ชื่อ-สกุล นางสาวยุภาภรณ์ เจริญเขต
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการ
กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โรงเรียนสตรีศึกษา จังหวัดร้อยเอ็ด
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาร้อยเอ็ด
สอนรายวิชา ฟิสิกส์ ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 4 และ 5
ครูที่ปรึกษานักเรียน ชั้นม.5/1
1.1 ชั่วโมงสอนตามตารางสอน รวมจำนวน 18 ชั่วโมง/สัปดาห์ ดังนี้
- รายวิชาฟิสิกส์ 1 (ว30201) จำนวน 4 ชั่วโมง/สัปดาห์
- รายวิชาฟิสิกส์ 3 (ว30203) จำนวน 12 ชั่วโมง/สัปดาห์
- กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมยุวกาชาด จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
- กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมชุมนุม จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.2 งานสงเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู จำนวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห์ ดังนี้
- งานที่ปรึกษา งานโฮมรูม จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
- กิจกรรม PLC จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.3 งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา จำนวน 10 ชั่วโมง/สัปดาห์
- งานพัสดุวิชาการ กลุ่มบริหารวิชาการ จำนวน 5 ชั่วโมง/สัปดาห์
- เจ้าหน้าที่งานทะเบียนและวัดผล ประเมินผล จำนวน 5 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.4 งานตอบสนองนโยบายและจุดเนน จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์ ดังนี้
- งานโครงการลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
รวมจำนวนชั่วโมง 33 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.1 ชั่วโมงสอนตามตารางสอน รวมจำนวน 17 ชั่วโมง/สัปดาห์ ดังนี้
- รายวิชาฟิสิกส์ 1 (ว30201) จำนวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห์
- รายวิชาฟิสิกส์ 3 (ว30203) จำนวน 12 ชั่วโมง/สัปดาห์
- กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมยุวกาชาด จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
- กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมชุมนุม จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.2 งานสงเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู จำนวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห์ ดังนี้
- งานที่ปรึกษา งานโฮมรูม จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
- กิจกรรม PLC จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.3 งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา จำนวน 10 ชั่วโมง/สัปดาห์
- งานพัสดุวิชาการ กลุ่มบริหารวิชาการ จำนวน 5 ชั่วโมง/สัปดาห์
- เจ้าหน้าที่งานทะเบียนและวัดผล ประเมินผล จำนวน 5 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.4 งานตอบสนองนโยบายและจุดเนน จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์ ดังนี้
- งานโครงการลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
รวมจำนวนชั่วโมง 32 ชั่วโมง/สัปดาห์
ลักษณะงานที่ข้าพเจ้าปฏิบัติและนำเสนอครอบคลุมถึงการสร้างและหรือพัฒนาหลักสูตร การออกแบบการจัดการเรียนรู้ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การสร้างและหรือพัฒนาสื่อ นวัตกรรม เทคโนโลยีและแหล่งเรียนรู้การวัดและการประเมินผลการจัดการเรียนรู้ การศึกษา การวิเคราะห์ สังเคราะห์ เพื่อแก้ไขปัญหาหรือพัฒนาการเรียนรู้ การจัดบรรยากาศที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียน และ การอบรมและพัฒนาคุณลักษณะที่ดีของผู้เรียน
ดำเนินการวิเคราะห์หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสตรีศึกษาพุทธศักราช 2551 ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2565 ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลางกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ จัดทำคำอธิบายรายวิชาฟิสิกส์ วิเคราะห์ตัวชี้วัด และดำเนินการจัดทำหน่วยการเรียนรู้ ที่สอดคล้องกับหลักสูตรสถานศึกษา
ข้าพเจ้าได้นำสิ่งที่ศึกษาจากการวิเคราะห์หลักสูตรสถานศึกษาและการจัดทำคำอธิบายรายวิชา ตัวชี้วัดต่างๆ มาออกแบบโครงสร้างรายวิชาและแผนการจัดการเรียนรู้ให้ครอบคลุมตามหลักสูตรสถานศึกษา
แผนการจัดการเรียนรู้ ภาคเรียนที่ 1
แผนการจัดการเรียนรู้ ภาคเรียนที่ 2
การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนรายวิชาฟิสิกส์ มีการจัดการเรียนรู้ ด้วยกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น การใช้แบบฝึกทักษะการคิดคำนวณ การสอนเสริมในรูปแบบออนไลน์ การทำการทดลอง และการใช้ simulation PhET มาใช้ในการจัดการเรียนรู้ โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญตามกระบวนการ Active Learning เป็นการพัฒนาศักยภาพของนักเรียนให้สามารถการคิดการแก้ปัญหาและการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้
ทำ Lap การเกิดไฟฟ้าสถิต
ทำ Lap การเกิดภาพของแสง
ทำ Lap การเกิดภาพของแสง
จัดเตรียมอุปกรณ์ในกิจกรรมปล่อยไข่
การจัดการเรียนรู้ทั้งในรูปแบบ Online และ Onsite ได้นำเทคโนโลยีมาเป็นส่วนช่วยในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เช่น PhET Interactive Simulations เป็นสถานการณ์จำลองการทดลองบนคอมพิวเตอร์ ช่วยให้นักเรียนมีความเข้าใจในเนื้อหามากยิ่งขึ้น หรือแม้กระทั่งเว็บไซต์ต่างๆ ที่เป็นแหล่งเรียนรู้ให้นักเรียนได้ใช้ทบทวนความรู้และศึกษาความรู้เพิ่มเติม
PhET
google classroom
YouTube
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ดังนั้นจึงมีการวัดและประเมินในรูปแบบที่หลากหลาย เช่น ทำแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน เพื่อดูความรู้เดิมและพัฒนาการด้านความรู้ของนักเรียน การใช้ Kahoot ซึ่งเป็นเกมที่ตอบสนองต่อการเรียนการสอน ช่วยให้นักเรียนสนุกกับการเรียนโดยเป็น เครื่องมือช่วยในการประเมินผล โดยผ่านการตอบคำถาม การอภิปราย หรือการสำรวจความคิดเห็น
Kahoot
Mentimeter
การทดสอบ
กิจกรรมการทดลอง
ในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ เป็นสิ่งหนึ่งที่ศึกษา วิเคราะห์ และสังเคราะห์ เพื่อแก้ไขปัญหาหรือพัฒนาการเรียนรู้ จากการศึกษาได้ใช้สถานการณ์จำลอง PhET มาทำการวิจัยในชั้นเรียน เรื่อง เรื่อง การพัฒนาทักษะการคำนวณเรื่องไฟฟ้ากระสตรง ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Ative Learning ผนวกกับ simulation
วิจัยในชั้นเรียน
วิจัยในชั้นเรียน
วิจัยในชั้นเรียน
วิเคราะห์ข้อสอบ
กิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ข้าพเจ้าได้ใช้ Mentimeter ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันที่ใช้สำหรับสร้างพรีเซนเทชันที่ผู้เรียนสามารถมีส่วนร่วมในการโต้ตอบ ระดมสมอง แสดงความคิดเห็นกับผู้สอนผ่านแบบสอบถามออนไลน์ โดยสามารถสร้างได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นคำถามหลายตัวเลือก คำถามปลายเปิด ซึ่งสามารถเห็นผลลัพธ์ได้ทันที ช่วยให้การเรียนการสอนมีความน่าสนใจ เพิ่มการมีปฏิสัมพันธ์ในห้องเรียนได้
Mentimeter
Kahoot
บรรยากาศการเรียนรู้ด้วยกิจกรรมการทดลอง
บรรยากาศเรียนรู้นอกห้องเรียน
อบรมและพัฒนาคุณลักษณะที่ดีของผู้เรียน สอดแทรกคุณลักษณะอันพึงประสงค์คุณธรรม และจริยธรรม ในระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยคำนึงความแตกต่างของผู้เรียนเป็นรายบุคคล
อบรมคุณธรรมและจริยธรรม
อบรมคุณธรรมและจริยธรรม
อบรมคุณธรรมและจริยธรรม
ลักษณะงานที่ข้าพเจ้าปฏิบัติและนำเสนอครอบคลุมถึง การจัดทำข้อมูลสารสนเทศของผู้เรียนและรายวิชา การดำเนินการตามระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน
การปฏิบัติงานวิชาการ และงานอื่น ๆ ของสถานศึกษา และการประสานความร่วมมือกับผู้ปกครอง ภาคีเครือข่าย และหรือสถานประกอบการ
มีการจัดทำข้อมูลสารสนเทศของผู้เรียนเก็บไว้ทั้งรูปแบบ online และแฟ้มประวัติข้อมูล เพื่อเป็นข้อมูลในการดูแลช่วยเหลือนักเรียนในที่ปรึกษาและนักเรียนที่ได้สอนตามรายวิชาในการพัฒนาและเสริมสร้างผู้เรียน
ข้อมูลสารสนเทศนักเรียนแฟ้มประวัติ
ข้อมูลสารสนเทศนักเรียนการเยี่ยมบ้าน
ข้าพเจ้าได้จัดทำข้อมูลสารสนเทศในระบบ online และแฟ้มประวัติข้อมูล ไว้เป็นข้อมูลในระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน อีกทั้งมีการเยี่ยมบ้านนักเรียน ให้ครูได้พบปะกับผู้ปกครอง ช่วยให้เกิดความสัมพันธ์อันดีระหว่างบ้านกับโรงเรียน ทำให้ครูได้เห็นข้อเท็จริงเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมต่างๆ ทางบ้านของนักเรียน และนำไปวางแผน พัฒนา ส่งเสริม ป้องกันและแก้ปัญหาของนักเรียนต่อไป
ข้อมูลสารสนเทศนักเรียนแฟ้มประวัติ
ประสานงานกับผู้ปกครอง
เยี่ยมบ้านนักเรียน
ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติติงานทั้งงานด้านวิชาการ งานประเพณีต่างๆ และงานอื่นๆ ตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
ปฏิบัติหน้าที่เวรประจำวัน
ร่วมขบวนลอยกระทง
อบรม STEM
คณะกรรมการรับมอบตัวนักเรียน
วิทยากรอบรม
เข้าค่ายพักแรมยุวกาชาด
มีการประชุมผู้ปกครองเพื่อสร้างเครือข่าย และช่วยเหลือนักเรียน ในการประชุมผู้ปกครอง เป็นการสร้างความสัมพันธภาพที่ดีของระหว่างโรงเรียนและผู้ปกครองให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น และเอื้ออำนวยให้ผู้ปกครองกับครูที่ปรึกษาได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิด อีกทั้งแจ้งแนวทางการดำเนินงานของโรงเรียน ให้มีความก้าวหน้าและพัฒนาทางการจัดการศึกษา เปิดโอกาสให้ผู้ปกครองได้มีส่วนร่วมในการให้ข้อเสนอแนะสิ่งที่จะเป็นประโยชน์ต่อโรงเรียนในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา และยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนต่อไป
เยี่ยมบ้านนักเรียน
ประชุมผู้ปกครองนักเรียน
ที่มีเวลาเรียนไม่ถึง 80%
ประชุมผู้ปกครองห้องที่ปรึกษา
ลักษณะงานที่ปฏิบัติและนำเสนอครอบคลุม ถึงการพัฒนาตนเองอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง การมีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาชีพ เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้และนำความรู้ความสามารถ ทักษะที่ได้จากการพัฒนาตนเองและวิชาชีพมาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ได้พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เกี่ยวกับการพัฒนาสมรรถนะด้านวิทยาศาสตร์ และการใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการจัดการเรียนการสอน ผ่านชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ
ผ่านการอบรมการใช้ระบบสำนักงานอิเล็กทรอนิกส์
(My office)
ผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาตามรูปแบบ PTRU Model เรื่อง การจัดการเรียนรู้ตามนโยบาย เรียนดี มีความสุข โดยใช้ TPACK Model และ Active Learning เพื่อพัฒนาสมรรถนะครูมืออาชีพ
เป็นผู้ผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการและเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “การยื่นผลงานในระบบ DPA ให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ วPA ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อส่งเสริมควาก้าวหน้าในวิชาชีพครู”
ผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการการเขียนวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice)ของสถานศึกษาเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาผู้เรียนในศตวรรษที่ 21
ผ่านการอบรมโครงการ Microsoft AI Skills in Education
ผู้ผ่านการอบรมตามโครงการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวินัยและการรักษาวินัยของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการการส่งเสริมสมรรถนะครูด้านการสร้างเครื่องมือวัดสมรรถนะสําคัญของผู้เรียน การใช้ข้อสอบแบบเขียนตอบในการวัดและประเมินคุณภาพผู้เรียน และแนวทางการจัดการเรียนรู้และการวัดและประเมินผลที่มุ่งเน้นพัฒนาการตามศักยภาพผู้เรียนเป็นรายบุคคล
ผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการพลิกโฉมการเรียนรู้ สรุป คิด วิเคราะห์ ด้วย AI ผู้ช่วยอัจฉริยะ NotebookLM
เป็นผู้นำในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาชีพ การพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีให้กับเพื่อนร่วมวิชาชีพ ทั้งในและนอกโรงเรียน และเข้าร่วมอบรม สัมมนาเพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาชีพ
คณะกรรมการดําเนินงานการอบรมเชิงปฏิบัติการ : เทคนิคการถ่ายภาพ STR Differ
เป็นผู้มีความรู้ ทักษะ และความสามารถพื้นฐานที่จำเป็นต่อการใช้ Google AI ในด้านการศึกษา
คณะกรรมการดำเนินงาน โครงการพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนสู่มาตรฐานสากล (PISA) ประจำปี 2568
หลังจากที่ได้เข้าร่วมประชุม อบรม สัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาชีพ ได้นำความรู้เหล่านั้นมาจัดการเรียนการสอน เช่น การจัดการ e-mail ให้เป็นระบบ หรือใช้ Google meet ช่วยในการเรียนออนไลน์ Google form ช่วยในการทำแบบทดสอบ และแอปพลิเคชันอื่นๆ อีกหลายอย่าง นอกจากนี้ยังพัฒนาตนเองในด้านวิชาการ เช่น การใช้ความรู้ที่มีพานักเรียนไปแข่งทักษะทางวิชาการ การเป็นวิทยากร
วิทยากรการอบรมเชิงปฏิบัติการ การพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีดิจิทัล สำหรับนิสิตนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู ปีการศึกษา ๒๕๖๘
วิทยากรการอบรมเชิงปฏิบัติการปรับพื้นฐานการปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสำหรับนักเรียนแผนการเรียน วิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ ปีการศึกษา ๒๕๖๘
วิทยากรการอบรมเชิงปฏิบัติการ การพัฒนาศักยภาพครูสู่โลกดิจิทัล การใช้ Generative AI ในการจัดการเรียนรู้และการปรับปรุงพัฒนาเว็บไซต์ประเมิน PA
ครูผู้สอนนักเรียน ได้รับรางวัลระดับเหรียญทอง ชนะเลิศกิจกรรมการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ประเภทสิ่งประดิษฐ์ ระดับชั้น ม.๔ - ม.๖
ประเด็นที่ท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน ของผู้จัดทำข้อตกลง ซึ่งปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการ ต้องแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังของวิทยฐานะชำนาญการคือ การแก้ไขปัญหา การจัดการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทาง ที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น (ทั้งนี้ ประเด็นท้าทายอาจจะแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังที่สูงกว่าได้)
ประเด็นท้าทาย เรื่อง การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้รายวิชาฟิสิกส์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้เทคนิคการสอนแบบ Active Learning ผนวกกับ simulation
1. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
วิชาฟิสิกส์ถือเป็นวิชาหนึ่งที่นักเรียนส่วนใหญ่ลงความคิดเห็นว่าเป็นวิชาที่มีเนื้อหาเข้าใจยาก อาจจะเนื่องด้วยกิจกรรมการเรียนรู้ยังไม่เหมาะสมกับบริบทและสภาพแวดล้อมทางการเรียน ทำให้นักเรียนมักจดจำสูตรแต่ไม่สามารถวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของตัวแปรต่างๆ เมื่อรูปแบบวงจรเปลี่ยนไปได้ นอกจากนี้ กิจกรรมการเรียนรู้แบบเดิมอาจยังไม่กระตุ้นให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะการแก้ปัญหาเชิงซ้อน (Complex Problem Solving) อย่างเพียงพอ ข้าพเจ้าจึงได้สนใจที่จะนำการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ที่เป็นกระบวนการเรียนการสอนที่เน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมและมีปฏิสัมพันธ์กับกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติที่หลากหลายรูปแบบ เป็นการพัฒนาศักยภาพของนักเรียนให้สามารถการคิดการแก้ปัญหาและการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้
2. วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
2.1 วิเคราะห์หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) และหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสตรีศึกษา ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2564 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการจัการเรียนการสอนแบบ Active Learning
2.2 เขียนแผนการจัดการเรียนรู้ ที่จะใช้กับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่ข้าพเจ้ารับผิดชอบ ศึกษาผลการเรียนรู้เรื่องการคำนวณความต้านทานสมมูลในวงจรอนุกรมและขนาน ริเริ่มพัฒนานวัตกรรม: ออกแบบชุดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ใช้ รูปแบบ POE (Predict-Observe-Explain)
โดยให้นักเรียน:
ทำนาย (Predict): คาดคะเนทิศทางกระแสและค่าความต่างศักย์จากแผนภาพวงจรที่ซับซ้อน
สังเกต (Observe): ลงมือปฏิบัติการทดลองโดยใช้เครื่องมือวัดไฟฟ้า (มัลติมิเตอร์) เพื่อตรวจสอบสิ่งที่ทำนาย
อธิบาย (Explain): อภิปรายและสรุปความเชื่อมโยงระหว่างผลการทดลองกับมโนทัศน์ทางฟิสิกส์ร่วมกับเพื่อนในกลุ่ม
2.3 ประเมินผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียน ด้วย แบบทดสอบก่อนเรียนกับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ในภาคเรียนที่ 2
ปีการศึกษา 2568
2.4 จัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแผนการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning การปฏิบัติการทดลอง และใช้ simulation สถานการณ์จำลองแบบมีปฏิสัมพันธ์ของ PhET เรื่อง การต่อตัวต้านทาน กับกลุ่มตัวอย่างจำนวน 40 คน
2.5 ประเมินผลสัมฤทธิ์หลังเรียน แบบทดสอบหลังเรียน จำนวน 10 ข้อ ไปใช้ทดสอบนักเรียน นำผลที่ได้วิเคราะห์ผลโดยนำคะแนนสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อน – หลัง เรียน แล้วมาเทียบกับเกณฑ์ที่กำหนดผ่านร้อยละ 70 หรือทำถูก 7 ข้อขึ้นไป
3. ผลลัพธ์ที่คาดหวัง
3.1 เชิงปริมาณ
ผู้เรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ผนวกกับ simulation โดยใช้สถานการณ์จำลองแบบมีปฏิสัมพันธ์ของ PhET เรื่อง การต่อตัวต้านทาน กับกลุ่มตัวอย่างจำนวน 40 คน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนร้อยละ 70 คิดเป็นร้อยละ 81.8 เมื่อเปรียบเทียบร้อยละคำตอบที่นักเรียนตอบถูกนั้น พบว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
มีการพัฒนาที่สูงขึ้น
3.2 เชิงคุณภาพ
ผู้เรียนสามารถอธิบายความรู้หรือตอบปัญหาในเนื้อหาวิชาฟิสิกส์ ได้อย่างสมเหตุสมผล เช่น นักเรียนสามารถอธิบายได้ว่า การต่อตัวต้านทานแบบอนุกรมจะทำให้ค่าความต้านทานมีค่าเพิ่มมากขึ้น แต่หากต่อตัวทานแบบขนานจะทำให้ค่าความต้านทานมีค่าลดลง
4. เอกสารร่องรอยที่สอดคล้องกับประเด็นท้าทาย