ชื่อ.........นาย...วิชาญ...............นามสกุล.........ถิระโคตร......................
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ........ชำนาญการ..........................................................................
สถานศึกษา.....โรงเรียนบ้านหนองไข่นก..................................................................
สังกัด....สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี..เขต..1.........
รับเงินเดือนในอันดับ คศ...2...............................................................................
อัตราเงินเดือน ............25,030........................................... บาท
ประเภทห้องเรียนที่จัดการเรียนรู้ ...ห้องเรียนวิชาสามัญหรือวิชาพื้นฐาน ......
ข้าพเจ้าขอแสดงเจตจำนงในการจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางานตำแห่งครู วิทยฐานะ ชำนาญการ ซึ่งเป็นตำแหน่งและวิทยฐานะที่ดำรงอยู่ในปัจจุบันกับผู้อำนวยการสถานศึกษา ไว้ดังต่อไปนี้
1.1 ชั่วโมงสอนตามตารางสอน รวมจำนวน 20 ชั่วโมง/สัปดาห์ดังนี้
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห์
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห์
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
- กิจกรรมลูกเสือ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
- กิจกรรมแนะแนว จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
- กิจกรรมชุมนุมดนตรี จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.2 งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 5 ชั่วโมง/สัปดาห์
งานวิชาการระดับชั้นประถมศึกษา จำนวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห์
งานประชาธิปไตยในโรงเรียน จำนวน 5 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.3 งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา จำนวน 4 ชั่วโมง/สัปดาห์
- งานประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
- กิจกรรมชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.4 งานสนับสนุนนโยบายและจุดเน้น จำนวน 4 ชั่วโมง/สัปดาห์
- โครงการสถานศึกษาสีขาว จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
- กิจกรรมชุมนุมดนตรี จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
ประเด็นที่ท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนของผู้จัดทำข้อตกลง ซึ่งปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งครู คศ.2 ต้องแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังของวิทยฐานะ ชำนาญการ คือ แก้ไขปัญหา การจัดการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น (ทั้งนี้ ประเด็นท้าทายอาจจะแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังในวิทยฐานะที่สูงกว่าได้)
1. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
การจัดการศึกษาในยุคศตวรรษที่ 21 มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องพัฒนาผู้เรียนให้เกิดการคิดเชิงนวัตกรรม เพื่อที่ผู้เรียนสามารถสร้างสรรค์และพัฒนานวัตกรรมการประกอบอาชีพและสร้างความสำเร็จให้กับตนเองในอนาคต กระบวนการพัฒนานวัตกรรม เริ่มจากปัญหาข้อสงสัย การสังเกต การทดลอง การพัฒนา การใช้เทคโนโลยีในการออกแบบและพัฒนา การสร้างตัวจำลอง การริเริ่มโครงการการประเมินต้นทุน รวมถึงการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ แน่นอนนวัตกรรมจะกลายเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อเมื่อมีคนนํานวัตกรรมนั้นไปใช้ให้ได้ผลในทางใดทางหนึ่ง จากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในรายวิชาวิทยาศาสตร์ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านหนองไข่นก ยังขาดทักษะการคิดเชิงนวัตกรรม ต่อยอดการเรียนรู้และนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันไม่ได้ ขาดความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ การเรียนรูปแบบโครงงานจึงเป็นวิธีการเรียนรู้หนึ่งที่ผู้สอนส่วนใหญ่เลือกนํามาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และการพัฒนาทักษะการคิดเชิงนวัตกรรมให้แก่ผู้เรียน สอดคล้องกับนวัตกรรมของโรงเรียน คือ Nongkainok Model ที่มุ่งเน้นการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน ข้าพเจ้าจึงได้หลักคิดในการพัฒนา รูปแบบ WICHARN MODEL มาใช้ในการพัฒนาทักษะการคิดเชิงนวัตกรรม นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านหนองไข่นก
2. วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
1. วิธีดำเนินการ
ขั้นที่ 1 กำหนดวัตถุประสงค์การพัฒนา
ครูวิเคราะห์สภาพปัญหาการจัดการศึกษาในยุคศตวรรษที่ 21 มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องพัฒนาผู้เรียนให้เกิดการคิดเชิงนวัตกรร เพื่อที่ผู้เรียนสามารถสร้างสรรค์และพัฒนานวัตกรรมการประกอบอาชีพและสร้างความสำเร็จให้กับตนเองในอนาคตกระบวนการพัฒนานวัตกรรม เริ่มจากปัญหาข้อสงสัย การสังเกต การทดลอง การพัฒนา การใช้เทคโนโลยีในการออกแบบและพัฒนา การสร้างตัวจำลอง การริเริ่มโครงการการประเมินต้นทุน รวมถึงการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ แน่นอนนวัตกรรมจะกลายเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อเมื่อมีคนนํานวัตกรรมนั้นไปใช้ให้ได้ผลในทางใดทางหนึ่ง จากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในรายวิชาวิทยาศาสตร์ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านหนองไข่นก ยังขาดทักษะการคิดเชิงนวัตกรรม ต่อยอดการเรียนรู้และนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันไม่ได้ ขาดความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ การเรียนรูปแบบโครงงานจึงเป็นวิธีการเรียนรู้หนึ่งที่ผู้สอนส่วนใหญ่เลือกนํามาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และการพัฒนาทักษะการคิดเชิงนวัตกรรมให้แก่ผู้เรียน สอดคล้องกับนวัตกรรมของโรงเรียน คือ Nongkainok Model ที่มุ่งเน้นการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน ข้าพเจ้าจึงได้หลักคิดในการพัฒนา รูปแบบ WICHARN MODEL มาใช้ในการพัฒนาทักษะการคิดเชิงนวัตกรรม นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านหนองไข่นก
ขั้นที่ 2 กำหนดกรอบแนวคิด
เมื่อได้กำหนดจุดประสงค์ในการพัฒนาแล้วได้ศึกษาค้นคว้าแนวคิดทฤษฎีและเอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการสอนแบบโครงงานทักษะการคิดเชิงนวัตกรรมและแนวทางการจัดกิจกรรมเสริมให้กับผู้เรียนได้เรียนรู้แบบโครงงานด้วยกระบวนการ NONGKAINOK Model และพร้อมทั้งกำหนดเป็นกรอบแนวคิดเพื่อใช้เป็นแนวทางในการสร้างนวัตกรรม
ขั้นที่ 3 สร้างนวัตกรรม
ออกแบบและสร้างตัวต้นแบบนวัตกรรมให้สอดคล้องกับ NONGKAINOK Model ผ่านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบโครงงานโดยใช้สิ่งประดิษฐ์ จัดทำหน่วยการเรียนรู้พัฒนาทักษะการคิดเชิงนวัตกรรม โดยใช้วิธีสอนแบบโครงงาน ด้วย WICHARN MODEL และจัดทำคู่มือการใช้นวัตกรรมตรวจสอบคุณภาพนวัตกรรมจากข้อมูลย้อนกลับหลังจากนั้นนำไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบรูปแบบนวัตกรรม
ขั้นที่ 4 นำนวัตกรรมไปใช้
เมื่อได้รูปแบบนวัตกรรมการพัฒนาทักษะการคิดเชิงนวัตกรรม โดยใช้วิธีสอนแบบโครงงาน ด้วย WICHARN MODEL จึงนำไปใช้จริงในการจัดการเรียนการสอนในรายวิชาวิทยาศาสตร์ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านหนองไข่นก ตามขั้นตอนของกระบวนการนวัตกรรม โดยควบคุมให้เป็นไปตามข้อกำหนดของตัวนวัตกรรม นำผลการดำเนินงานตามขั้นตอนของนวัตกรรมไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ ซึ่งหากพบว่า
ผลการใช้นวัตกรรมไม่เหมาะสมหรือไม่สมบูรณ์แล้ว จะเข้าสู่การปรับปรุงแก้ไขตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญต่อไป
ขั้นที่ 5 เขียนรายงานเผยแพร่
เขียนรายงาน/เผยแพร่ เมื่อนำนวัตกรรมไปใช้ ผู้เชี่ยวชาญมีความเห็นเหมาะสม แล้วจึงเขียน
รายงานและเผยแพร่ แต่หากไม่มีความเหมาะสมผู้เชี่ยวชาญจะได้ให้คำแนะนำ ปรับปรุงแก้ไข จนเสร็จสมบูรณ์แบบ จึงนำมาเขียนรายงาน และนำไปเผยแพร่ต่อไป
การจัดการเรียนการสอน
กิจกรรมที่ 1 ขั้นนำเสนอ (W = Wide of looking = มองกว้าง ไปรอบตัว วัสดุเก่า ก่อประโยชน์
I = Innovative & creativity thinking = สร้างสรรค์โจทย์ นวัตกรรมใหม่ น่าค้นหา)
1.ขั้นเตรียมการ
1.1 แบ่งกลุ่มนักเรียนในแต่ละชั้นกลุ่มละ 5 คน
1.2 ครูเตรียมสื่อ อุปกรณ์ ใบความรู้ ใบงาน เกี่ยวกับการระบุปัญหา และการสังเกต
2. ขั้นดำเนินการ
2.1 ครูนำวีดีทัศน์เกี่ยวกับปัญหาขยะในชุมชน สิ่งของเหลือใช้ที่ไร้ประโยชน์
และตั้งประเด็นคำถาม นักเรียนมีวิธีการในการจัดการขยะเพื่อเพิ่มมูลค่า และก่อให้เกิดประโยชน์ของสิ่งของเหล่านี้ได้อย่างไร
2.2 แจกใบงานการระบุปัญหาและเลือกหัวข้อที่จะทำโครงงาน
2.3 นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันอภิปรายสรุปจากประเด็นปัญหาที่ได้จากการสังเกต
2.4 แต่ละกลุ่มสรุปเลือกประเด็นปัญหาที่จะนำมาทำโครงงาน
3. ขั้นติดตามประเมินผล
3.1 ให้แต่ละคนรายงานหัวข้อโครงงานที่ตัวเองตั้งขึ้น
3.2 เพื่อนและครูช่วยกันอภิปรายหัวข้อโครงงาน
กิจกรรมที่ 2 ขั้นวางแผน (C = Create a model = วางแผนมา เพื่อออกแบบ สิ่งประดิษฐ์
H = Have many methods = หลากหลายวิธีคิด ทันสมัย )
1.ขั้นเตรียมการ
1.1 เตรียมสื่อ อุปกรณ์ ใบความรู้ ใบงาน เกี่ยวกับการวางแผนในการสร้างสิ่งประดิษฐ์ โดยการร่วมกันอภิปราย โดยยึดการใช้งบประมาณที่เหมาะสม และดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว
1.2 กำหนด เวลา สถานที่ในการศึกษา ตารางการปฏิบัติงาน แหล่งเรียนรู้ในการศึกษา
2. ขั้นดำเนินการ
2.1 ครูให้ความรู้ในเรื่องการวางแผนในการทำงาน การออกแบบสิ่งประดิษฐ์ และการเขียนเค้าโครงย่อของโครงงาน
2.2 แจกใบงานการวางแผนในการทำงาน การออกแบบสิ่งประดิษฐ์ และการเขียนเค้าโครงย่อของโครงงาน
2.3 แต่ละกลุ่มดำเนินการตามใบงานที่ครูแจกให้
3. ขั้นติดตามประเมินผล
3.1 การนำเสนอใบงาน
3.2 การตรวจใบงาน
3.3 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปราย สรุปใบงานในแต่ละเรื่อง ของแต่ละกลุ่ม
กิจกรรมที่ 3 ขั้นปฏิบัติ (A = Action with concept = ลงมือทำด้วยหลักวิชา อย่างตั้งใจ
R = Repairable = ทดลอง ปรับปรุง แก้ไข ในชิ้นงาน
1.ขั้นเตรียมการ
1.1 เตรียมสื่อ อุปกรณ์ ใบความรู้ ใบงาน เกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนินงาน วิธีการดำเนินงาน การจัดกระทำและการสื่อความหมายข้อมูล การเสนอแนวทางแก้ไขการปรับปรุงโครงงาน การเขียนรายงานโครงงาน
1.2 กำหนดตารางการปฏิบัติกิจกรรมให้ครอบคลุมเนื้อหา
1.3 ศึกษาวิธีการเขียนรายงานโครงงานที่เป็นรูปเล่ม
2. ขั้นดำเนินการ
2.1 ลงมือปฏิบัติการทำโครงงานตามขั้นตอนที่ได้วางแผนเอาไว้
2.2 ครูแจกใบงานขั้นตอนการดำเนินงาน วิธีการดำเนินงาน การจัดกระทำและการสื่อความหมายข้อมูล การเสนอแนวทางแก้ไขการปรับปรุงโครงงาน การเขียนรายงานโครงงาน
2.3 แต่ละกลุ่มดำเนินการหาคำตอบตามใบงานที่ครูแจกให้
2.4 แต่ละลุ่มช่วยกันเรียบเรียงขั้นตอนของโครงงานตั้งแต่กิจกรรมแรก จนถึงกิจกรรมสุดท้าย ช่วยกันสรุปขั้นตอนของโครงงาน
2.5 แต่ละกลุ่มช่วยกันเขียนรายงานโครงงานที่เป็นรูปเล่ม
3. ขั้นติดตามประเมินผล
3.1 การนำเสนอใบงาน
3.2 การตรวจใบงาน
3.3 การอภิปราย สรุปร่วมกัน
กิจกรรมที่ 4 N = New assessment for Learning or Learners in the 21 = ยึดหลักการ ประเมินผล รูปแบบใหม่ในศตวรรษที่ 21 ด้วย WICHARN MODEL
การวัดประเมินผลโครงงาน
ในการวัด ประเมินผลโครงาน เมื่อทำการศึกษาและปฏิบัติเรียบร้อยแล้วต้องมีการวัดและประเมินผลโดยต้องวัดให้ครอบคลุมกิจกรรมการทำงาน ตั้งแต่การเตรียมก่อนลงมือทำกิจกรรม กระบวนการทำงานตามแผนที่วางไว้และผลสำเร็จของผลงานที่อาจอยู่ในรูปชิ้นงาน หรือทฤษฎีก็ได้ เพื่อหาข้อบกพร่องปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นในระหว่างทำงานจนถึงสิ้นสุดการปฏิบัติงานการประเมินผลมักจะประเมินตามจุดประสงค์และการปฏิบัติงาน จะต้องทำอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอและมีผลย้อนกลับต่อผู้ปฏิบัติงานคือ นำผลประเมินไปปรับปรุงและพัฒนาต่อไป ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ถือเป็นพฤติกรรมการเรียนรู้ที่ต้องการให้ผู้เรียน เปลี่ยนแปลง คือ พฤติกรรมการเรียนรู้ทั้ง 3 ด้าน คือ
1. พุทธพิสัย คือ การเปลี่ยนแปลงด้านความคิด
2. จิตพิสัย คือ การเปลี่ยนแปลงด้านเจตคติหรือจิตใจ
3. ทักษะพิสัย คือ การเปลี่ยนแปลงทางด้านการทำงาน
ประโยชน์การประเมินโครงงาน
1. ทำให้ทราบข้อบกพร่องและความสำเร็จของงาน
2. ทำให้มีการปรับปรุงแก้ไขตลอดเวลาที่กำลังปฏิบัติงาน
3. ผู้ปฏิบัติงานมีความกระตือรือร้นที่จะทำงานด้วยความตั้งใจ เสียสละ และจริงใจ
4. ทำให้บุคคลอื่นทราบว่าโครงงานได้รับความสำเร็จหรือล้มเหลว ถ้าสำเร็จก็จะนำไปเป็นแบบอย่างต่อไป ถ้าล้มเหลวก็จะทราบว่าเป็นเพราะเหตุใด และหาแนวทางแก้ไขปรับปรุงต่อไป
องค์ประกอบของเกณฑ์การประเมินผลงาน
1. การวางแผนการทำโครงงาน
2. วิธีการดำเนินงานโครงงาน
3. สรุปผลการดำเนินโครงงาน
4. การนำเสนอโครงงาน
แนวทางประเมินโครงงาน
1. ประเมินในหัวข้อต่างๆเช่น การแสดงออก ความรู้ ความคิด ความสามารถ ทักษะคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม กระบวนการเรียนรู้ กระบวนการทำงาน ผลผลิต แฟ้มสะสมงาน ผลงานการทดสอบ
2. ประเมินผลโดยให้ผู้สอน ผู้เรียน ผู้ปกครอง เพื่อน ฯลฯ เป็นผู้ประเมิน
3. ระยะเวลาในการประเมิน อาจประเมินเป็นระยะๆ เช่น ก่อนการทำโครงงาน(ขั้นเตรียมการ) ระหว่างทำโครงงาน หลังทำโครงงาน โดยใช้วิธีการต่างๆประเมิน เช่น การสังเกต สัมภาษณ์ ตรวจรายงาน ตรวจผลงาน ทดสอบ จัดนิทรรศการแสดงผลงานฯลฯ
3. ผลลัพธ์การพัฒนาที่เกิดขึ้น
3.1 เชิงปริมาณ
- นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ร้อยละ 88.46 มีทักษะการคิดเชิงนวัตกรรม เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด
- นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ร้อยละ 100 มีความพึงพอใจในการเรียนวิชา วิทยาศาสตร์ เรื่อง สิ่งประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ ในระดับ มาก
3.2 เชิงคุณภาพ
- นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีทักษะการคิดเชิงนวัตกรรม อยู่ในระดับปานกลาง
- นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีความพึงพอใจในการเรียนวิชา วิทยาศาสตร์ เรื่อง สิ่งประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ อยู่ในระดับ มาก
ผู้สอนได้ แก้ไขปัญหา การจัดการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น
ลงชื่อ วิชาญ ถิระโคตร
(นายวิชาญ ถิระโคตร)
ตำแหน่ง ครู วิทยาฐานะ ชำนาญการ
ผู้จัดทำข้อตกลงในการพัฒนางาน
1 ตุลาคม พ.ศ. 2566