ชื่อ-สกุล นางศศิยาพร วิพากย์เดชา
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
โรงเรียนสตรีศึกษา จังหวัดร้อยเอ็ด
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาร้อยเอ็ด
สอนรายวิชา ภาษาไทย ชั้น ม.2
ครูที่ปรึกษานักเรียน ชั้น ม.2/6
1.1 ชั่วโมงสอนตามตารางสอน รวมจำนวน 20 ชั่วโมง/สัปดาห์ ดังนี้
รายวิชาภาษาไทย ระดับชั้น ม.2 ท22101
จำนวน 12 ชั่วโมง/สัปดาห์
ชั่วโมงโฮมรูม นักเรียนที่ปรึกษาชั้น ม.2/6
จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมยุวกาชาด ระดับชั้น ม.3/1
จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมชุมนุม นาฏศิลป์
จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.2 งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้
จำนวน 5 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.3 งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา
จำนวน 5 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.4 งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น จำนวน 5 ชั่วโมง/สัปดาห์
รวมจำนวนชั่วโมง 25 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.1 ชั่วโมงสอนตามตารางสอน รวมจำนวน 20 ชั่วโมง/สัปดาห์ ดังนี้
รายวิชา ภาษาไทย ระดับชั้น ม.2 ท22102
จำนวน 12 ชั่วโมง/สัปดาห์
ชั่วโมงโฮมรูม นักเรียนที่ปรึกษาชั้น ม.2
จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมยุวกาชาด ระดับชั้น ม.3/1
จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมชุมนุม นาฏศิลป์ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.2 งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้
จำนวน 5 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.3 งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา
จำนวน 5 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.4 งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น จำนวน 5 ชั่วโมง/สัปดาห์
รวมจำนวนชั่วโมง 25 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.1 สร้างและหรือพัฒนาหลักสูตร
จัดทำรายวิชาและหน่วยการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัดหรือผลการเรียนรู้ตามหลักสูตร เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาสมรรถนะและการเรียนรู้ เต็มตามศักยภาพ โดยมีการพัฒนารายวิชาและหน่วยการเรียนรู้ ให้สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา ผู้เรียน และท้องถิ่น และสามารถ แก้ไขปัญหาในการจัดการเรียนรู้
1.2 ออกแบบการจัดการเรียนรู้
ออกแบบการจัดการเรียนรู้โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ทักษะคุณลักษณะอันพึงประสงค์ และสมรรถนะที่สำคัญ ตามหลักสูตร โดยออกแบบการจัดการเรียนรู้ ที่สามารถแก้ไขปัญหาในการจัดการเรียนรู้ ทำให้ผู้เรียนมีกระบวนการคิดและค้นพบองค์ความรู้ด้วยตนเองและสร้างแรงบันดาลใจ
1.3 จัดกิจกรรมการเรียนรู้
อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ และส่งเสริมผู้เรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพเรียนรู้และทำงานร่วมกันโดยมีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่สามารถแก้ไขปัญหาการจัดการเรียนรู้ ทำให้ผู้เรียนมีกระบวนการคิดและค้นพบองค์ความรู้ด้วยตนเอง และสร้างแรงบันดาลใจ
1.4 สร้างและหรือพัฒนาสื่อ นวัตกรรม เทคโนโลยี และแหล่งเรียนรู้
มีการสร้างและหรือพัฒนาสื่อ นวัตกรรม เทคโนโลยี และแหล่งเรียนรู้สอดคล้องกับกิจกรรมการเรียนรู้ สามารถแก้ไขปัญหาในการเรียนรู้ของผู้เรียน และทำให้ผู้เรียนมีทักษะการคิดและสามารถสร้างนวัตกรรมได้
1.5 วัดและประเมินผลการเรียนรู้
วัดและประเมินผลการเรียนรู้ด้วยวิธีการที่หลากหลาย เหมาะสม และสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ และนำผลการวัดและประเมินผลการเรียนรู้มาใช้แก้ไขปัญหาการจัดการเรียนรู้
1.6 ศึกษาวิเคราะห์และสังเคราะห์เพื่อแก้ไขปัญหาหรือพัฒนาการเรียนรู้ที่ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียน
มีการศึกษาวิเคราะห์และสังเคราะห์เพื่อแก้ไขปัญหาหรือพัฒนาการเรียนรู้ที่ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียนและนำผลการศึกษาวิเคราะห์และสังเคราะห์มาใช้แก้ไขปัญหาหรือพัฒนาการจัดการเรียนรู้
1.7 จัดบรรยากาศที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียน
จัดบรรยากาศที่เหมาะสม สอดคล้องกับความแตกต่างผู้เรียนเป็นรายบุคคล สามารถ แก้ไขปัญหาการเรียนรู้สร้างแรงบันดาลใจส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้เกิดกระบวนการคิด ทักษะชีวิตทักษะการทำงานทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมทักษะด้านสารสนเทศสื่อแลเทคโนโลยี
1.8 อบรมและพัฒนาคุณลักษณะที่ดีของผู้เรียน
มีการอบรมบ่มนิสัยให้ผู้เรียนมีคุณธรรมจริยธรรมคุณลักษณะอันพึงประสงค์และค่านิยมความเป็นไทยที่ดีงาม โดยคำนึงถึงความแตกต่างของผู้เรียนเป็นรายบุคคล
และสามารถแก้ไขปัญหาผู้เรียนได้
ที่มา : academic.strisuksa.ac.th > หลักสูตรสถานศึกษา 🌐 ลิงก์เว็บไซต์
การออกแบบการจัดการเรียนรู้
2.1 จัดทำข้อมูลสารสนเทศของผู้เรียนและรายวิชา
2.2 ดำเนินการตามระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน
2.3 ปฏิบัติงานวิชาการและงานอื่น ๆ ของสถานศึกษา
2.4 ประสานความร่วมมือกับผู้ปกครอง ภาคีเครือข่ายและหรือสถานประกอบการ
2.1 จัดทำข้อมูลสารสนเทศของผู้เรียนและรายวิชา
มีการจัดทำข้อมูลสารสนเทศของผู้เรียนและรายวิชาโดยมีข้อมูลเป็นปัจจุบัน เพื่อใช้ในการส่งเสริมสนับสนุนการเรียนรู้ แก้ไขปัญหาและพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
2.2 ดำเนินการตามระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน
มีการใช้ข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับผู้เรียนรายบุคคล และประสานความร่วมมือกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาผู้เรียน
2.3 ปฏิบัติงานวิชาการ และงานอื่น ๆ ของสถานศึกษา
ร่วมปฏิบัติงานทางวิชาการ และงานอื่น ๆ ของสถานศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา
2.4 ประสานความร่วมมือกับผู้ปกครอง ภาคีเครือข่าย และหรือสถานประกอบการ
ประสานความร่วมมือกับผู้ปกครอง ภาคีเครือข่าย และหรือสถานประกอบการ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาและพัฒนาผู้เรียน
3.1 พัฒนาตนเองอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
3.2 มีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้
3.3 นำความรู้ ความสามารถ ทักษะที่ได้จากการจัดการเรียนรู้ การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและการพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
3.1 พัฒนาตนเองอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
มีการพัฒนาตนเองอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง เพื่อให้มีความรู้ ความสามารถ ทักษะ และนำผลการพัฒนาตนเองและพัฒนาวิชาชีพมาใช้ในการจัดการเรียนรู้ที่มีผลต่อคุณภาพผู้เรียน
3.2 มีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาชีพ
มีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาชีพ เพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาการจัดการเรียนรู้
3.3 นำความรู้ ความสามารถ ทักษะที่ได้จากการพัฒนาตนเองและวิชาชีพมาใช้ในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน และการพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่มีผลต่อคุณภาพผู้เรียน
ประเด็นที่ท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนของผู้จัดทำข้อตกลง ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ ต้องแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังของวิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ คือ การริเริ่ม พัฒนา การจัดการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น (ทั้งนี้ ประเด็นท้าทายอาจจะแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังในวิทยฐานะที่สูงกว่าได้)
ประเด็นท้าทาย เรื่อง การพัฒนาเพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้คู่มือแบบฝึกสมรรถนะหลักภาษาไทยวรรณคดีและวรรณกรรม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
1. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
เนื่องจากเนื่องจากนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จะต้องได้รับการพัฒนาการเรียนรู้ในวิชาภาษาไทย ให้เป็นไปตามตัวชี้วัดที่หลักสูตรกำหนด ซึ่งในหลักสูตรแกนกลางของกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนสตรีศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ได้กำหนดตัวชี้วัด รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท21101 และ ท21102 หลักภาษาและการใช้ภาษาไทยและภาษาไทยวรรณคดีและวรรณกรรม เพื่อให้นักเรียนฝึกทักษะสำหรับทบทวนบทเรียนและพัฒนาทักษะการคิดของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 อย่างมีประสิทธิภาพและเพิ่มผลสัมฤทธิ์ในวิชาภาษาไทยให้สูงขึ้น
2. วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
ศึกษาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานแกนกลาง และหลักสูตรนักเรียนต้องรู้ กลุ่มสาระการ
เรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เพื่อออกแบบหน่วยการเรียนรู้ให้สอดคล้องตรงตามตัวชี้วัด
ศึกษาค้นคว้าเนื้อหาข้อมูลให้ตรงตามตัวชี้วัดเพื่อจัดทำแบบฝึกสมรรถนะหลักภาษาไทยวรรณคดีและวรรณกรรม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
ใช้กระบวนการ PLC เข้ามาช่วยในการแก้ไขปัญหา พัฒนาแบบฝึกสมรรถนะหลักภาษาไทยวรรณคดีและวรรณกรรม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ให้มีประสิทธิภาพ
ออกแบบ แบบฝึกทักษะกระบวนการเสริมสร้างความคิด แนวข้อสอบและผังมโนทัศน์ ให้มีความน่าสนใจ เข้าใจง่าย และนักเรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ในแบบฝึกสมรรถนะหลักภาษาไทยวรรณคดีและวรรณกรรม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
จัดทำแบบฝึกสมรรถนะหลักภาษาไทยวรรณคดีและวรรณกรรม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ตามที่ได้ออกแบบไว้
นำแบบฝึกสมรรถนะหลักภาษาไทยวรรณคดีและวรรณกรรม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ไปใช้
นำผลในการใช้แบบฝึกสมรรถนะหลักภาษาไทยวรรณคดีและวรรณกรรม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 บันทึกข้อมูลคะแนนในระบบสารสนเทศผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เพื่อประเมินการเรียนรู้ นำข้อมูลที่ได้พัฒนาผลการเรียนรู้ให้ผู้เรียนบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
3. ผลลัพธ์ที่คาดหวัง
3.1 เชิงปริมาณ
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสตรีศึกษา ที่เรียนในรายวิชาภาษาไทย
รหัสวิชา ท21101 และ ท21102 มีผลการพัฒนาเพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ร้อยละ 90
3.2 เชิงคุณภาพ
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสตรีศึกษา ที่เรียนในรายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท21101 และ ท21102 มีทักษะกระบวนการคิดและมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ตรงตามสมรรถนะของผู้เรียนในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551
หมายเหตุ : (เอกสารแบบฝึกทักษะของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2)