ชื่อ นางสาวชินมนา นามสกุล อินทรักษา
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ
สถานศึกษา โรงเรียนท่าบ่อ
สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาหนองคาย
รับเงินเดือนในอันดับ คศ 3
อัตราเงินเดือน xx,xxx บาท
ประเภทห้องเรียนที่จัดการเรียนรู้ ห้องเรียนวิชาสามัญหรือวิชาพื้นฐาน
ข้าพเจ้าขอแสดงเจตจำนงในการจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางานตำแห่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ ซึ่งเป็นตำแหน่งและวิทยฐานะที่ดำรงอยู่ในปัจจุบันกับผู้อำนวยการสถานศึกษา ไว้ดังต่อไปนี้
1. ภาระงาน จะมีภาระงานเป็นไปตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด
ภาคเรียนที่ 1/2565
1.1 ชั่วโมงตามตาราง รวมจำนวน 23.33 ชั่วโมง/สัปดาห์ ดังนี้
กลุ่มสาระการเรียน/รายวิชา ภาษาอังกฤษพื้นฐาน จำนวน 12 คาบ/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียน/รายวิชา ภาษาอังกฤษฟังพูด จำนวน 6 คาบ/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียน/รายวิชา การแปล จำนวน 4 คาบ/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียน/รายวิชา ภาษาอังกฤษเพื่อการท่องเที่ยว จำนวน 2 คาบ/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียน/รายวิชา กิจกรรมเนตรนารี จำนวน 1 คาบ/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียน/รายวิชา ชุมนุม Harry Potter กับศิลอาถรรพ์ จำนวน 1 คาบ/สัปดาห์
1.2 งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ รวมจำนวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.2.1 การพัฒนาหลักสูตรและฝึกอบรม จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.2.2 การเตรียมการออกแบบการจัดการเรียนรู้ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.2.3 การมีส่วนร่วมในชุมนุมการเรียนรู้ทางวิชาการ (PLC) จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.3 งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา รวมจำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์ ดังนี้
1.3.1 งานบริหารงานวิชาการ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.3.2 งานบริหารงานบุคคล จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.4 งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
หมายถึง งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้นของรัฐบาล กระทรวงศึกษาธิการและส่วนราชการต้นสังกัด(สพฐ)
2. งานที่ปฏิบัติตามมาตรฐานตำแหน่งครู
ส่วนที่ 2 ข้อตกลงในการพัฒนางานที่เป็นประเด็นท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน
ประเด็นที่ท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนของผู้เรียนของผู้จัดทำข้อตกลง ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ ต้องแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังของวิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ คือ การริเริ่ม พัฒนา การจัดการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปใยทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น (ทั้งนี้ ประเด็นท้าทายอาจจะแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังในวิทยฐานะที่สูงกว่าได้)
ประเด็นท้าทาย เรื่อง การพัฒนาทักษะเขียนภาษาอังกฤษ เรื่อง my profile รายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบ AROMD Model
1. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
แม้หลักสูตรมีการกำหนดมาตรฐานการเรียนรู้ทักษะภาษาอังกฤษของนักเรียนไว้อย่างชัดเจน แต่กระบวนทัศน์ในการจัดการเรียนรู้เพื่อให้เกิดการพัฒนาทักษะทั้งการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน ภายใต้บริบทที่ครูต้องรับผิดชอบภาระงานที่มากมาย ทำให้การเรียนการสอนวิชาภาษาอังกฤษของนักเรียนไม่ประสบผลสำเร็จตามคุณภาพผู้เรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย แันปัญาเรื้อรังมายาวนาน
การกำจัดสิ่งซึ่งเหนี่ยวรั้งการพัฒนาทักษะด้านกลไกการเรียนรู้จึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อสร้างจุดแข็งตามจุดประสงค์ที่ครูผู้สอนออกแบบไว้และให้นักเรียนสามารถสังเคราะห์ขั้นตอนการเรียนรู้อันเป็นสิ่งสำคัญสำหรับกระบวนการสร้างความรู้ในตัวนักเรียน
ทักษะการเขียนภาษาอังกฤษมักจะเป็นทักษะลำดับสุดท้ายที่ครูจะนำมาพิจารณาใช้ออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้สำหรับนักเรียน ซึ่งจากการศึกษาและสังเกตกระบวนการจัดเรียงลำดับองค์ความรู้ พร้อมทั้งศึกษาหลักการและทฤษฎีที่มีผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติได้ศึกษาและให้ความเห็นไว้ต่างๆ นานา เกิดข้อโต้แย้งบางประการที่เป็นข้อค้นพบในบริบทนักเรียนที่เป็นผู้เรียนมีภาษาแม่ (mother toungue) เป็นภาษาอีสาน (Esaan Language) ซึ่งเป็นภาษาถิ่น (dialect) ในบริบทอำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย ประเภทหนึ่งที่มีสำเนียงการออกเสียง การถ่ายทอดลีลาภาษา และกระบวนการคิดของคนพื้นถิ่นในแต่ละตำบลแตกต่างกัน ซึ่งนั่นย่อมส่งผลต่อการออกเสียง การกลื่นเสียงบางเสียงในภาษาอังกฤษหลุดหายไป กระบวนการคิดเลือกสรรถ้อยคำที่จะถ่ายทอดเพื่อให้การสื่อสารทั้งการพูดและการเขียนสัมฤทธิ์ผล อาจมีความซับซ้อนหลายด้านมากกว่านักเรียนที่ใช้ภาษากลางในการสื่อสารซึ่งกระบวนการถ่ายโอนความหมายของภาษาอังกฤษจะทะลุผ่านม่านทางภาษาแค่ชั้นเดียว
ข้าพเจ้าในฐานะของผู้สอนได้ข้อค้นพบบางประเด็นที่น่าสนใจ ซึ่งเป็นข้อโต้แย้งบางประการเกี่ยวกับแนวทางการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษของนักเรียนซึ่งโดยหลักการมักจะเริ่มจาก การฟัง การพูด การอ่านและการเขียน จากการทดลองนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เป็นเวลา 5 ปี ซึ่งพบว่า ก่อนที่นักเรียนจะฟังคำหรือข้อความจากเจ้าของภาษาได้เข้าใจ มักจะต้องมาจากการอ่านออกเสียงคำนั้นให้ได้ก่อน คุ้นเคยหรือได้ยินมาก่อนจึงจะฟังเสียงที่ออกโดยเจ้าของภาษาได้ถูกต้อง จากนั้นเริ่มเข้าสู่การอ่านเพื่อความเข้าใจในบทความนั้นๆก่อน ศึกษาโครงสร้างอค์ประกอบของบทอ่านนั้นๆอย่างเข้าใจท่องแท้ (comprehension) ถึงจะสามารถเรียงเรียงเป็นงานเขียนที่ถูกต้อง และนำบทความที่เขียนไปใช้ฝึกพูด จนเกิดการจดจำข้อมูลจึงจะสามารถนำกลับมาเขียนข้อมูลของตนเองได้
ข้อค้นพบดังกล่าวจึงเป็นแรงบันดาลใจให้ข้าพเจ้าศึกษาและออกแบบขั้นตอนการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาการเขียนนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง ของนักเรียนให้สามารถบรรลุคุณภาพของผู้เรียน ตามมาตรฐานของหลักสูตรได้
2. วิธีการดำเนินการให้บรรลุ
2.1 ศึกษาสภาพปัญหาการจัดการเรียนการสอนทักษะเขียนภาษาอังกฤษ รายวิชาภาษาอังกฤษพิ้นฐาน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
2.2 วิเคราะห์หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุงพุทธศักราช 2560) และหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนท่าบ่อ ในเรื่องของ สาระการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัดและคุณภาพผู้เรียนเมื่อจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 รายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน
2.3 วิเคราะห์ตัวชี้วัดที่เป็นจุดอ่อนของนักเรียน ในรายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน และเนื้อหาที่นักเรียนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในชีวิตจริง จากหลักสูตร
2.4 ออกแบบคำอธิบายรายวิชาจากตัวชี้วัดตามมาตรฐานการเรียนรู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาของนักเรียน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยเลือกเป็นประเด็นท้าทาย คือ มาตรฐาน ต 1.3 นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ โดยการพูดและการเขียน ตัวชี้วัดที่ 1 พูดและเขียนนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง ประสบการณ์ ข่าว/เหตุการณ์ เรื่องและประเด็นต่างๆ ที่อยู่ในความสนใจของสังคม ซึ่งเริ่มแบ่งสัดส่วนการเขียนเฉพาะในส่วนของการเขียนนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง
2.5 ออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้ กำหนดหน่วยการเรียนรู้ กำหนดกิจกรรม เวลาการจัดการเรียนรู้ ใบความรู้ ใบกิจกรรม ใบงาน
2.6 นำแผนการเรียนรู้ไปใช้ในห้องเรียนและสังเกตการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นของผู้เรียนในแต่ละคาบเรียน
2.7 สรุปลำดับขั้นตอนที่สอนตามรูปแบบ AROMD Model เพื่อให้นักเรียนรวบรวมความรู้โดยการจัดเก็บความรู้ชัดแจ้งอย่างเป็นระบบ (combination) เพื่อให้ผู้เรียนบรรลุเป้าหมายในการเรียนเรื่องการเขียนนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง
2.8 นำข้อปรับปรุง การสะท้อนความคิดเห็นของนักเรียนและข้อค้นพบที่เกิดจากผลงานการเขียนภาษาอังกฤษเรื่อง my profile ตามรูปแบบ AROMD Model ของนักเรียนมาปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู้จากการสอนจริงตามบริบทขอนักเรียนแต่ละห้อง
2.9. นำแผนที่ได้รับการปรับปรุงและพัฒนาไปใช้ในการจัดการเรียนการสอน โดยปรับกิจกรรมให้เหมาะสมกับบริบท
2.10. บันทึกผลการเรียนรู้ของนักเรียนที่เกิดขึ้นจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้น
3. ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
3.1 เชิงปริมาณ นักเรียนชั้นมัธมศึกษาปีที่ 5 ปีการศึกษา 2565 จำนวน 6 ห้อง 190 ได้รับการสอนเขียนภาษาอังกฤษเรื่อง my profile โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบ AROMD Model และนักเรียนจำนวนร้อยละ 80 สามารถเขียนภาษาอังกฤษ เรื่อง my profile ได้
3.2 เชิงคุณภาพ นักเรียนชั้นมัธมศึกษาปีที่ 5 ปีการศึกษา 2565 จำนวน 6 ห้อง 190 ที่ได้รับการสอนเขียนภาษาอังกฤษเรื่อง my profile โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบ AROMD Model นักเรียนจำนวนร้อยละ 80 สามารถเขียนภาษาอังกฤษ เรื่อง my profile ได้ นอกจากนั้นนักเรียนร้อยละ 80 ยังสามารถต่อยอดการเรียนเรื่อง my profile สามารถออกแบบ และเขียนเรื่องราว avatar จากจินตนาการของตนเองแล้วนำเสนอเป็นภาษาอังกฤษได้
เชื่อได้ว่า การพัฒนาทักษะเขียนภาษาอังกฤษ เรื่อง my profile รายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบ AROMD Model สามารถทำให้นักเรียนเป็นผู้ที่มีคุณคุณภาพ ในด้านการขียนนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง ซึ่งสามารถเป็นฐานไปสู่การพัฒนาทักษะการพูดในด้านการสนทนาและเขียนโต้ตอบข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องต่างๆ ใกล้ตัว เมื่อจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ตามหลักสูตร
ลงชื่อ........................................................................
(นางสาวชินมนา อินทรักษา)
ตำแหน่ง ครู
ผู้จัดทำข้อตกลงในการพัฒนางาน
....................../.................../...................