แบบรายงานข้อตกลงในการพัฒนางานตามมาตรฐานตำแหน่ง
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ชำนาญการพิเศษ
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ชำนาญการพิเศษ
ชื่อ-สกุล : นางสุภาวดี ธาตุคำภู
ตำแหน่ง : ครู วิทยฐานะ ชำนาญการพิเศษ
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
โรงเรียนสตรีศึกษา จังหวัดร้อยเอ็ด
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาร้อยเอ็ด
สอนรายวิชาภาษาไทยระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
ครูที่ปรึกษานักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3/13
1.1 ชั่วโมงสอนตามตารางสอน รวมจำนวน 19 ชั่วโมง/สัปดาห์ดังนี้
รายวิชา ภาษาไทย ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 15 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชาหน้าที่พลเมือง / ต้านยาเสพติด ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/13 จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมยุวกาชาด ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/2 จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
. กิจกรรมชุมนุมวิชาการ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.2 งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 9 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.3 งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา จำนวน 4 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.4 งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น จำนวน 4 ชั่วโมง/สัปดาห์
รวมจำนวนชั่วโมง 36 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.1 ชั่วโมงสอนตามตารางสอน รวมจำนวน 18 ชั่วโมง/สัปดาห์ดังนี้
รายวิชา ภาษาไทย ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 15 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมโฮมรูม ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/13 จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมยุวกาชาด ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/2 จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
. กิจกรรมชุมนุมวิชาการ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.2 งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 9 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.3 งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา จำนวน 4 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.4 งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น จำนวน 4 ชั่วโมง/สัปดาห์
รวมจำนวนชั่วโมง 35 ชั่วโมง/สัปดาห์
ประเด็นท้าทาย พัฒนาการศึกษาไร้รอยต่อเพื่อทักษะการมีงานทำและอาชีพ โดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลผ่านสื่อออนไลน์
รายวิชา ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓/๑๓ โรงเรียนสตรีศึกษา สังกัด สพม.ร้อยเอ็ด
1.สภาพปัญหา
การอ่านเพื่อวิเคราะห์เป็นทักษะสำคัญของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 เพราะช่วยให้ผู้เรียนสามารถคิด วิเคราะห์ ตีความ และเชื่อมโยงข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ ได้ การพัฒนาทักษะดังกล่าวสอดคล้องกับแนวคิด การศึกษาไร้รอยต่อ (Seamless Education) ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปใช้ต่อยอดสู่การศึกษาและการประกอบอาชีพในอนาคต
จากการจัดการเรียนการสอนพบว่า นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ยังมีปัญหาในการอ่านเพื่อวิเคราะห์ เช่น การจับใจความสำคัญ การตีความ และการแสดงความคิดเห็นต่อบทอ่าน ดังนั้น ผู้วิจัยจึงได้พัฒนา แบบฝึกทักษะการอ่านเพื่อวิเคราะห์ เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนสามารถพัฒนาทักษะการอ่าน และเชื่อมโยงความรู้กับการเรียนต่อและการประกอบอาชีพได้
2. วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล ให้สอดคล้องมาตรฐานตำแหน่ง
๑. พัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ วิชาภาษาไทย เรื่อง การอ่านเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลผ่านสื่อออนไลน์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓/๑๓ โรงเรียนสตรีศึกษา โดยใช้กระนบวนการสร้างความคิดรวบยอด เสริมด้วยแบบฝึกทักษะ ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์๘๐/๘๐ S (Strategy+Sufficiency)
๒. เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียนและหลังเรียนวิชาภาษาไทย เรื่อง การอ่านเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลผ่านสื่อออนไลน์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓/๑๓ โรงเรียนสตรีศึกษา จังหวัดร้อยเอ็ด โดยใช้กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด เสริมด้วยแบบฝึกทักษะ T (Technology)
๓. ผู้เรียนและครูได้ร่วมกันประเมินผลการอ่านเพื่อวิเคราะห์พัฒนาทักษะการสื่อสารของผู้เรียน
ให้คำแนะนำชมเชย มีการศึกษาข้อมูลทบทวนผลการทำงาน R (Research+Review)
๓. ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
๓.๑. เชิงปริมาณ
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓/๑๓ จำนวน ๓๖ คน โรงเรียนสตรีศึกษา โดยใช้กระนบวนการสร้างความคิดรวบยอด เสริมด้วยแบบฝึกทักษะ
๓.๒. เชิงคุณภาพ
ผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ รายวิชาภาษาไทย จำนวน ๓๖ คน มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพใช้กระนบวนการสร้างความคิดรวบยอด เสริมด้วยแบบฝึกทักษะ ยึดหลักนวัตกรรมโรงเรียนสตรีศึกษา STR-GREAT Model ส่งเสริมคุณภาพการทำงานของครู ส่งผลต่อคุณภาพผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน