ชื่อ นางปนัดดา นามสกุล เนินนิล
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ
สถานศึกษา โรงเรียนท่าบ่อ
สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาหนองคาย
รับเงินเดือนในอันดับ คศ ๓
อัตราเงินเดือน ๕๒,๙๑๐ บาท
ประเภทห้องเรียนที่จัดการเรียนรู้ ห้องเรียนวิชาสามัญหรือวิชาพื้นฐาน
ข้าพเจ้าขอแสดงเจตจำนงในการจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางานตำแห่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ ซึ่งเป็นตำแหน่งและวิทยฐานะที่ดำรงอยู่ในปัจจุบันกับผู้อำนวยการสถานศึกษา ไว้ดังต่อไปนี้
๑. ภาระงาน จะมีภาระงานเป็นไปตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด
๑.๑ ชั่วโมงตามตาราง รวมจำนวน ๒๑ ชั่วโมง/สักดาห์ ดังนี้
กลุ่มสาระการเรียน/รายวิชา คณิตศาสตร์พื้นฐาน จำนวน ๖ ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียน/รายวิชา คณิตศาสตร์เพิ่มเติม จำนวน ๙ ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียน/รายวิชา คณิตศาสตร์กับการแก้ปัญหา ม.๕ จำนวน ๒ ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียน/รายวิชา คณิตศาสตร์กับการแก้ปัญหา ม.๖ จำนวน ๒ ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียน/รายวิชา ชุมนุมวิชาการ จำนวน ๑ ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียน/รายวิชา กิจกรรมโฮมรูม จำนวน ๑ ชั่วโมง/สัปดาห์
๑.๒ งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ รวมจำนวน ๓ ชั่วโมง/สัปดาห์
๑.๒.๑ การพัฒนาหลักสูตรและฝึกอบรม จำนวน ๑ ชั่วโมง/สัปดาห์
๑.๒.๒ การเตรียมการออกแบบการจัดการเรียนรู้ จำนวน ๑ ชั่วโมง/สัปดาห์
๑.๒.๓ การมีส่วนร่วมในชุมนุมการเรียนรู้ทางวิชาการ (PLC) จำนวน ๑ ชั่วโมง/สัปดาห์
๑.๓ งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา รวมจำนวน ๒ ชั่วโมง/สัปดาห์ ดังนี้
๑.๓.๑ งานบริหารงานวิชาการ จำนวน ๒ ชั่วโมง/สัปดาห์
๑.๓.๒ งานบริหารงานงบประมาณ จำนวน - ชั่วโมง/สัปดาห์
๑.๓.๓ งานบริหารงานบุคคล จำนวน - ชั่วโมง/สัปดาห์
๑.๓.๔ งานบริหารงานทั่วไป จำนวน - ชั่วโมง/สัปดาห์
๑.๔ งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น จำนวน - ชั่วโมง/สัปดาห์
หมายถึง งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้นของรัฐบาล กระทรวงศึกษาธิการและส่วนราชการต้นสังกัด(สพฐ)
๒. งานที่ปฏิบัติตามมาตรฐานตำแหน่งครู
ส่วนที่ ๒ ข้อตกลงในการพัฒนางานที่เป็นประเด็นท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน
ประเด็นที่ท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนของผู้เรียนของผู้จัดทำข้อตกลง ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ ต้องแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังของวิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ คือ การริเริ่ม พัฒนา การจัดการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น (ทั้งนี้ ประเด็นท้าทายอาจจะแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังในวิทยฐานะที่สูงกว่าได้)
ประเด็นท้าทาย เรื่อง การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
๑. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
นักเรียนขาดทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์โดยเฉพาะการแก้ปัญหา โดยผู้เรียนยังไม่สามารถคิดวิเคราะห์ปัญหา ไม่สามารถแก้โจทย์ปัญหาได้ จึงส่งผลให้ผู้เกรียน ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ประกอบกับข้อมูล ได้จากการตรวจแบบฝึกหัด ส่วนการวัดผลในระดับชั้นเรียนพบว่า คะแนนจากการทำแบบทดสอบวัดผลช่วงระหว่างเรียน กลางภาคเรียน หรือปลายภาคเรียน ข้อสอบในส่วนของอัตนัยของหัวข้อการแก้โจทย์ปัญหา นักเรียนจะทำคะแนนได้น้อยและนักเรียนส่วนใหญ่ไม่ได้ทำเลย ส่วนด้านการจัดการเรียนการสอนของผู้สอนนั้น กระบวนการจัดการเรียนการสอนผู้สอนควรมุ่งพัฒนาการเรียนการสอนเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ มากว่าสอนที่เน้นเพียงสาระเนื้อหา เพราะการจัดการเรียนรู้แบบท่องจำจะเกิดการเรียนรู้ที่ไม่คงทนต่างกับการเรียนรู้ที่เกิดจากความรู้ความเข้าใจ
๒. วิธีการดำเนินการให้บรรลุ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ดำเนินการโดยใช้กระบวนการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) โดยแบ่งขั้นตอนการวิจัยเป็น 3 ระยะ ดังนี้
ระยะที่ 1 การศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการในการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
ระยะที่ 2 การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
1) การสังเคราะห์ร่างรูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์
2) การตรวจสอบร่างรูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์
3) การสร้างเครื่องมือประกอบรูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์
4) การทดลองใช้และปรับปรุงแก้ไขรูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์
ระยะที่ 3 การศึกษาผลการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
1) การวิเคราะห์หาประสิทธิภาพด้านกระบวนการและผลลัพธ์ของรูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
2) การวิเคราะห์เปรียบเทียบ ความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบที่พัฒนาขึ้น ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน
3) การศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์
๓. ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
๓.๑ เชิงปริมาณ นักเรียนร้อยละ 70 มีความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ และผลสัมฤทธิ์ทาง
การเรียนของนักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบที่พัฒนาขึ้น หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
๓.๒ เชิงคุณภาพ ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมความสามารถ
ในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ อยู่ในระดับมาก
ลงชื่อ........................................................................
(นางปนัดดา เนินนิล)
ตำแหน่ง ครู
ผู้จัดทำข้อตกลงในการพัฒนางาน
....................../.................../...................