ชื่อ นางอัจฉรา กองแก้ว
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ชำนาญการ
สถานศึกษา โรงเรียนท่าบ่อ
สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาหนองคาย
รับเงินเดือนในอันดับ คศ 2
ประเภทห้องเรียนที่จัดการเรียนรู้ ห้องเรียนวิชาสามัญหรือวิชาพื้นฐาน
ข้าพเจ้าขอแสดงเจตจำนงในการจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางาน
สำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่ง ครู ไว้ดังต่อไปนี้
1. ภาระงาน จะมีภาระงานเป็นไปตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด
1. ภาระงาน จะมีภาระงานเป็นไปตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด
1.1 ชั่วโมงสอนตามตารางสอน รวมจำนวน 20 ชั่วโมง 30 นาที/สัปดาห์
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
รายวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 12 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชาภาษาอังกฤษเพิ่มเติม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 4 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชาภาษาอังกฤษ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชา การป้องกันการทุจริต จำนวน 50 นาที/สัปดาห์
กิจกรรม ผู้บำเพ็ญประโยชน์ จำนวน 50 นาที/สัปดาห์
กิจกรรม ชุมนุมภาษาศาสตร์ จำนวน 50 นาที/สัปดาห์
1.2 งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 9 ชั่วโมง/สัปดาห์
งานสำนักงานฝ่ายบริหารงานบุคคล จำนวน 5 ชั่วโมง/สัปดาห์
งานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
เวรจุดเสี่ยงภายในโรงเรียน จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
เวรประจำวัน จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.3 งานสนองจุดเน้นของรัฐบาล สพฐ. หรือกระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
งานโรงเรียนสีขาว/โรงเรียนคุณธรรม/โรงเรียนสุจริต จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
2. งานที่ปฏิบัติตามมาตรฐานตำแหน่งครู
ส่วนที่ 2 ข้อตกลงในการพัฒนางานที่เป็นประเด็นท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน
ประเด็นที่ท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน ของผู้จัดทำข้อตกลง ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการ ต้องแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวัง คือ การแก้ไขปัญหา การจัดการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น (ทั้งนี้ ประเด็นท้าทายอาจจะแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังที่สูงกว่าได้)
ประเด็นท้าทาย เรื่อง การพัฒนาทักษะการอ่านออกเสียงคำศัพท์ภาษาอังกฤษโดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านออกเสียงแบบโฟนิกส์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
1. สภาพปัญหาของผู้เรียนและการจัดการเรียนรู้
การอ่านออกเสียงมีความสำคัญและเป็นทักษะที่จำเป็นในการเรียนรู้ เนื่องจากการอ่านเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน ยิ่งปัจจุบันเป็นยุคของ "ข่าวสารข้อมูล" การอ่านยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต และการอ่านออกเสียงควรเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวัน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องออกเสียงภาษาอังกฤษให้ถูกต้องเพื่อให้นักเรียนได้รับรู้ข่าวสารที่ถูกต้องเพื่อพัฒนาตนเองต่อไป
ในการจัดการเรียนรู้ทักษะการอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 พบว่าผู้เรียน มีผลสัมฤทธิ์ไม่ผ่านเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนดไว้ ร้อยละ 60 ในภาคปีการศึกษา 2567 และผู้เรียนยังไม่มีการเชื่อมโยงความรู้และประสบการณ์ที่ได้จากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ปรากฏการณ์ที่ความรู้ความเข้าใจไม่ชัดเจน กระบวนการเรียนรู้ ทักษะปฏิบัติที่เกี่ยวข้องไม่เพียงพอที่จะสะท้อนผลที่บรรลุตามตัวชี้วัดที่ระบุไว้ในหลักสูตรสถานศึกษากลุ่มสาระการเรียนรู้นี้
ดังนั้น ครูผู้สอนจึงจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางานประเด็นท้าท้าย การพัฒนาทักษะการอ่านออกเสียงคำศัพท์ภาษาอังกฤษโดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านออกเสียงแบบโฟนิกส์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยเน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมและมีปฏิสัมพันธ์กับกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติที่หลากหลายรูปแบบ (Active Learning)
2. วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
2.1 วิเคราะห์หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2561) และหลักสูตรสถานศึกษาของโรงเรียนท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2564 ในเรื่องของมาตรฐานการเรียน และตัวชี้วัดของเนื้อหา ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
2.2 ออกแบบหน่วยการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และแผนการจัดการเรียนรู้ที่ใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยเน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมและมีปฏิสัมพันธ์กับกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติที่หลากหลายรูปแบบ (Active Learning)
2.3 สร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) โดยเป็นผู้นำครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ และเข้าไปสังเกตการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องในเนื้อหา การจัดกิจกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม กิจกรรมในแนวการจัดการเรียนรู้เชิงรุก และสื่อที่หลากหลาย พร้อมทั้งเสนอแนะ และสะท้อนผลการจัดกิจกรรมเพื่อนำมาปรับปรุง แก้ไขให้พัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน ให้เหมาะสมกับบริบทของห้องเรียน ผู้เรียน และเป็นไปตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนดไว้
2.4 ครูผู้สอนนำกิจกรรมมาปรับปรุง แก้ไขตามคำแนะนำของคณะครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ของโรงเรียนท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย
2.5 ครูผู้สอนสร้างแบบทดสอบ แบบบันทึกการปฏิบัติกิจกรรม และเครื่องมือวัดและประเมินผลโดยตรวจสอบความเที่ยงตรงของแบบทดสอบด้วยค่าความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามกับวัตถุประสงค์ (IOC) ด้วยผู้เชี่ยวชาญ และปรับปรุงแก้ไขตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ
2.6 นำแบบทดสอบทดลองและกิจกรรมที่ออกแบบใช้กับผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่เคยเรียนเนื้อหา ในหน่วยการเรียนรู้อื่นๆ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ เพื่อปรับปรุงแบบทดสอบอีกครั้ง
2.7 จัดกิจกรรมการเรียนรู้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี่ที่ 4 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 ในรูปแบบ ONSITE โดยปรับกิจกรรมให้เหมาะสมกับบริบทของห้องเรียน ให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง ผ่านการศึกษาสถานการณ์หรือคลิปวีดิทัศน์ตัวอย่างที่เกี่ยวข้องกับการอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษโดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านออกเสียงแบบโฟนิกส์เพื่อให้นักเรียนได้สร้างความรู้ความเข้าใจ สร้างความรู้ด้วยตนเอง ปฏิสัมพันธ์กับกลุ่ม ฝึกปฏิบัติและผ่านกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย ตามรูปแบบการจัดการเรียนรู้ใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยโดยเน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมและมีปฏิสัมพันธ์กับกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติที่หลากหลายรูปแบบ (Active Learning)
2.8 บันทึกผลการเรียนรู้ของสรุปสารสนเทศของผู้เรียน แล้วแจ้งให้ผู้เรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ทราบ และได้รับการพัฒนาจนกว่าผู้เรียนจะผ่านเกณฑ์ที่กำหนด
2.9 สอบถามความพึงพอใจของนักเรียนและผู้ปกครองในการจัดการเรียนการสอนเพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้นกว่าเดิม
3. ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนในการอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษโดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านออกเสียงแบบโฟนิกส์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ผ่านเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนดไว้ ร้อยละ 60 โดยที่นักเรียนได้ผ่านกระบวนการเรียนรู้ รูปแบบการจัดการเรียนรู้ใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยเน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมและมีปฏิสัมพันธ์กับกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติที่หลากหลายรูปแบบ (Active Learning) ซึ่งเป็นแนวทางการจัดการเรียนรู้เชิงรุกที่นักเรียนได้ใช้กระบวนการคิด กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการกลุ่ม และพัฒนาสมรรถนะต่างที่เกี่ยวข้องดังนี้
สมรรถนะที่ 1 ความสามารถในการสื่อสาร
สมรรถนะที่ 2 ความสามารถในการคิด
สมรรถนะที่ 3 ความสามารถในการแก้ปัญหา
สมรรถนะที่ 4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
สมรรถนะที่ 5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
ครูสามารถประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนจากการทดสอบ การปฏิบัติจริง และผลงาน ที่สะท้อนว่านักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สูงขึ้นและสอดคล้องกับความคาดหวังทั้งความรู้ความเข้าใจ ความสามารถในการเรียนรู้ตามกิจกรรมที่กำหนด ทักษะกระบวนการทางภาษา และคุณลักษณะที่กำหนดขึ้น
3.1 เชิงปริมาณ
ผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 1 ห้อง ได้รับการพัฒนาทักษะการอ่านออกเสียงคำศัพท์ภาษาอังกฤษโดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านออกเสียงแบบโฟนิกส์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยเน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมและมีปฏิสัมพันธ์กับกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติที่หลากหลายรูปแบบ (Active Learning) ดังนี้
1) การทดสอบ ด้วยแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ การอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษ เรื่อง Consonant Clusters ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ของผู้เรียนทั้งหมด
2) การประเมินผลจากการร่วมกิจกรรม ในหน่วยย่อยทุกหน่วยที่เน้นการประเมินความสามารถ ทักษะปฏิบัติ ทักษะกระบวนการทางภาษา หน่วยการเรียนรู้ การอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษ เรื่อง Consonant Clusters ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 ไม่ต่ำกว่า ร้อยละ 60 ของผู้เรียนทั้งหมด
3) การประเมินชิ้นงาน/ผลงานที่หน่วยการเรียนรู้ การอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษ เรื่อง Consonant Clusters โดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านออกเสียงแบบโฟนิกส์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ของผู้เรียนทั้งหมด
4) ผู้เรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ได้รับการซ่อมเสริม และปรับปรุงผลการเรียนให้ดีขึ้นไม่ต่ำกว่าร้อยละ 100 ของผู้เรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์
5) การประเมินคุณลักษณะของผู้เรียน ที่สอดคล้องกับแผนการจัดการเรียนรู้ประจำหน่วย การเรียนรู้ การอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษ เรื่อง Consonant Clusters โดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านออกเสียงแบบโฟนิกส์ ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 ร้อยละ 100 ของผู้เรียนทั้งหมด/ทุกคน
6) การประเมินด้านอื่นๆ เช่น การประเมินการนำเสนอหน้าชั้น พฤติกรรม
3.2 เชิงคุณภาพ
ผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 1 ห้อง มีพัฒนาการในการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ การอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษ เรื่อง Consonant Clusters โดยการใช้แบบฝึกทักษะการอ่านออกเสียงแบบโฟนิกส์ โดยรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยเน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมและมีปฏิสัมพันธ์กับกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติที่หลากหลายรูปแบบ (Active Learning) โดยมีพฤติกรรม ใฝ่เรียนรู้ กระตือรือร้น กล้าแสดงออก มีความสามารถในการปฏิบัติงานร่วมกับเพื่อนในกลุ่ม ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น มีความสามารถในการนำเสนองาน มีทักษะการพูดการสื่อสารที่ชัดเจน มีระเบียบวินัย และมีความมั่นใจในการตอบคำถาม การปฏิบัติ และสามารถกำหนดทิศทางในการเรียนรู้ด้วยตนเองได้อย่างเหมาะสมตามวัย และสถานการณ์
นางอัจฉรา กองแก้ว
ตำแหน่ง ครู
ผู้จัดทำข้อตกลงในการพัฒนางาน
1 ตุลาคม 2567