ชื่อ-สกุล นางสาวยุวันดา จึงร่วมเจริญกิจ
ตำแหน่ง ครู
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ
โรงเรียนสตรีศึกษา จังหวัดร้อยเอ็ด
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาร้อยเอ็ด
สอนรายวิชาภาษาอังกฤษ
ครูที่ปรึกษานักเรียน ชั้นม.6/16
1. ภาระงาน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 จะมีภาระงานเป็นไปตามที่ก.ค.ศ. กำหนด
1.1 ชั่วโมงสอนตามตารางสอน รวมจำนวน 19 ชั่วโมง/สัปดาห์ ดังนี้
รายวิชา ภาษาอังกฤษพื้นฐาน ระดับชั้น ม.3 จำนวน 9 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชาภาษาอังกฤษอ่านเขียน ระดับชั้น ม.5 จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชาภาษาอังกฤษอ่านเขียน ระดับชั้น ม.6 จำนวน 4 ชั่วโมง/สัปดาห์
ชั่วโมงโฮมรูม นักเรียนที่ปรึกษาชั้นม.6/16 จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
1..2 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
กิจกรรมยุวกาชาด ระดับชั้นม.3 จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชา ชุมนุม ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.3 งานพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.4 งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
งานอื่นๆตามที่โรงเรียนมอบหมาย จำนวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.1 ชั่วโมงสอนตามตารางสอน รวมจำนวน 22 ชั่วโมง/สัปดาห์ดังนี้
รายวิชา ภาษาอังกฤษพื้นฐาน ระดับชั้น ม.3 จำนวน 9 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชาภาษาอังกฤษอ่านเขียน ระดับชั้น ม.5 จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชาภาษาอังกฤษอ่านเขียน ระดับชั้น ม.6 จำนวน 4 ชั่วโมง/สัปดาห์
ชั่วโมงโฮมรูม นักเรียนที่ปรึกษาชั้นม.6/16 จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
1..2 กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
กิจกรรมยุวกาชาด ระดับชั้นม.3 จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชา ชุมนุม ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.3 งานพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา จำนวน 8 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.4 งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น 5 ชั่วโมง/สัปดาห์
งานอื่นๆตามที่โรงเรียนมอบหมาย จำนวน 5 ชั่วโมง/สัปดาห์
ด้านการจัดการเรียนรู้
ด้านการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้
ด้านการพัฒนาตนเองและวิชาชีพ
ด้านที่ 1 การจัดการเรียนรู้
1.1 สร้างและหรือพัฒนาหลักสูตร
จัดทำรายวิชาและหน่วยการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัดหรือผลการเรียนรู้ตามหลักสูตร เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาสมรรถนะและการเรียนรู้ เต็มตามศักยภาพ โดยมีการพัฒนารายวิชาและหน่วยการเรียนรู้ ให้สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา ผู้เรียน และท้องถิ่น และสามารถ แก้ไขปัญหาในการจัดการเรียนรู้
1.2 ออกแบบการจัดการเรียนรู้
ออกแบบการจัดการเรียนรู้โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ทักษะ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และสมรรถนะที่สำคัญ ตามหลักสูตร โดยออกแบบการจัดการเรียนรู้ ที่สามารถแก้ไขปัญหาในการจัดการเรียนรู้ ทำให้ผู้เรียนมีกระบวนการคิดและค้นพบองค์ความรู้ด้วยตนเอง และสร้างแรงบันดาลใจ
1.3 จัดกิจกรรมการเรียนรู้
อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ และส่งเสริมผู้เรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพ เรียนรู้และทำงานร่วมกันโดยมีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่สามารถแก้ไขปัญหาการจัดการเรียนรู้ ทำให้ผู้เรียนมีกระบวนการคิดและค้นพบองค์ความรู้ด้วยตนเอง และสร้างแรงบันดาลใจ
1.4 สร้างและหรือพัฒนาสื่อ นวัตกรรม เทคโนโลยี และแหล่งเรียนรู้
มีการสร้างและหรือพัฒนาสื่อ นวัตกรรม เทคโนโลยี และแหล่งเรียนรู้สอดคล้องกับกิจกรรมการเรียนรู้ สามารถแก้ไขปัญหาในการเรียนรู้ของผู้เรียน และทำให้ผู้เรียนมีทักษะการคิดและสามารถสร้างนวัตกรรมได้
1.5 วัดและประเมินผลการเรียนรู้
วัดและประเมินผลการเรียนรู้ด้วยวิธีการที่หลากหลาย เหมาะสม และสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ และนำผลการวัดและประเมินผลการเรียนรู้มาใช้แก้ไขปัญหาการจัดการเรียนรู้
1.6 ศึกษา วิเคราะห์ และสังเคราะห์ เพื่อแก้ไขปัญหาหรือพัฒนาการเรียนรู้ที่ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียน
มีการศึกษา วิเคราะห์ และสังเคราะห์ เพื่อแก้ไขปัญหาหรือพัฒนาการเรียนรู้ที่ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียนและนำผลการศึกษา วิเคราะห์ และสังเคราะห์ มาใช้แก้ไขปัญหาหรือพัฒนาการจัดการเรียนรู้
1.7 จัดบรรยากาศที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียน
จัดบรรยากาศที่เหมาะสม สอดคล้องกับความแตกต่างผู้เรียนเป็นรายบุคคล สามารถ แก้ไขปัญหาการเรียนรู้ สร้างแรงบันดาลใจ ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียน ให้เกิดกระบวนการคิด ทักษะชีวิต ทักษะการทำงาน ทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม ทักษะด้านสารสนเทศ สื่อ และเทคโนโลยี
1.8 อบรมและพัฒนาคุณลักษณะที่ดีของผู้เรียน
มีการอบรมบ่มนิสัยให้ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และค่านิยมความเป็นไทยที่ดีงาม โดยคำนึงถึงความแตกต่างของผู้เรียนเป็นรายบุคคล และสามารถแก้ไขปัญหาผู้เรียนได้
หลักสูตรสถานศึกษา
2.1 จัดทำข้อมูลสารสนเทศของผู้เรียนและรายวิชา
2.2 ดำเนินการตามระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน
2.3 ปฏิบัติงานวิชาการและงานอื่น ๆ ของสถานศึกษา
2.4 ประสานความร่วมมือกับผู้ปกครอง ภาคีเครือข่ายและหรือสถานประกอบการ
ด้านที่ 2 การส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้
2.1 จัดทำข้อมูลสารสนเทศของผู้เรียนและรายวิชา
มีการจัดทำข้อมูลสารสนเทศของผู้เรียนและรายวิชาโดยมีข้อมูลเป็นปัจจุบันเพื่อใช้ในการส่งเสริมสนับสนุนการเรียนรู้ แก้ไขปัญหาและพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
2.2 ดำเนินการตามระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน
มีการใช้ข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับผู้เรียนรายบุคคล และประสานความร่วมมือกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาผู้เรียน
2.3 ปฏิบัติงานวิชาการ และงานอื่น ๆ ของสถานศึกษา
ร่วมปฏิบัติงานทางวิชาการ และงานอื่นๆ ของสถานศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา
2.4 ประสานความร่วมมือกับผู้ปกครอง ภาคีเครือข่าย และหรือสถานประกอบการ
ประสานความร่วมมือกับผู้ปกครอง ภาคีเครือข่าย และหรือสถานประกอบการ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาและพัฒนาผู้เรียน
ออกเยี่ยมบ้านนักเรียน ประสานความร่วมมือกับผู้ปกครอง และปฏิบัติงานอื่นๆ ของสถานศึกษา
3.1 พัฒนาตนเองอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
3.2 มีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้
3.3 นำความรู้ ความสามารถ ทักษะที่ได้จากการจัดการเรียนรู้ การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและการพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
ด้านที่ 3 การพัฒนาตนเองและวิชาชีพ
3.1 พัฒนาตนเองอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
มีการพัฒนาตนเองอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง เพื่อให้มีความรู้ ความสามารถ ทักษะ และนำผลการพัฒนาตนเองและพัฒนาวิชาชีพมาใช้ในการจัดการเรียนรู้ที่มีผลต่อคุณภาพ ผู้เรียน
3.2 มีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาชีพ
มีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาชีพ เพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาการจัดการเรียนรู้
3.3 นำความรู้ ความสามารถ ทักษะที่ได้จากการพัฒนาตนเองและวิชาชีพมาใช้ในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้
นำความรู้ ความสามารถ ทักษะที่ได้จากการพัฒนาตนเองและวิชาชีพมาใช้ในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน และการพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่มีผลต่อคุณภาพผู้เรียน
พัฒนาตนเองอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
ผลงานและความภาคภูมิใจ
ประเด็นที่ท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนของผู้จัดทำข้อตกลง ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ ต้องแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังของวิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ คือ การริเริ่ม พัฒนา การจัดการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น (ทั้งนี้ ประเด็นท้าทายอาจจะแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังในวิทยฐานะที่สูงกว่าได้)
ประเด็นท้าทาย เรื่อง การพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้ชุดบทฝึกสนทนา Daily English Conversation Practice (DECP)
1. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
จากการจัดการเรียนการสอนรายวิชาภาษาอังกฤษในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ผ่านมา พบว่านักเรียนส่วนใหญ่ยังมีปัญหาในการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะด้านทักษะการพูด นักเรียนขาดความมั่นใจในการสื่อสาร ไม่กล้าแสดงออก และมีพื้นฐานด้านคำศัพท์และโครงสร้างประโยคที่จำกัด ส่งผลให้ไม่สามารถสนทนาโต้ตอบในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม
นอกจากนี้ นักเรียนยังมีเจตคติที่ไม่ดีต่อการเรียนภาษาอังกฤษ รู้สึกว่าการพูดภาษาอังกฤษเป็นเรื่องยากและน่าเบื่อ ส่งผลให้ขาดแรงจูงใจในการเรียนรู้ และมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอยู่ในระดับต่ำ
ดังนั้น ผู้สอนจึงเห็นความสำคัญในการพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันของผู้เรียน โดยใช้ “บทฝึกสนทนา” ที่สอดคล้องกับสถานการณ์จริง เพื่อช่วยให้ผู้เรียนได้ฝึกปฏิบัติอย่างเป็นระบบ เกิดความมั่นใจ และสามารถนำไปใช้ในการสื่อสารได้จริง
2. วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
ศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2561) และตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องกับทักษะการพูดและการสื่อสารภาษาอังกฤษในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
วิเคราะห์ผู้เรียนรายบุคคล เพื่อทราบระดับความสามารถ ปัญหา และความต้องการในการพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษ
ออกแบบและพัฒนาบทฝึกสนทนาภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน เช่น การทักทาย การแนะนำตนเอง การสอบถามข้อมูล และสถานการณ์ใกล้ตัวของผู้เรียน
จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้บทฝึกสนทนา เน้นการฝึกปฏิบัติจริง เช่น การฝึกพูดเป็นคู่ (Pair work) การแสดงบทบาทสมมติ (Role Play) และการนำเสนอหน้าชั้นเรียน
ดำเนินการทดสอบก่อนเรียน (Pre-test) เพื่อวัดระดับทักษะการพูดภาษาอังกฤษของผู้เรียน
ดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแผนที่กำหนดอย่างต่อเนื่อง
ประเมินผลหลังเรียน (Post-test) และประเมินทักษะการพูด รวมทั้งเจตคติต่อการเรียนภาษาอังกฤษของผู้เรียน
วิเคราะห์ผลการพัฒนาและนำผลที่ได้ไปปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
3. ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
3.1 เชิงปริมาณ
ผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ร้อยละ 80 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านทักษะการพูดภาษาอังกฤษผ่านเกณฑ์ร้อยละ 75
ผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ร้อยละ 80 มีคะแนนทักษะการพูดภาษาอังกฤษหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
ผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ร้อยละ 80 มีเจตคติต่อการเรียนภาษาอังกฤษอยู่ในระดับดีขึ้นไป
3.2 เชิงคุณภาพ
ผู้เรียนสามารถใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารในชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจมากขึ้น กล้าแสดงออก และสามารถสนทนาโต้ตอบในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้เหมาะสม
ผู้เรียนมีพัฒนาการด้านทักษะการพูดภาษาอังกฤษที่ดีขึ้น และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้
ครูผู้สอนสามารถพัฒนาบทฝึกสนทนาเพื่อใช้ในการจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในบริบทอื่นได้