ชื่อ-สกุล นางสาวทิวาภรณ์ พันธ์โนนงิ้ว
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการ
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
โรงเรียนสตรีศึกษา จังหวัดร้อยเอ็ด
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาร้อยเอ็ด
สอนรายวิชา ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
ครูที่ปรึกษานักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/5 ภาคเรียนที่ 1/2569
1.1 ชั่วโมงสอนตามตารางสอน รวมจำนวน 19 ชั่วโมง/สัปดาห์ดังนี้
รายวิชา ภาษาไทย ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 15 ชั่วโมง/สัปดาห์
ชั่วโมงโฮมรูม นักเรียนที่ปรึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/5 จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมลูกเสือ - เนตรนารี ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมชุมนุ ม 1-6 จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.2 งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 4 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.3 งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา จำนวน 6 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.4 งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น จำนวน 4 ชั่วโมง/สัปดาห์
รวมจำนวนชั่วโมง 31 ชั่วโมง/สัปดาห์
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569
ประเด็นที่ท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนของผู้จัดทำข้อตกลง ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการ ต้องแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังของวิทยฐานะครูชำนาญการ คือ การแก้ปัญหา การจัดการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น (ทั้งนี้ ประเด็นท้าทายอาจจะแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังในวิทยฐานะที่สูงกว่าได้)
ประเด็นท้าทาย เรื่อง คการพัฒนาทักษะการพูดต่อประชุมชนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/20 โดยใช้การจัดการเรียนรู้จากสถานการณ์จริง เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการสื่อสาร
1. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
จากการจัดการเรียนรู้ด้านการพูดและการสื่อสารของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/20 พบว่า นักเรียนบางส่วนยังขาดความมั่นใจในการพูดต่อหน้าประชุมชน มีความกังวลและประหม่าเมื่อต้องนำเสนอความคิดเห็นต่อหน้าผู้อื่น รวมทั้งยังมีข้อจำกัดด้านการเรียบเรียงเนื้อหา การเลือกใช้ภาษาให้เหมาะสมกับบุคคลและสถานการณ์ การใช้น้ำเสียง บุคลิกภาพ การสบตา และการใช้ภาษากายประกอบการพูด ส่งผลให้การถ่ายทอดความคิดและสาระสำคัญยังไม่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร
ทักษะการพูดต่อประชุมชนเป็นทักษะสำคัญที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสมรรถนะด้านการสื่อสารของผู้เรียน และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการศึกษาต่อ การสัมภาษณ์ การนำเสนอผลงาน การทำงานร่วมกับผู้อื่น ตลอดจนการประกอบอาชีพในอนาคต ผู้สอนจึงเห็นความสำคัญของการพัฒนาทักษะดังกล่าวโดยเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง
ดังนั้น ผู้สอนจึงกำหนดประเด็นท้าทายในการพัฒนาทักษะการพูดต่อประชุมชนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/20 ผ่านการฝึกปฏิบัติจากสถานการณ์จริง โดยออกแบบกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับสถานการณ์ที่ผู้เรียนสามารถพบได้ในชีวิตประจำวัน การศึกษาต่อ และโลกอาชีพ เพื่อให้นักเรียนได้ฝึกคิด วางแผน เรียบเรียงเนื้อหา และลงมือพูดจริงอย่างเป็นขั้นตอน พร้อมทั้งได้รับข้อมูลย้อนกลับเพื่อนำไปปรับปรุงการพูดของตนเอง
2. วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
ผู้สอนดำเนินการพัฒนาผู้เรียนโดยเริ่มจากการศึกษาหลักสูตร มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ และวิเคราะห์สภาพปัญหาและความต้องการของผู้เรียน จากนั้นประเมินทักษะการพูดต่อประชุมชนเบื้องต้น เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับผู้เรียน จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยเน้นการฝึกปฏิบัติจริง ตั้งแต่การวิเคราะห์ผู้ฟังและวัตถุประสงค์ของการพูด การกำหนดประเด็น การค้นคว้าและคัดเลือกข้อมูล การเรียบเรียงเนื้อหาให้มีคำนำ เนื้อเรื่อง และสรุป การเลือกใช้ภาษา การใช้น้ำเสียง จังหวะการพูด การสบตา บุคลิกภาพ และภาษากายที่เหมาะสม กำหนดสถานการณ์จำลองและสถานการณ์ที่ใกล้เคียงกับชีวิตจริง เช่น การกล่าวแนะนำตนเอง การพูดแสดงความคิดเห็น การนำเสนอผลงาน การกล่าวสุนทรพจน์ การพูดโน้มน้าวใจ การนำเสนอแนวคิดหรือโครงการ และการพูดในสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาต่อหรือการทำงาน เพื่อให้นักเรียนสามารถนำความรู้และทักษะไปประยุกต์ใช้ได้จริง เปิดโอกาสให้นักเรียนฝึกซ้อมเป็นรายบุคคลและร่วมกับเพื่อน มีการประเมินตนเอง การประเมินโดยเพื่อน และการให้ข้อมูลย้อนกลับจากครู โดยใช้เกณฑ์การประเมิน (Rubric) ที่ชัดเจน ครอบคลุมด้านเนื้อหาและการเรียบเรียง การใช้ภาษา น้ำเสียงและความคล่องแคล่ว บุคลิกภาพและภาษากาย การสื่อสารกับผู้ฟัง และการบริหารเวลา นำผลจากการประเมินและข้อมูลย้อนกลับมาให้นักเรียนปรับปรุงและฝึกปฏิบัติซ้ำ ก่อนประเมินผลการพูดต่อประชุมชนภายหลังการพัฒนา พร้อมรวบรวมผลงาน ชิ้นงาน แบบประเมิน และหลักฐานการเรียนรู้ของผู้เรียน เพื่อนำมาวิเคราะห์ผลและปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ต่อไป
3. ผลลัพธ์ที่คาดหวัง
3.1 เชิงปริมาณ
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/20 ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 มีผลการประเมินทักษะการพูดต่อประชุมชนผ่านเกณฑ์ที่กำหนด โดยพิจารณาจากความสามารถในการเรียบเรียงและนำเสนอเนื้อหา การใช้ภาษาและน้ำเสียง บุคลิกภาพและภาษากาย การสื่อสารกับผู้ฟัง และการปฏิบัติตามสถานการณ์ที่กำหนด
3.2 เชิงคุณภาพ
นักเรียนมีความมั่นใจในการพูดต่อหน้าประชุมชนเพิ่มขึ้น สามารถวางแผนและเรียบเรียงเนื้อหาอย่างเป็นลำดับ ใช้ภาษา น้ำเสียง บุคลิกภาพ และภาษากายได้เหมาะสมกับผู้ฟังและสถานการณ์ สามารถถ่ายทอดความคิดและนำเสนอสาระสำคัญได้อย่างชัดเจน ตลอดจนสามารถนำทักษะการสื่อสารไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน การศึกษาต่อ และสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับโลกอาชีพได้อย่างเหมาะสม