Add Headings and they will appear in your table of contents.
ความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนแปลงหลากหลายภาคส่วนทั่วโลก เราได้พูดถึง “trend” ของกระบวนการยุติธรรมไปแล้วใน TIJ Wiki Monthly ที่ผ่านมา คงปฏิเสธไม่ได้ว่าแม้ในบริบทของความยุติธรรมเอง “เทคโนโลยี” ก็เข้ามามีบทบาทอย่างมากเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของห้องพิจารณาคดีออนไลน์ (virtual courtroom) เทคโนโลยีการพยากรณ์อาชญากรรมล่วงหน้า (Predictive policing) หรือ แชทบอท (Chatbot) อย่างไรก็ดี การนำเทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการยุติธรรมมีข้อดี แต่ก็ควรต้องทำการศึกษาวิจัยเพื่อประเมินผลกระทบของการเทคโนโลยีต่อประเด็นต่างๆ โดยเฉพาะด้านสิทธิมนุษยชนไปพร้อมกันด้วย เพื่อส่งเสริมให้การนำเทคโนโลยีมาใช้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน บทความในครั้งนี้จึงอยากจะชวนทุกท่านมาพูดคุยถึงบทบาทของเทคโนโลยีกับความยุติธรรมในแง่มุมต่างๆ โอกาส ความท้าทาย ที่เราทุกคนจะต้องเผชิญในอนาคตข้างหน้านี้
“เครื่องจักรอัจฉริยะ” (Intelligent machines) เป็นหัวข้อของนิยายวิทยาศาสตร์มาเป็นเวลานาน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเรากำลังอยู่ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นความจริง และกำลังส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อชีวิตประจำวันของเรา AI กำลังเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของเรา และแอปพลิเคชัน AI สามารถพบได้ในหลายแง่มุมของชีวิต ตั้งแต่การเกษตร อุตสาหกรรม การสื่อสาร การศึกษา การเงิน รัฐบาล บริการ การผลิต การแพทย์ และการขนส่ง แม้กระทั่งความปลอดภัยสาธารณะและความยุติธรรมทางอาญาก็กำลังได้รับประโยชน์จาก AI ตัวอย่างเช่น ระบบความปลอดภัยทางจราจรที่สามารถระบุการละเมิดและบังคับใช้กฎจราจร และการพยากรณ์อาชญากรรมช่วยให้มีการจัดสรรทรัพยากรตำรวจอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น AI ยังช่วยในการระบุความเป็นไปได้ที่บุคคลที่ถูกควบคุมตัวในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาจะกระทำผิดซ้ำอีกด้วย
AI คืออะไร?
AI คือสาขาของวิทยาการคอมพิวเตอร์ที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ในช่วงกลางทศวรรษ 1950 John McCarthy ผู้ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาของ AI ได้ให้นิยามว่า AI คือ “วิทยาศาสตร์และวิศวกรรมในการสร้างเครื่องจักรอัจฉริยะ” ในทางแนวคิด AI คือความสามารถของเครื่องจักรในการรับรู้และตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมได้อย่างอิสระ และสามารถทำงานที่ปกติแล้วจะต้องใช้กระบวนการทางปัญญาและการตัดสินใจของมนุษย์ แต่ไม่มีการแทรกแซงโดยตรงจากมนุษย์
มนุษย์มีความสามารถในการเรียนรู้จากประสบการณ์ การเรียนรู้ของเครื่องจักร (Machine Learning) เป็นการประยุกต์ใช้ AI ที่เลียนแบบความสามารถนี้และทำให้เครื่องจักรและซอฟต์แวร์สามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ได้ สำหรับความยุติธรรมทางอาญา สิ่งที่มีความสำคัญคือการจดจำรูปแบบ (pattern) มนุษย์มีความสามารถในการจดจำรูปแบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ และผ่านประสบการณ์ เราเรียนรู้ที่จะแยกแยะวัตถุ ผู้คน อารมณ์ที่ซับซ้อน ข้อมูล และสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ซึ่ง AI มุ่งมั่นที่จะเลียนแบบความสามารถนี้ของมนุษย์ ตัวอย่างเช่น อัลกอริธึมที่เรียนรู้ด้วยตนเองใช้ชุดข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจวิธีการระบุตัวบุคคลจากรูปภาพของพวกเขา ทำงานที่ซับซ้อนในด้านคอมพิวเตอร์และหุ่นยนต์ เข้าใจพฤติกรรมการซื้อและรูปแบบออนไลน์ ตรวจจับสภาวะทางการแพทย์จากการสแกนรังสีที่ซับซ้อน และทำนายการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้น เป็นต้น
เทคโนโลยีกับความยุติธรรมทางอาญาและความปลอดภัยสาธารณะ
ปัจจุบันมีการศึกษาวิจัยเพื่อใช้ AI สำหรับความปลอดภัยสาธารณะ (public safety) หนึ่งในตัวอย่างคือการใช้ AI จดจำใบหน้า (facial recognition) ทั้งในภาครัฐและเอกชน นักวิเคราะห์ข้อมูลข่าวกรองมักพึ่งพาภาพใบหน้าเพื่อช่วยยืนยันตัวตนและสถานที่ของบุคคล การตรวจสอบภาพและวิดีโอที่มีปริมาณมากนั้นเป็นงานที่ละเอียดซับซ้อนและใช้เวลามากและ ซึ่งมนุษย์อาจเกิดข้อผิดพลาดเนื่องจากความเหนื่อยล้าและปัจจัยอื่นๆ ได้ ต่างกับเครื่องจักร
กระทรวงคมนาคมของสหรัฐอเมริกาก็กำลังมองหาวิธีเพิ่มความปลอดภัยสาธารณะโดยการวิจัย พัฒนา และทดสอบการตรวจจับอุบัติเหตุจราจรโดยอัตโนมัติจากวิดีโอ เพื่อช่วยรักษาการจราจรที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในหลากหลายสถานที่และสภาพอากาศ แสง และสภาพการจราจรต่าง ๆ นอกจากนี้ อัลกอริธึม AI กำลังถูกใช้งานในวงการแพทย์เพื่อแปลภาพรังสีวิทยา ซึ่งอาจมีบทบาทสำคัญต่อความยุติธรรมทางอาญาเมื่อต้องทำการตรวจสอบทางการแพทย์เพื่อพิจารณาสาเหตุและลักษณะการเสียชีวิต AI ยังถูกนำมาศึกษาวิจัยในหลายสาขาของนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งรวมถึงการวิเคราะห์ DNA
นอกจากนี้ AI กำลังเป็นเทคโนโลยีสำคัญในการตรวจจับการฉ้อโกง บริษัทอินเทอร์เน็ตอย่าง PayPal ใช้ข้อมูลจำนวนมากเพื่อฝึกอัลกอริธึมให้ตรวจจับการฉ้อโกงอย่างต่อเนื่อง เพื่อคาดการร์และตรวจจับรูปแบบที่ผิดปกติ พร้อมทั้งเรียนรู้ที่จะจดจำรูปแบบอาชญากรรมใหม่ ๆ
เทคโนโลยีกับกระบวนการทางกฎหมายและการเข้าถึงความยุติธรรม
หนึ่งในประโยชน์สำคัญของเทคโนโลยีต่อภาคกฎหมายคือการเพิ่มประสิทธิภาพ กระบวนการทางกฎหมายมักซับซ้อนและใช้เวลามาก เนื่องจากเอกสารจำนวนมากและกระบวนการซับซ้อน เครื่องมือที่ขับเคลื่อนด้วย AI สามารถทำงานที่ต้องทำเป็นปกติ เช่นการทบทวนเอกสาร การวิจัยกฎหมาย และการจัดการคดีได้โดยอัตโนมัติ ตัวอย่างเช่น Natural Language Processing (NLP) หรือเทคโนโลยีประมวลผลภาษาธรรมชาติ ที่สามารถวิเคราะห์เอกสารทางกฎหมายอย่างรวดเร็วและดึงข้อมูลสำคัญออกมา ลดเวลาที่ต้องใช้ในการทำงานเหล่านี้อย่างมาก
นอกจากนี้ AI ยังสามารถเพิ่มการเข้าถึงความยุติธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับประชากรที่ด้อยโอกาสหรือกลุ่มเปราะบาง แชทบอทและผู้ช่วยเสมือนที่ขับเคลื่อนด้วย AI สามารถให้คำแนะนำและข้อมูลทางกฎหมายเบื้องต้น ช่วยให้บุคคลเข้าใจสิทธิของตนและดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายได้ นี่เป็นประโยชน์อย่างมากในภูมิภาคที่มีการเข้าถึงบริการทางกฎหมายจำกัด เพื่อให้คนมากขึ้นได้รับความช่วยเหลือทางกฎหมายที่ทันเวลาและแม่นยำ
เทคโนโลยีกับการวิเคราะห์แบบพยากรณ์และการตัดสินใจ
ความสามารถในการวิเคราะห์แบบพยากรณ์ (predictive analytics ) ของ AI มีศักยภาพสำคัญในการตัดสินทางกฎหมาย โดยการวิเคราะห์ข้อมูลคดีย้อนหลัง AI สามารถระบุรูปแบบและทำนายผลลัพธ์ของคดีปัจจุบันได้ ซึ่งจะช่วยผู้พิพากษาและทนายในการตัดสินใจ ซึ่งอาจนำไปสู่การตัดสินที่สม่ำเสมอและยุติธรรมมากขึ้น ตัวอย่างเช่น เครื่องมือ AI สามารถทำนายอัตราการกระทำผิดซ้ำ ซึ่งช่วยในการตัดสินใจให้ประกันตัวและการตัดสินโทษโดยให้ข้อมูลเชิงลึกที่ใช้ข้อมูลเป็นพื้นฐานเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการกระทำผิดซ้ำ
ตัวอย่างในสหรัฐอเมริกา ระบบ COMPAS (Correctional Offender Management Profiling for Alternative Sanctions) ถูกใช้เพื่อประเมินความเสี่ยงในการกระทำผิดซ้ำ อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อวิจารณ์ว่าระบบดังกล่าวอาจมีอคติทางเชื้อชาติ โดยงานวิจัยแสดงให้เห็นว่า COMPAS อาจประเมินความเสี่ยงในการ กระทำผิดซ้ำของจำเลยผิวดำเกินจริงเมื่อเทียบกับจำเลยผิวขาว ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการจัดการกับอคติในระบบ AI
ในอีกตัวอย่างหนึ่ง ระบบ JADES (Judicial Analytics and Decision Support) ที่ใช้ในประเทศจีนใช้ เป็น AI เพื่อทำนายผลลัพธ์ของคดีและแนะนำการตัดสินโทษตามฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของคดีก่อนหน้า ระบบนี้มุ่งเน้นการมาตรฐานการตัดสินและลดความแตกต่าง รายงานเบื้องต้นพบว่า JADES มีส่วนช่วยให้การตัดสินโทษมีความสม่ำเสมอมากขึ้นและปรับปรุงประสิทธิภาพการตัดสินคดี
ความท้าทายและประเด็นด้านจริยธรรม
การนำเทคโนโลยีและ AI เข้ามาใช้กับกระบวนการยุติธรรมก่อให้เกิดความกังวลทางจริยธรรมและกฎหมายหลายประการ หนึ่งในประเด็นหลักคือความเป็นไปได้ที่จะเกิดอคติ ระบบ AI ที่ประมวลผลจากข้อมูลที่อาจมีอคติสามารถนำไปสู่การเลือกปฏิบัติโดยไม่ตั้งใจ ตัวอย่างเช่น อัลกอริธึม AI ที่ใช้พยากรณ์อาชญากรรมถูกวิจารณ์ว่ามุ่งเป้าไปที่ชนกลุ่มน้อยอย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งสะท้อนและขยายอคติทางสังคมที่มีอยู่ยิ่งขึ้นไปอีก
ดังนั้น เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้จึงจำเป็นต้องมีกฎระเบียบและแนวทางปฏิบัติทางจริยธรรม (ethical guidelines and regulatory frameworks) ที่เข้มงวดในการใช้ AI ในบริบททางกฎหมาย ความโปร่งใสในกระบวนการตัดสินใจของ AI เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้าใจว่าการตัดสินใจเกิดขึ้นอย่างไรและสามารถท้าทายได้หากจำเป็น นอกจากนี้ควรเน้นการพัฒนาชุดข้อมูลที่ไม่มีอคติและผสานมุมมองที่หลากหลายในการออกแบบระบบ AI
อนาคตของเทคโนโลยีในระบบกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม
บทบาทของ AI ในระบบกฎหมายมีแนวโน้มที่จะขยายตัวจากการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือระหว่างบริษัทเทคโนโลยี ผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมาย และผู้กำหนดนโยบายจะเป็นสิ่งสำคัญในการใช้ประโยชน์จากศักยภาพของ AI พร้อมไปกับการป้องกันจากความเสี่ยงต่างๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการวิจัยอย่างต่อเนื่องในการปรับปรุงอัลกอริธึม AI การจัดการอคติ และการทำให้มั่นใจว่าแอปพลิเคชัน AI สอดคล้องกับหลักการทางกฎหมายพื้นฐานและสิทธิมนุษยชน
ศักยภาพของ AI ในการเปลี่ยนแปลงระบบยุติธรรมมีมากมาย ทั้งช่วยขับเคลื่อนงานที่ทำเป็นประจำให้เป็นไปโดยอัตโนมัติ การให้ข้อมูลเชิงลึกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล และการส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางกฎหมาย AI สามารถมีส่วนช่วยให้ระบบกฎหมายมีประสิทธิภาพ ยุติธรรม และเข้าถึงได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ศักยภาพเช่นนี้ต้องการการปรับสมดุลระหว่างนวัตกรรมและความรับผิดชอบทางจริยธรรม จำเป็นต้องมีความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และการมีส่วนร่วมเพื่อให้แน่ใจว่า AI สามารถให้บริการเพื่อส่งเสริมความยุติธรรมและหลักนิติธรรมได้อย่างแท้จริง
เทคโนโลยีมีศักยภาพอย่างมหาศาลในการนำมาใช้เพื่อประโยชน์ทางสังคมและการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) แม้การนำมาใช้จะช่วยแก้ไขปัญหาของสังคมในหลายมิติ รวมถึงความยุติธรรม แต่การใช้งานเทคโนโลยีก็ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน เช่น สิทธิในการแสดงความคิดเห็นอย่างเสรี สิทธิในความเป็นส่วนตัว การคุ้มครองข้อมูล และการไม่เลือกปฏิบัติ เทคโนโลยีที่ใช้ AI มอบโอกาสที่สำคัญ แต่จำเป็นต้องนำมาใช้อย่างระมัดระวังและต้องพัฒนาเทคโนโลยีเหล่านั้นให้ก้าวไปพร้อมกับการเคารพต่อบรรทัดฐาน จริยธรรม และสิทธิมนุษยชน เพื่อเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคต ที่ทำให้เราสามารถใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการยุติธรรมในขณะที่ยังคงรักษาคุณค่าหลักของความยุติธรรมและความเท่าเทียมที่เป็นฐานของหลักนิติธรรม และนำไปสู้สังคมที่ยุติธรรมและเท่าเทียมมากขึ้น
สถาบัน TIJ เอง ก็มีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้นำในการผนวกเทคโนโลยีกับหลักนิติธรรมในเวทีต่างๆ ส่งเสริมความยุติธรรมและหลักนิติธรรมผ่านนวัตกรรมและการเผยแพร่ความรู้ ตัวอย่างเช่น โครงการ chatbot ต่างๆ ที่นำมาช่วยกลุ่มที่มีความเปราะบางทางสังคมได้เข้าถึงความยุติธรรมและได้รับการคุ้มครองอย่างทันถ่วงที และมีการพัฒนาการศึกษาวิจัยเพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ สนับสนุนความร่วมมือของหลากหลายภาคส่วน มาร่วมกันทำงานเพื่อยกระดับความยุติธรรมต่อไป
#artificialintelligence #AI #technology #justice #criminaljustice #SDGs
อ้างอิง:
Christopher Rigano (2018) Using Artificial Intelligence to Address Criminal Justice Needs
https://nij.ojp.gov/topics/articles/using-artificial-intelligence-address-criminal-justice-needs
AI and the Rule of Law: Capacity Building for Judicial Systems
https://www.unesco.org/en/artificial-intelligence/rule-law/mooc-judges
Eckard Schindler (2024) Judicial systems are turning to AI to help manage vast quantities of data and expedite case resolution
https://www.ibm.com/blog/judicial-systems-are-turning-to-ai-to-help-manage-its-vast-quantities-of-data-and-expedite-case-resolution/
Judicial Integrity Network ASEAN (2021) Emerging Technologies and Judicial Integrity in ASEAN
https://www.undp.org/sites/g/files/zskgke326/files/2022-03/UNDP-RBAP-Emerging-Technologies-and-Judicial-Integrity-in-ASEAN-2021.pdf
Alita Sharon (2019) How Thailand is using open data and AI in its justice system
https://opengovasia.com/2019/01/02/how-thailand-is-using-open-data-and-ai-in-its-justice-system/
TIJ Addressed Transparency Embracing Open Data and AI for Participatory Justice (2018)
https://www.tijthailand.org/en/highlight/detail/detail/7
The Impact of AI on the Legal Sector
https://thailawonline.com/ai-on-the-legal-sector/
https://www.americanbar.org/groups/leadership/office_of_the_president/artificial-intelligence/access-to-justice/
https://www.coe.int/en/web/artificial-intelligence/justice