ชื่อ-สกุล นางสาวภัทรพร ดลเจือ
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ
กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์
โรงเรียนสตรีศึกษา จังหวัดร้อยเอ็ด
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาร้อยเอ็ด
สอนรายวิชา คณิตศาสตร์ ชั้นม.5
ครูที่ปรึกษานักเรียน ชั้นม.5/15
(Gifted Program)
1.1 ชั่วโมงสอนตามตารางสอน รวมจำนวน........19....ชั่วโมง/สัปดาห์ดังนี้
รายวิชา คณิตศาสตร์ ระดับชั้น ม.5 จำนวน.......12..... ชั่วโมง/สัปดาห์
ชั่วโมงโฮมรูม นักเรียนที่ปรึกษาชั้นม.5/15 จำนวน........1..... ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี ระดับชั้นม.2 จำนวน........1..... ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมชุมนุม "คณิตศาสตร์" จำนวน........1..... ชั่วโมง/สัปดาห์
โครงงานวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ จำนวน........2..... ชั่วโมง/สัปดาห์
PLC จำนวน........2..... ชั่วโมง/สัปดาห์
1.2 งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ จำนวน ....9..... ชั่วโมง/สัปดาห์
1.3 งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา จำนวน......4.......ชั่วโมง/สัปดาห์
1.4 งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น จำนวน........4.....ชั่วโมง/สัปดาห์
รวมจำนวนชั่วโมง 36 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.1 ชั่วโมงสอนตามตารางสอน รวมจำนวน........19....ชั่วโมง/สัปดาห์ดังนี้
รายวิชา คณิตศาสตร์ ระดับชั้น ม.5 จำนวน.......12..... ชั่วโมง/สัปดาห์
ชั่วโมงโฮมรูม นักเรียนที่ปรึกษาชั้นม.5/13 จำนวน........1..... ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี ระดับชั้นม.2 จำนวน........1..... ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมชุมนุม "คณิตศาสตร์" จำนวน........1..... ชั่วโมง/สัปดาห์
โครงงานวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ จำนวน........2..... ชั่วโมง/สัปดาห์
PLC จำนวน........2..... ชั่วโมง/สัปดาห์
1.2 งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ จำนวน ....9..... ชั่วโมง/สัปดาห์
1.3 งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา จำนวน......4.......ชั่วโมง/สัปดาห์
1.4 งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น จำนวน........4.....ชั่วโมง/สัปดาห์
รวมจำนวนชั่วโมง 36 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.1 สร้างและหรือพัฒนาหลักสูตร
ข้าพเจ้าดำเนินการวิเคราะห์หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ปรับปรุง ๒๕๖๐ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสตรีศึกษา สาระ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัดหรือผลการเรียนรู้ เพื่อจัดทำคำอธิบายรายวิชา ออกแบบหน่วยการเรียนรู้โดยคลอบคลุมเนื้อหาของหลักสูตร เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาสมรรถนะและการเรียนรู้เต็มศักยภาพ โดยมีการปรับประยุกต์ให้สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา ผู้เรียนและท้องถิ่นตามภาระงานสอนที่ได้รับมอบหมาย
1.2 การออกแบบการจัดการเรียนรู้
ข้าพเจ้าดำเนินการจัดทำและพัฒนาหน่วยการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ทักษะ คุณลักษณะประจำวิชา คุณลักษณะอันพึงประสงค์และสมรรถนะที่สำคัญ ตามหลักสูตร โดยมีการปรับประยุกต์ให้สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา ผู้เรียนและท้องถิ่น และสอดคล้องกับคำอธิบายรายวิชาธรรมชาติของสาระการเรียนรู้ เหมาะสมกับผู้เรียน บริบทของสถานศึกษาและท้องถิ่น ตามภาระงานสอนที่ได้รับมอบหมาย
1.3 จัดกิจกรรมการเรียนรู้
ข้าพเจ้ามีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ (Active Learning) ที่เน้นวิธีการปฏิบัติและมีความหลากหลาย สอดคล้องกับสาระ มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัดและจุดประสงค์การเรียนรู้ในแผนการจัดการเรียนรู้ มีการอำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ และส่งเสริมผู้เรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพ เรียนรู้และทำงานร่วมกัน โดยมีการปรับประยุกต์ให้สอดคล้องกับความแตกต่างของผู้เรียน
ทำการจัดการเรียนการสอนด้วยวิธีการแบบเปิด Open Approach
เเรงบันดาลใจ
ในการจัดการเรียนรู้ รายวิชาคณิตศาสตร์เพิ่มเติม ม.5
วิดิโอการสอนด้วยวิธีการแบบเปิด (Open Approach)
ผลลัพธ์ที่เกิดจากการจัดการเรียนรู้
สะท้อนผลการจัดการเรียนรู้
1.4 สร้างและหรือพัฒนาสื่อ นวัตกรรม เทคโนโลยี และแหล่งเรียนรู้
ข้าพเจ้าดำเนินการสร้างและพัฒนาสื่อการเรียนการสอนโดยใช้โปรแกรมสร้างงานนำเสนอข้อมูล (Microsoft PowerPoint) เพื่อใช้ประกอบการอธิบายเนื้อหาในการจัดการเรียนรู้ และทำให้ผู้เรียนมีทักษะ การคิดและสามารถสร้างนวัตกรรมได้ ตลอดจนนำเทคโนโลยีทางการศึกษามาใช้ในการจัดการเรียนการสอน โดยใช้ Google Sheet มาใช้ในการจัดการเรียนการสอน การส่งงาน การตรวจการบ้าน และการทำแบบทดสอบโดยนักเรียนสามารถเข้ามาดูงานผ่านระบบออนไลน์บนเว็บไซต์ หรือบนแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนได้ด้วยตนเอง โดยมุ่งหวังให้ผู้เรียนได้รับความรู้และวิธีการเรียนรู้ที่หลากหลาย และเกิดผลสัมฤทธิ์ตรงตามเป้าหมายของสถานศึกษาอย่างสูงสุด
สร้างเเละพัฒนาสื่อที่ใช้ในการจัดการเรียนการสอนรายวิชาคณิตศาสตร์
สร้างเเละพัฒนาสื่อ โดยคุณครูภัทรพร ดลเจือ
การอบรมเชิงปฏิบัติการการพัฒนาเเบบอย่างที่ดีเเละนวัตกรรมอย่างสร้างสรรค์สำหรับ
บุคลากรโรงเรียนสตรีศึกษา
1.5 วัดและประเมินผลการเรียนรู้
ข้าพเจ้าดำเนินการสร้างและพัฒนาเครื่องมือเพื่อใช้ในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้อย่างหลากหลายและครอบคลุมทั้งด้านพุทธิพิสัยหรือด้านความรู้ (K), ด้านทักษะ (P) และด้านเจตคติ (A) โดยใช้แบบทดสอบก่อนเรียน , แบบทดสอบหลังเรียน , แบบประเมินผลการปฏิบัติกิจกรรม และแบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สอดคล้องกับสาระ มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวขี้วัดหรือผลการเรียนรู้ และจุดประสงค์การเรียนรู้ ดำเนินการวัดปละประเมินผลการเรียนรู้ตามสภาพจริง เพื่อปรับปรุง พัฒนา ตัดสินผลการเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียนพัฒนาการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
แผนการจัดการเรียนรู้เเละบันทึกหลังแผน ที่มีวิธีการวัดเเละประเมินผลอย่างหลากหลาย
ปพ.5 ภาคเรียนที่ 2/2568
1.6 ศึกษา วิเคราะห์ และสังเคราะห์ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนา การเรียนรู้
ข้าพเจ้าได้ศึกษา วิเคราะห์ สังเคราะห์ ปัญหาที่เกิดจากการจัดการเรียนการสอน หรือการเรียนรู้ของผู้เรียนโดยใช้ระบบวิธีการวิจัยเพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ดำเนินการจัดทำงานวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน
จัดทำรายงานผลการวิเคราะห์ข้อสอบ
รายงานการวิจัยในชั้นเรียน
1.7 จัดบรรยากาศที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียน
ข้าพเจ้าได้ดำเนินการจัดสภาพแวดล้อม บรรยากาศในชั้นเรียนที่ส่งเสริมและเอื้อต่อการเรียนรู้ กระตุ้นความสนใจใฝ่รู้ ใฝ่ ศึกษา อบรมบ่มนิสัย เพื่อให้เกิดกระบวนการคิด ทักษะชีวิต ทักษะการทำงาน ทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม ทักษะด้านสารสนเทศ สื่อ และเทคโนโลยี ตลอดจนส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดกระบวนการคิด จากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ทักษะชีวิตจากการให้ผู้เรียนได้ลงมือคิด ดำเนินกิจกรรม และแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดทักษะและกระบวนการคิด ในการเรียนรู้อย่างสูงสุด
ทัศนศึกษา นักเรียนชั้น ม.5 ณ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
กิจกรรมค่ายคณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
ณ Parco Khaoyai
1.8 อบรมและพัฒนาคุณลักษณะที่ดีของผู้เรียน
ข้าพเจ้าปลูกฝังค่านิยม และคุณลักษณะที่ดี เหมาะสมกับผู้เรียนให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้เรียนมีค่านิยมที่ดีงาม และปลูกผังความเป็นประซาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตลอดจน การส่งเสริมและเป็นแบบอย่างให้ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมเนื่องในวันสำคัญต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับศาสนาที่ตนนับถือ สถาบันพระมหากษัตริย์ ทั้งที่โรงเรียนและขุมชนจัดขึ้น ตลอดจนสร้างแรงบันดาลใจและส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดความมั่นใจในการพัฒนาตนเองเต็มตามศักยภาพ เพื่อค้นหาความถนัดและความซอบของตน โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและความสุขของผู้เรียนเป็นสำคัญ
2.1 จัดทำข้อมูลสารสนเทศของผู้เรียนและรายวิชา
2.2 ดำเนินการตามระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน
2.3 ปฏิบัติงานวิชาการและงานอื่น ๆ ของสถานศึกษา
2.4 ประสานความร่วมมือกับผู้ปกครอง ภาคีเครือข่ายและหรือสถานประกอบการ
2.1 จัดทำข้อมูลสารสนเทศของผู้เรียนและรายวิชา
ข้าพเจ้ามีการจัดทำข้อมูลสารสนเทศของผู้เรียนและรายวิชา ให้เป็นปัจจุบันเพื่อใช้ในการส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในชั้นเรียน อาทิเช่น ข้อมูลการวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล ทะเบียนแสดงผลการเรียน อื่นๆเป็นต้น เพื่อใช้ในการส่งเสริมสนับสนุนการเรียนรู้ และพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
2.2 ดำเนินการตามระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน
ข้าพเจ้าดำเนินการดูแลช่วยเหลือผู้เรียนอย่างเป็นระบบ โดยประสานความร่วมมือกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาและแก้ปัญหาผู้เรียน รวบรวมข้อมูลจากแบบบันทึกข้อมูลผู้เรียนรายบุคคล วิเคราะห์ สังเคราะห์ ข้อมูลของผู้เรียน เพื่อแบ่งกลุ่มของผู้เรียน ประกอบด้วย กลุ่มปกติ เป็นกลุ่มที่ต้องส่งเสริม กลุ่มเสี่ยงเป็นกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวัง คือผู้เรียนที่ต้องกำกับ ดูแลพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด ตลอดจนออกเยี่ยมบ้านนักเรียน โดยเริ่มจากกลุ่มเสี่ยงก่อน เพื่อจัดทำและใช้สารสนเทศของผู้เรียนรายบุคคล
2.2 ดำเนินการตามระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน
ข้าพเจ้าดำเนินการดูแลช่วยเหลือผู้เรียนอย่างเป็นระบบ โดยประสานความร่วมมือกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาและแก้ปัญหาผู้เรียน รวบรวมข้อมูลจากแบบบันทึกข้อมูลผู้เรียนรายบุคคล วิเคราะห์ สังเคราะห์ ข้อมูลของผู้เรียน เพื่อแบ่งกลุ่มของผู้เรียน ประกอบด้วย กลุ่มปกติ เป็นกลุ่มที่ต้องส่งเสริม กลุ่มเสี่ยงเป็นกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวัง คือผู้เรียนที่ต้องกำกับ ดูแลพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด ตลอดจนออกเยี่ยมบ้านนักเรียน โดยเริ่มจากกลุ่มเสี่ยงก่อน เพื่อจัดทำและใช้สารสนเทศของผู้เรียนรายบุคคล
2.4 ประสานความร่วมมือกับผู้ปกครอง ภาคีเครือข่ายและหรือสถานประกอบการ
ข้าพเจ้าใช้หลักกัลยาณมิตร และมีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ทุกกลุ่ม ทุกเพศ และทุกวัย จึงได้รับการยอมรับจากผู้บริหารโรงเรียน ผู้ร่วมงาน เด็ก ผู้ปกครองและประชาชนทั่วไป อีกทั้งมีความ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีบุคลิกภาพที่ดี มีความสามารถประสานงาน มีเหตุผลสามารถแก้ปัญหาต่างๆ ได้ มีเทคนิคการพูด ชักชวน เสนอแนะ ให้กําลังใจ ทำงานร่วมกับผู้อื่นโดยสามารถวางตัวในการเป็นผู้นํา ผู้ตาม และเป็นผู้ให้ ผู้รับ ที่ดี มีหลักในการทำงาน มีความบริสุทธิ์ยุติธรรมและทำงานอย่างโปร่งใส ปราศจากอคติ ยึดประโยชน์ของเด็ก และ ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง จึงประสบความสำเร็จในการทำงานเป็นทีมได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เป็นแบบอย่างที่ดีต่อผู้ปกครอง และนักเรียน
3.1 พัฒนาตนเองอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
3.2 มีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้
3.3 นำความรู้ ความสามารถ ทักษะที่ได้จากการจัดการเรียนรู้ การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและการพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
3.1 พัฒนาตนเองอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
ข้าพเจ้ามีการพัฒนาตนเองอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง เพื่อให้มีความรู้ความสามารถ ทักษะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ภาษาไทยและภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อการศึกษา สมรรถนะ วิชาชีพครูและความรอบรู้ในเนื้อหาวิชาและวิธีการสอน
ข้าพเจ้าดำเนินการประเมินความรู้ ความสามารถ และทักษะในด้านต่างๆ ของตนเอง เพื่อนําข้อมูลมา วิเคราะห์และจัดทำแผนพัฒนาตนเองที่สอดคล้องกับความรู้ ความสามารถ ทักษะ และคุณลักษณะของตนเอง ตลอดจนประเมินสภาพปัญหาหรือความต้องการที่จําเป็นต่อการปฏิบัติงานในสถานศึกษา
ปฏิบัติหน้าที่พิธีกรในพิธีมอบเกียรติบัตรนักเรียนที่ได้รับรางวัลดีเด่น โครงการพัฒนาศักยภาพนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์เเละคณิตศาสตร์ Gifted Program
ปฏิบัติหน้าที่ประชาสัมพันธ์ในการจัดการทดสอบ Pre-Gifted STR Test
เกียรติบัตรการพัฒนาตนเอง การเข้ารับการอบรม เเละการได้รับรางวัล
วิทยากรการอบรมเชิงปฏิบัติการ การเขียนวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice)
เกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะเเละทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21
ปฏิบัติธรรมเพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลเเด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
3.2 มีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้
ข้าพเจ้ามีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเพื่อนร่วมวิชาชีพทั้งภายในและนอกสถานศึกษา ทั้งในรูปแบบเครือข่ายทางวิชาการ หรือชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ เช่น การได้รับเชิญเป็นวิทยากรในการติวข้อสอบ Onet เเละข้อสอบ Netsat ,การได้รับเชิญเป็นวิทยากรตัดสินโครงงานคณิตศาสตร์ในการเเข่งขันทักษะทางวิชาการโรงเรียนในเครือเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด
ได้รับเชิญให้เป็นวิทยากรติวสอบ O-Net นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 นักเรียนโครงการพิเศษ English Program โรงเรียนสตรีศึกษา
ได้รับเชิญให้เป็นวิทยากรติวข้อสอบ Netsat นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 โรงเรียนธวัชบุรีวิทยาคม จังหวัดร้อยเอ็ด
ได้รับเชิญให้เป็นวิทยากรติวข้อสอบ Netsat นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 โรงเรียนสุวรรณภูมิพิทยไพศาล
จังหวัดร้อยเอ็ด
วิทยากรตัดสินโครงงานคณิตศาสตร์ในการเเข่งขันทักษะทางวิชาการโรงเรียนในเครือเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด
3.3 นำความรู้ ความสามารถ ทักษะที่ได้จากการจัดการเรียนรู้ การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและการพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
ข้าพเจ้าได้นําความรู้ความสามารถ ทักษะ ที่ได้จากการพัฒนาตนเองและวิชาชีพมาใช้ในการพัฒนาการ จัดการเรียนรู้ การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน และการพัฒนานวัตกรรมเพื่อการจัดการเรียนรู้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ ผู้เรียน และเพื่อเป็นการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังได้ศึกษาความรู้เพิ่มเติม เพื่อให้ทันต่อเทคโนโลยีใน ปัจจุบัน
ส่วนที่ 2 ข้อตกลงในการพัฒนางานที่เป็นประเด็นท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน
ประเด็นที่ท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนของผู้จัดทำข้อตกลง ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งครู วิทยฐานะชำนาญการพิเศษ ต้องแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวัง คือ สามารถริเริ่มพัฒนา ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น (ทั้งนี้ ประเด็นท้าทายอาจจะแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังที่สูงกว่าได้)
ประเด็นท้าทาย เรื่อง การพัฒนาทักษะการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ด้วยวิธีการแบบเปิด (Open Approach).
1. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
ชั้นเรียนคณิตศาสตร์ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 ผู้ศึกษามีบทบาทเป็นครูผู้สอนในรายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน วิธีการจัดการเรียนการสอนที่ใช้ในชั้นเรียนจะเน้นไปที่ การอธิบายเนื้อหา เริ่มต้นจากการบรรยายเนื้อหา บอกทฤษฎี หลักการ หรือสูตรคณิตศาสตร์ จากนั้นยกตัวอย่างโจทย์ซึ่งเป็นโจทย์ที่อยู่ในหนังสือเรียน หาผลลัพธ์ให้นักเรียนดู แล้วจึงให้นักเรียนจดบันทึกสิ่งที่อยู่บนกระดานลงในสมุดและมอบหมายให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดในหนังสือเรียน จากการสังเกตชั้นเรียนที่ตนเองสอน สิ่งที่พบอยู่บ่อยครั้งคือ เมื่อครูถามหรือให้นักเรียนเขียนอธิบายเหตุผลประกอบแนวคิดของตนเอง นักเรียนมักจะถามกลับมาว่าต้องเขียนแบบไหน อธิบายอย่างไร และมักจะบอกว่าหาคำตอบได้แต่อธิบายไม่เป็น ในตำแหน่งนี้เองผู้ศึกษาจึงมีความสนใจที่จะปรับปรุงชั้นเรียนให้นักเรียนสามารถอธิบายเหตุผล หรือแนวคิดจากมุมมองของนักเรียนแต่ละคนได้ ผู้ศึกษาจึงได้ไปค้นหาข้อมูลและวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับการอธิบายแนวคิดของนักเรียน และพบว่ามีนักการศึกษาหลายท่านเช่น Lithner (2000), Battista (2016) และสมาคมครูคณิตศาสตร์แห่งสหรัฐอเมริกา (2011) ได้ให้นิยามการอธิบายแนวคิดทางคณิตศาสตร์ด้วยวิธีการต่างๆ ว่าตำแหน่งนี้เรียกว่า “การให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์” ผู้ศึกษาจึงมีความต้องการที่จะพัฒนาชั้นเรียนและปรับเปลี่ยนวิธีการสอนให้เป็นวิธีที่ส่งเสริมให้นักเรียนได้ลงมือแก้ปัญหาด้วยตนเอง เปิดโอกาสให้นักเรียนได้คิดและให้เหตุผลในมุมมองของนักเรียนแต่ละคน เพื่อที่จะให้นักเรียนสามารถอธิบายแนวคิดและวิธีการแก้ปัญหาของแต่ละคนได้
จากที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ผู้ศึกษาได้ไปศึกษาทฤษฎีและวรรณกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับวิธีการจัด การเรียนการสอนพบว่า หากครูคณิตศาสตร์ต้องการที่จะพัฒนาชั้นเรียนให้ผู้เรียนสามารถคิดและแก้ปัญหาด้วยตนเองได้นั้น ครูจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนการสอนผ่านการใช้กิจกรรมและเปิดโอกาสให้นักเรียนแต่ละคนได้ค้นหาแนวทางการแก้ปัญหาที่ตรงกับความต้องการของแต่ละคน อีกทั้งบทบาทของครูต้องไม่ใช่เพียงการตัดสินว่านักเรียนถูกหรือผิดเนื่องจากการกระทำดังกล่าวถือเป็นการตัดโอกาสการเรียนรู้ของนักเรียน หนึ่งในวิธีการสอนที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้คิดและแก้ปัญหาด้วยตนเองคือวิธีการแบบเปิด (Open Approach) ด้วยลักษณะของการสอนที่เปลี่ยนบทบาทของครู จากการถ่ายทอดความรู้ไปสู่นักเรียนมาเป็นการที่ครูนำเสนอปัญหาปลายเปิดกับนักเรียนโดยไม่มีการอธิบายความรู้มาก่อนเหมือนที่เคยปฏิบัติมา ครูเป็นผู้สังเกตและค้นหาแนวคิดของนักเรียนระหว่างที่นักเรียนแก้ปัญหาด้วยตนเอง รวมทั้งพยายามหาเหตุผลของแนวคิดของนักเรียนแต่ละคนเพื่อมาสรุปเป็นวิธีการเรียนรู้ร่วมกันในชั้นเรียน ผู้ศึกษาจึงนำเอาวิธีการสอนแบบเปิดนี้มาใช้ในการพัฒนาชั้นเรียน และจากปัญหาที่ได้กล่าวมาที่นักเรียนไม่สามารถอธิบายแนวคิดหรือวิธีการแก้ปัญหาของตัวเองได้ สะท้อนให้เห็นว่าในชั้นเรียนคณิตศาสตร์ของไทยที่ใช้การสอนแบบบรรยายยังไม่มีการส่งเสริมให้นักเรียนได้ใช้การให้เหตุผลของตนเองเท่าที่ควร ด้วยเหตุนี้การให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนในชั้นเรียนคณิตศาสตร์จึงมีความสำคัญในมุมมองของครูเพื่อที่จะได้ตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียนและใช้พัฒนาการจัดการเรียนการสอนต่อไป
2. วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
1. ศึกษาทฤษฎี/แนวคิด ที่เกี่ยวข้องกับ วิธีการแบบเปิด และการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ของนักเรียน
2. สร้างแผนการจัดการเรียนรู้ โดยสร้างสถานการณ์ปัญหาจากปัญหาปลายเปิดที่นำมาจากหนังสือเรียนคณิตศาสตร์กับเพื่อนๆ ซึ่งเป็นหนังสือเรียนคณิตศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่น ทำการแปลและเรียบเรียงโดยรองศาสตราจารย์ ดร.ไมตรี อินทร์ประสิทธิ์ ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์วิจัยคณิตศาสตรศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น จากนั้นร่วมกันคาดการณ์แนวคิดที่จะเกิดขึ้นในชั้นเรียนรวมถึงการออกแบบคำถามของครูเพื่อใช้กระตุ้นให้นักเรียนได้แสดงออกถึงการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์
3. นำแผนการจัดการเรียนรู้ที่ออกแบบร่วมกันมาสอนด้วยวิธีการแบบเปิด (Open Approach) ตาม
แนวคิดของ Inprasitha (2011) ซึ่งมีทั้งหมด 4 ขั้นตอน คือ
ขั้นตอนที่ 1 การนำเสนอปัญหาปลายเปิด คือช่วงที่ครูนำเอาสถานการณ์ปัญหาที่เป็นคำสั่ง และ
ใบกิจกรรมนำเสนอในชั้นเรียน ทำให้นักเรียนได้รับรู้สถานการณ์ปัญหาร่วมกันเพื่อนำไปสู่การทำกิจกรรม
ขั้นตอนที่ 2 การเรียนรู้ด้วยตนเองของนักเรียน คือการที่นักเรียนทำการแก้ปัญหาที่ได้รับด้วยตนเอง
หรือแก้ปัญหาร่วมกันกับเพื่อนในกลุ่ม โดยครูและผู้เข้าร่วมการสังเกตชั้นเรียนจะไม่มีการแทรกแซงความคิดของนักเรียน แต่ครูสามารถกระตุ้นให้นักเรียนคิด อธิบายและให้เหตุผลประกอบแนวคิดของตนเองและสามารถเดินสำรวจพร้อมกับจดบันทึกแนวคิดของนักเรียนได้
ขั้นตอนที่ 3 การอภิปรายและการเปรียบเทียบของนักเรียนทั้งชั้นเรียน คือการที่นักเรียนออกมา
นำเสนอผลงานของตนเองหน้าชั้นเรียน หลังจากนั้นครูจะเปิดโอกาสให้เพื่อนคนอื่นใน ชั้นเรียนได้ซักถามข้อสงสัยและเป็นช่วงที่นักเรียนทำการอภิปรายกันในชั้นเรียน ในช่วงนี้จะเป็นช่วงที่นักเรียนได้พูดอธิบายและให้เหตุผลประกอบแนวคิดของตนเอง นักเรียนได้แลกเปลี่ยนแนวคิด ซึ่งมักจะมีการอธิปราย โต้แย้ง และมีการให้เหตุผลของนักเรียนทุกๆกลุ่ม
ขั้นตอนที่ 4 การสรุปโดยการเชื่อมโยงแนวคิดทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนที่เกิดขึ้นในชั้นเรียน คือการที่ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปบทเรียนจากการรวบรวมแนวคิดที่นักเรียนออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน
4. สะท้อนผลการจัดการเรียนรู้หลังจากที่จัดการเรียนการสอนเสร็จในแต่ละคาบ โดยสะท้อนผลเกี่ยวกับแนวคิดของนักเรียนที่เกิดขึ้นในชั้นเรียน พฤติกรรมการเรียนรู้และการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ของนักเรียน โดยอ้างอิงจากเครื่องมือที่ใช้เก็บข้อมูลและเกณฑ์ประเมินผล แล้วนำข้อเสนอแนะที่ได้จากการสะท้อนผลไปปรับแผนการจัดการเรียนรู้ในคาบต่อไป