชีวิตจริง ที่นำความสนใจที่เกิดจากตัวนักเรียนมาใช้ในการทำกิจกรรมค้นคว้าหาความรู้ด้วยตัวเอง นำไปสู่การเพิ่มความรู้ที่ได้จากการลงมือปฏิบัติ การฟังและการสังเกตจากผู้เชี่ยวชาญ โดยการเรียนรู้ผ่านกระบวนการทำงานกลุ่ม นำมาสู่การสรุปความรู้ใหม่ มีการเขียนกระบวนการจัดทำโครงงาน และได้ผลการจัดกิจกรรมเป็นผลงานแบบรูปธรรม
#จุดเด่นของวิธีสอนแบบโครงงานเป็นฐาน
1. เป็นการสอนที่มุ่งให้ผู้เรียนปฏิบัติจริง ทำจริงไม่เพียงแต่เรียนรู้ทางทฤษฎีเท่านั้น
2. ทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และมีทักษะในกระบวนการทำงานจริง ๆ เริ่มตั้งแต่ร่วมคิดกันวางแผน การหาข้อมูลอุปกรณ์ต่าง ๆ การแบ่งงานและร่วมมือกันทำงาน การประสานงาน จนกระทั่งการประเมินผลงาน
3. เป็นการฝึกให้ผู้เรียนช่วยตัวเอง มากกว่าการพึ่งพาอาศัยผู้อื่น
4. ฝึกให้ร่วมมือประสานงานกัน ทำงานร่วมกัน เพื่อบรรลุจุดประสงค์เป็นการฝึกประชาธิปไตยและการอยู่ร่วมกันในสังคมไปด้วย
5. มีประโยชน์อย่างยิ่งในการฝึกให้ผู้เรียนมีนิสัยรักการทำงาน มีความขยันและรับผิดชอบในการทำงาน
6. เปิดการฝึกทักษะต่าง ๆ จากการปฏิบัติจริง เช่นทักษะการใช้เครื่องมือการหาข้อมูล การทำงานร่วมกัน การตัดสินใจ ฯลฯ
7. ทำให้ผู้เรียนเห็นประโยชน์และคุณค่าของการเรียน เพราะผลการเรียนใช้ประโยชน์ในชีวิตได้
การสอนแบบโครงงานนั้น มีแนวคิดสอดคล้องกับ John Dewey เรื่อง “learning by doing” ซึ่งได้กล่าวว่า “Education is a process of living and not a preparation for future living.” (Dewey John, 1897: 79 cite in Douladeli Efstratia, 2014) ซึ่งเป็นการเน้นการจัดการเรียนรู้ที่ให้นักเรียนได้รับประสบการณ์ชีวิตขณะที่เรียน เพื่อให้นักเรียนได้พัฒนาทักษะต่าง ๆ ซึ่งสอดคล้องกับหลักพัฒนาการคิดของ Bloom ทั้ง 6 ขั้น คือ
1. ความรู้ความจำ (Remembering)
2. ความเข้าใจ (understanding)
3. การประยุกต์ใช้ (Applying)
4. การวิเคราะห์ (Analyzing)
5. การประเมินค่า (Evaluating) และ
6. การคิดสร้างสรรค์ (Creating)
ดังนั้น PBL จึงเป็นการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เนื่องจากผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติ เพื่อฝึกทักษะต่าง ๆ ด้วยตนเองทุกขั้นตอน โดยมีครูเป็นผู้จัดประสบการณ์การเรียนรู้
#ขั้นตอนการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาและกระทรวงศึกษาธิการ ได้นำเสนอขั้นตอนการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน ไว้ 4 ขั้นตอน ดังนี้
1. ขั้นนำเสนอ หมายถึง ขั้นที่ผู้สอนให้ผู้เรียนศึกษาใบความรู้ กำหนดสถานการณ์ ศึกษาสถานการณ์ เล่นเกม ดูรูปภาพ หรือผู้สอนใช้เทคนิคการตั้งคำถามเกี่ยวกับสาระการเรียนรู้ที่กำหนดในแผนการจัดการเรียนรู้แต่ละแผน
2. ขั้นวางแผน หมายถึง ขั้นที่ผู้เรียนร่วมกันวางแผน โดยการระดมความคิด อภิปรายหารือข้อสรุปของกลุ่ม เพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ
3. ขั้นปฏิบัติ หมายถึง ขั้นที่ผู้เรียนปฏิบัติกิจกรรม เขียนสรุปรายงานผลที่เกิดขึ้นจากการวางแผนร่วมกัน
4. ขั้นประเมินผล หมายถึง ขั้นการวัดและประเมินผลตามสภาพจริง โดยให้บรรลุจุดประสงค์การเรียนรู้ที่กำหนดไว้ในแผนการจัดการเรียนรู้ โดยมีผู้สอน ผู้เรียนและเพื่อนร่วมกันประเมิน
จากที่กล่าวรายละเอียดมาข้างต้น เพื่อน ๆ จะเห็นได้ว่า..วิธีสอนแบบโครงงานเป็นฐาน(PBL) น่าจะสามารถใช้สอนได้หลายวิชานะคะทุกคน น่าสนใจจริง ๆ ค่ะ
#ตัวอย่างงานวิจัย ที่เราอยากให้เพื่อน ๆ เข้าไปรีวิวกัน
1. ชื่อเรื่อง การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่องกลุ่มอาชีพในชุมชนบางบอน และกระบวนการกลุ่มของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3ด้วยการจัดการเรียนรู้โดยโครงงาน
https://he02.tci-thaijo.org/.../article/view/75507/60826
2. ชื่อเรื่อง การพัฒนาความสามารถในการทำโครงงานวิทยาศาสตร์เชิงเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
https://he02.tci-thaijo.org/.../Veridi.../article/view/66928
#การจัดการเรียนรู้แบบปัญหาเป็นฐาน (Problem–based Learning : PBL)
เมื่อสามวันก่อน เราได้คุยกับเพื่อน ๆ เรื่องการจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐาน (Project based Learning) ซึ่งก็เรียกย่อ ๆ ว่า PBL เช่นเดียวกัน
เพื่อสร้างความเข้าใจให้ตรงกันนะคะว่า PBL ยังหมายถึง การจัดการเรียนรู้อีกแบบหนึ่งด้วยที่มีลักษณะการเรียนแบบร่วมมือเช่นเดียวกัน นั่นก็คือ.. การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน(Problem–based Learning : PBL) ค่ะเพื่อน ๆ
แต่มีข้อแตกต่างกันตรงที่ การจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน อาจจะเริ่มต้นจากปัญหา หรือไม่เป็นปัญหาก็ได้ ถ้าโครงงานที่เป็นปัญหา ก็เท่ากับการเรียนรู้ได้แก้ปัญหาด้วย และได้ผลลัพธ์การเรียนรู้ ก็คือ โครงงาน และทำออกมาเป็นผลผลิต(product)ที่เป็นรูปธรรม แต่ถ้า problem-based ผลลัพธ์จากการเรียนรู้คือ ความรู้ใหม่ หรือวิธีการแก้ปัญหาที่ได้จากการค้นคว้าภายในเวลาที่จำกัด
วิธีสอนแบบใช้ปัญหาเป็นฐาน(Problem–based Learning : PBL) คือรูปแบบการจัดการเรียนรู้ โดยใช้ปัญหาที่ใกล้ตัว และพบเจอในชีวิตประจำวันเป็นตัวนำหรือเป็นฐานในการจัดการเรียนรู้ เพื่อนำมาสู่การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในจัดการกับปัญหาดังกล่าว ทำให้ตัวของปัญหานั้นคือ จุดสำคัญของการจัดการเรียนรู้รูปแบบนี้
#ลักษณะสำคัญของการจัดการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน ประกอบด้วย
1. ต้องมีสถานการณ์ที่เป็นปัญหาและใช้ปัญหานั้นมาเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดกระบวนการเรียนรู้
2. ปัญหาที่นำมาใช้ ต้องมาจากสิ่งใกล้ตัวผู้เรียน และผู้เรียนมีโอกาสพบเจอ
3. ผู้เรียนเรียนรู้และเลือกเฟ้นวิธีการและประเมินผลด้วยตัวเอง
4. เน้นให้ผู้เรียนเรียนรู้เป็นกลุ่มย่อย เพื่อประโยชน์ในการค้นหาความรู้ และรับส่งข้อมูลร่วมกัน
5. เป็นการเรียนรู้แบบบูรณาการความรู้และทักษะกระบวนการต่างๆเข้าด้วยกัน
6. ความรู้ที่จะเกิดขึ้น เมื่อจัดการเรียนรู้ผ่านกระบวนการเรียนรู้ โดยใช้ปัญหาเป็นฐานแล้วเท่านั้น
7. ใช้การประเมินผลตามสภาพจริง โดยพิจารณาความก้าวหน้าในการปฏิบัติงานของผู้เรียน
#ขั้นตอนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน ประกอบด้วย 6 ขั้นตอน ได้แก่
ขั้นที่ 1 กำหนดปัญหา
ผู้สอนสร้างสถานการณ์ต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นผู้เรียน
ขั้นที่ 2 ทำความเข้าใจกับปัญหา
ผู้เรียนระดมสมอง เพื่อหาแนวทางและวิธีการในการหาคำตอบ
ขั้นที่ 3 ดำเนินการศึกษาค้นคว้า
ผู้เรียนร่วมกันค้นคว้าในเวลาที่กำหนด
ขั้นที่ 4 สังเคราะห์ความรู้
มีการนำเสนอกันภายในกลุ่ม เพื่อหาข้อสรุป
ขั้นที่ 5 สรุปและประเมินค่าของคำตอบ
ผู้เรียนแต่ละกลุ่มนำข้อสรุปที่ได้มาสร้างเป็นองค์ความรู้ใหม่ แล้วเลือกวิธีนำเสนอ โดยครูเป็นผู้ตรวจสอบความถูกต้อง
ขั้นที่ 6 นำเสนอและประเมินผลงาน
ผู้เรียนแต่ละกลุ่มนำองค์ความรู้ที่ได้ไปนำเสนอ โดยครูประเมินผล
#เรามีตัวอย่างงานวิจัยที่ใช้การจัดการเรียนรู้แบบปัญหาเป็นฐาน มาให้ศึกษากัน ดังนี้ค่ะ
1. ชื่อเรื่อง ผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับรูปแบบการแก้ปัญหาแบบ SSCS ที่มีต่อความสามารถในการแก้ปัญหาและการสื่อสารด้านการเขียนทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
https://so05.tci-thaijo.org/ind.../JSSRA/article/view/240753
2. ชื่อเรื่อง ผลของการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับการใช้คำถามระดับสูงที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์และความสามารถในการคิดแก้ปัญหา เรื่อง อาหารกับการดำรงชีวิต ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
https://so06.tci-thaijo.org/.../edujou.../article/view/92143
เมื่อกระทรวงศึกษาธิการ ประกาศให้โรงเรียนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมทั้งพื้นที่เสี่ยงหลายจังหวัดปิดทำการสอน ตั้งแต่วันที่ 4 -31 มกราคม 2564
ครูหลายคนพอรู้ข่าวก็ไม่สบายใจ เพราะเป็นห่วงการเรียนของเด็ก ๆ และจำเป็นต้องเตรียมการสอนออนไลน์กันอีกรอบ
ถึงวันนี้.. เราครูไทยต้องเร่งปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ดังกล่าว เพื่อคุณภาพการศึกษา และการพัฒนาผู้เรียน เราจำเป็นต้องมีกลยุทธ์สู้โควิดในครั้งนี้
ด้วยการใช้เกม Kahoot สู้ Civid 19 ด้วยกันค่ะเพื่อน ๆ
Kahoot เป็นโปรแกรมเกมเพื่อการเรียนการสอนแบบ Active Learning
โปรแกรม Kahoot.com คือ เกมที่ช่วยให้นักเรียนสนุกกับการเรียน และเป็นเครื่องมือช่วยในการประเมินผล โดยผ่านการตอบคำถาม การอภิปราย หรือการสำรวจความคิดเห็น
Kahoot เป็นเกมการเรียนรู้ ประกอบด้วย คำถามปรนัย เช่น การตอบคำถาม การอภิปราย หรือการสำรวจ คำถามจะแสดงที่จอหน้าชั้นเรียน และให้นักเรียนตอบคำถามบนโทรศัพท์มือถือของตนเอง หรือคอมพิวเตอร์
เพื่อนครูก็เริ่มต้นสมัครเข้าใช้งานที่ URL https://www.kahoot.com/
จะเลือกลงทะเบียนด้วย facebook หรือ อีเมล ก็ได้ ตามขั้นตอนง่าย ๆ ค่ะ
วันนี้..เรามีตัวอย่างงานวิจัยที่ใช้เกม Kahoot พัฒนาการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพมาฝากเพื่อน ๆ นะคะ ลองคลิกเข้าไปดูนะคะ
1. ชื่อเรื่อง การจัดการเรียนรู้โดยใช้เกม Kahoot เพื่อพัฒนาผลการเรียนรู้วรรณคดีไทย ม. 1
https://so02.tci-thaijo.org/.../article/view/174917/125189
2. ชื่อเรื่อง การจัดกิจกรรมเสริมการเรียนรู้ เรื่อง อัตราส่วนตรีโกณมิติ โดยใช้โปรแกรม Kahoot สําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
https://so05.tci-thaijo.org/.../article/view/106671/133761