ชื่อ นางสุจิตรา นามสกุล วงศ์รัตน์
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ชำนาญการพิเศษ
สถานศึกษา โรงเรียนท่าบ่อ
สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาหนองคาย
รับเงินเดือนในอันดับ คศ 3
อัตราเงินเดือน 44,920 บาท
ประเภทห้องเรียนที่จัดการเรียนรู้ ห้องเรียนวิชาสามัญหรือวิชาพื้นฐาน
ข้าพเจ้าขอแสดงเจตจำนงในการจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางานตำแห่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ ซึ่งเป็นตำแหน่งและวิทยฐานะที่ดำรงอยู่ในปัจจุบันกับผู้อำนวยการสถานศึกษา ไว้ดังต่อไปนี้
๑. ภาระงาน จะมีภาระงานเป็นไปตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด
๑.๑ ชั่วโมงตามตาราง รวมจำนวน ๒๔ ชั่วโมง/สักดาห์ ดังนี้
กลุ่มสาระการเรียน/รายวิชา วิทยาศาสตร์ 3 จำนวน ๒๑ ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียน/รายวิชา ชุมนุมวิชาการ จำนวน ๑ ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียน/รายวิชา กิจกรรมยุวกาชาด จำนวน ๑ ชั่วโมง/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียน/รายวิชา โรงเรียนสุจริต จำนวน ๑ ชั่วโมง/สัปดาห์
๑.๒ งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ รวมจำนวน ๓ ชั่วโมง/สัปดาห์
๑.๒.๑ การพัฒนาหลักสูตรและฝึกอบรม จำนวน ๑ ชั่วโมง/สัปดาห์
๑.๒.๒ การเตรียมการออกแบบการจัดการเรียนรู้ จำนวน ๑ ชั่วโมง/สัปดาห์
๑.๒.๓ การมีส่วนร่วมในชุมนุมการเรียนรู้ทางวิชาการ (PLC) จำนวน ๑ ชั่วโมง/สัปดาห์
๑.๓ งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา รวมจำนวน ๕ ชั่วโมง/สัปดาห์ ดังนี้
๑.๓.๑ งานบริหารงานวิชาการ จำนวน ๑ ชั่วโมง/สัปดาห์
๑.๓.๒ งานบริหารงานงบประมาณ จำนวน ๒ ชั่วโมง/สัปดาห์
๑.๓.๓ งานบริหารงานบุคคล จำนวน ๑ ชั่วโมง/สัปดาห์
๑.๓.๔ งานบริหารงานทั่วไป จำนวน ๑ ชั่วโมง/สัปดาห์
๑.๔ งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น จำนวน ๑ ชั่วโมง/สัปดาห์
หมายถึง งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้นของรัฐบาล กระทรวงศึกษาธิการและส่วนราชการต้นสังกัด(สพฐ)
๒. งานที่ปฏิบัติตามมาตรฐานตำแหน่งครู
ส่วนที่ ๒ ข้อตกลงในการพัฒนางานที่เป็นประเด็นท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน
ประเด็นที่ท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนของผู้เรียนของผู้จัดทำข้อตกลง ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ ต้องแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังของวิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ คือ การริเริ่ม พัฒนา การจัดการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปใยทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น (ทั้งนี้ ประเด็นท้าทายอาจจะแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังในวิทยฐานะที่สูงกว่าได้)
ประเด็นท้าทาย เรื่อง การพัฒนาทักษะในการคิด การแก้ปัญหา ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
๑. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
แผนพัฒนาเศณษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ ๒๒ พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๖๒ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเด็กวัยเรียนและวัยรุ่นให้มีทักษะการคิดอย่างเป็นระบบ มีความคิดสร้างสรรค์มีทักษะในการทำงานและการใช้ชีวิตพร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงาน ครูผู้สอนจึงมีบทบาทสำคัญในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้เหล่านี้
เข้าด้วยกันได้ สามารถประยุกต์ความรู้และทักษะเหล่านี้เพื่อนำไปใช้ในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นนวัตกรรมการเรียนการสอนแบบหนึ่งในการผลิตคนแนวใหม่
ให้พร้อมที่จะรับความเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคต ในด้านเศรษฐกิจ วัฒนธรรม สังคม และเทคโนโลยี
จากสภาพที่ผ่านมาทำให้ผู้วิจัยสนใจที่จพนำการจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการสะเต็มศึกษาร่วมกับวัฏจักรความรู้ของคอร์ปซึ่งเป็นรูปแบบการสอนที่จะช่วยให้ผู้เรียนมีความสามารถและส่งเสริมให้นักเรียนมีทักษะกระบวนการแก้ปัญหาผู้เรียนได้พัฒนาทักษะในการคิด การแก้ปัญหา และสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้เพื่อตัดสินใจ แก้ปัญหาต่างๆ ได้อย่างมีหลักการและเหตุผล ซึ่งยุทธวิธีในการฝึกให้บุคคลเกิดลักษณะนิสัยต่างๆ ดังกล่าวมาข้างต้นจำเป็นต้องคำนึงถึงองค์ประกอบด้านทักษะในการคิด ความรู้สึก การแก้ปัญหา การลงมือปฏิบัติ รวมทั้งลักษณะนิสัยที่ดีพร้อมในด้านต่างๆ ของผู้เรียน ซึ่งส่งผลให้เด็กเกิดความพร้อมในการเรียนรุู้และสามารถแสดงออกมาได้ในทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ตามรูปแบบบูรณาการสะเต็มศึกษาเป็นกระบวนการในการแก้ปัญหา การตัดสินอย่างเป็นระบบ หากนำมาใช้ในการเรียนการสอนจะช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างเป็นระบบซึ่งสามารถส่งผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้สูงขึ้น ตลอดจนสามารถนำไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวันเพื่อพัฒนาตนเอง สังคม และประเทศชาติต่อไป
๒. วิธีการดำเนินการให้บรรลุ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการใช้กระบวนการการจัดการเรียนรู้ที่ส่งผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสามารถในการแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ในวิชาวิทยาศาสตร์ 4 เรื่องโลก
และการเปลี่ยนแปลง โดยใช้แนวคิดในการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการสะเต็มศึกษาร่วมกับวัฏจักรการเรียนรู้ของคอร์ป ในการดำเนินการทดลองวิจัยรูปแบบที่ใช้ในการทดลองครั้งนี้คือ (The One-Group Pretest -Posttest Design) และเก็บรวบรวมข้อมูลปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับกลุ่มตัวอย่างที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา
ร่วมกับวัฏจักรการเรียนรู้ของคอร์ป โดยใช้เวลาในการจัดการเรียนรู้ 14 คาบเรียน แบ่งเป็น ทำการจัดการเรียนรู้ 10 คาบเรียน ทดสอบก่อนและหลังการจัดการจัดการเรียนรู้
อย่างละ 2 คาบเรียน จากนั้นนำข้อมูลทดสอบก่อนและหลังการเรียนรู้มาทดสอบเปรียบเทียบผล ตีความผลการวิจัยที่เกิดขึ้น
๓. ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
๓.๑ เชิงปริมาณ
ผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 4 ห้อง ได้รับการแก้ปัญหาด้านทักษะการคิด วิเคราะห์โดยใช้กิจกรรมการจัดการเรียนรู้บูรณาการสะเต็มศึกษาร่วมกับวัฏจักรการเรียนรู้ของคอร์ป ในรายวิชาวิทยาศาสตร์ 4 (ว22102)
๓.๒ เชิงคุณภาพ
ผลการวิจัยในครั้งนี้นักเรียนจะได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรมการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการสะเต็มศึกษาร่วมกับวัฏจักรการเรียนรู้ของคอร์ปและยังเป็นแนวทางให้แก่
ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและกลุ่มสาระอื่นๆ ในการออกแบบและพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อมุ่งพัฒนาให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์และความสามารถในการคิดแก้ปัญหาทางด้านวิทยาศาสตร์เพิ่มขึ้น สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้เพื่อพัฒนาตนเองและส่งเสริมผู้เรียนตามแนวทางการปฏิรูปการศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
ลงชื่อ........................................................................
(นางสุจิตรา วงศ์รัตน์)
ตำแหน่ง ครู
ผู้จัดทำข้อตกลงในการพัฒนางาน
.....1...../....ตุลาคม..../.....2564......