ครูพรนภา แก้วอรุณ
PA ปีงบประมาณ 2569
ครูพรนภา แก้วอรุณ
PA ปีงบประมาณ 2569
ชื่อ-สกุล : นางสาวพรนภา แก้วอรุณ
ตำแหน่ง : ครูอัตราจ้าง วิทยฐานะ ไม่มี
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
โรงเรียนสตรีศึกษา จังหวัดร้อยเอ็ด
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาร้อยเอ็ด
สอนรายวิชาภาษาไทยระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
ครูที่ปรึกษานักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 4/8
ประวัติการศึกษา
ระดับปริญญาตรี สาขาการสอนภาษาไทย วิทยาลัยศาสนศาตร์เฉลิมพระเกียรติกาฬสินธุ์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
1.1 ชั่วโมงสอนตามตารางสอน รวมจำนวน 18 ชั่วโมง/สัปดาห์ดังนี้
รายวิชา ภาษาไทย ระดับชั้น ม.4 จำนวน 12 ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชา ภาษาไทย ระดับชั้น ม.5 จำนวน 6 ชั่วโมง/สัปดาห์
ชั่วโมงโฮมรูม นักเรียนที่ปรึกษาชั้น ม.4/8 จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี ระดับชั้น ม.1 จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมชุมนุมห้องสมุด จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.2 งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 5 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.3 งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา จำนวน - ชั่วโมง/สัปดาห์
1.4 งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น จำนวน - ชั่วโมง/สัปดาห์
รวมจำนวนชั่วโมง 26 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.1 สร้างและหรือพัฒนาหลักสูตร
1.2 การออกแบบการจัดการเรียนรู้
1.3 จัดกิจกรรมการเรียนรู้
1.4 สร้างและหรือพัฒนาสื่อ นวัตกรรม เทคโนโลยี และแหล่งเรียนรู้
1.5 วัดและประเมินผลการเรียนรู้
1.6 ศึกษา วิเคราะห์ และสังเคราะห์ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนา การเรียนรู้
1.7 จัดบรรยากาศที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียน
1.8 อบรมและพัฒนาคุณลักษณะที่ดีของผู้เรียน.7 จัดบรรยากาศที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียน
หลักสูตรสถานศึกษา
ที่มา : academic.strisuksa.ac.th > หลักสูตรสถานศึกษา 🌐 ลิงก์เว็บไซต์
2.1 จัดทำข้อมูลสารสนเทศของผู้เรียนและรายวิชา
2.2 ดำเนินการตามระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน
2.3 ปฏิบัติงานวิชาการและงานอื่น ๆ ของสถานศึกษา
2.4 ประสานความร่วมมือกับผู้ปกครอง ภาคีเครือข่ายและหรือสถานประกอบการ
2.1 จัดทำข้อมูลสารสนเทศของผู้เรียนและรายวิชา
2.2 ดำเนินการตามระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน
2.3 ปฏิบัติงานวิชาการและงานอื่น ๆ ของสถานศึกษา
2.4 ประสานความร่วมมือกับผู้ปกครอง ภาคีเครือข่ายและหรือสถานประกอบการ
3.1 พัฒนาตนเองอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
3.2 มีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้
3.3 นำความรู้ ความสามารถ ทักษะที่ได้จากการจัดการเรียนรู้ การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและการพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
3.1 พัฒนาตนเองอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
3.2 มีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้
3.3 นำความรู้ ความสามารถ ทักษะที่ได้จากการจัดการเรียนรู้ การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและการพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
ประเด็นที่ท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนของผู้จัดทำข้อตกลง ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ ต้องแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังของวิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ คือ การริเริ่ม พัฒนา การจัดการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น (ทั้งนี้ ประเด็นท้าทายอาจจะแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังในวิทยฐานะที่สูงกว่าได้)
ประเด็นท้าทาย เรื่อง การพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความสำคัญและการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Collaborative Learning)
1. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
การอ่านเป็นทักษะสำคัญที่ช่วยให้ผู้เรียนสามารถแสวงหาความรู้ ทำความเข้าใจข้อมูล และนำข้อมูลไปใช้ในการเรียนรู้และดำเนินชีวิต โดยเฉพาะนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ซึ่งจำเป็นต้องมีทักษะการอ่านในระดับที่สามารถ จับใจความสำคัญ แยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็น วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของข้อมูล ตีความ และสรุปสาระสำคัญจากเรื่องที่อ่าน ได้อย่างมีเหตุผล
จากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และการประเมินทักษะการอ่านของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 พบว่า นักเรียนบางส่วนยังประสบปัญหาในการอ่านจับใจความสำคัญ โดยมักเลือกข้อความที่มีรายละเอียดมากกว่าประเด็นสำคัญ ไม่สามารถระบุใจความสำคัญของเรื่องได้อย่างถูกต้อง รวมทั้งยังขาดทักษะในการวิเคราะห์ข้อมูล การเชื่อมโยงเหตุผล และการแสดงความคิดเห็นจากเรื่องที่อ่านอย่างมีหลักฐานสนับสนุน นอกจากนี้ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นการถ่ายทอดความรู้จากครูเป็นหลักอาจทำให้นักเรียนมีโอกาสในการลงมือปฏิบัติ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และสร้างองค์ความรู้ร่วมกันไม่เพียงพอ
ดังนั้น จึงมีความจำเป็นต้องพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้นักเรียน ลงมือปฏิบัติจริง มีส่วนร่วมในการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ตั้งคำถาม วิเคราะห์ข้อมูล และร่วมกันสร้างคำตอบ โดยนำแนวคิดการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) มาผสมผสานกับการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Collaborative Learning) เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้ผ่านกระบวนการคิดและการทำงานร่วมกับผู้อื่นอย่างเป็นระบบ
2. วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
ดำเนินการพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความสำคัญและการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือ (Collaborative Learning) ตามขั้นตอน ดังนี้
1. ศึกษาสภาพปัญหาและวิเคราะห์ผู้เรียน โดยใช้ข้อมูลจากผลการเรียน ผลการประเมินทักษะการอ่าน แบบทดสอบ และการสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ เพื่อวิเคราะห์จุดเด่น จุดที่ควร พัฒนา และความต้องการของผู้เรียน
2. ศึกษาและออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ ที่ส่งเสริมการอ่านจับใจความสำคัญและการคิดวิเคราะห์ โดยคัดเลือกบทอ่านที่มีความหลากหลายและเหมาะสมกับวัยและบริบทของนักเรียน เช่น ข่าว บทความ สารคดี เรื่องสั้น และบทความจากสื่อร่วมสมัย
3. จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ โดยบูรณาการ Active Learning และ Collaborative Learning ให้นักเรียนมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน เช่น
- การกระตุ้นความสนใจและเชื่อมโยงประสบการณ์เดิม
- การตั้งคำถามจากเรื่องที่อ่าน
- การอ่านและค้นหาข้อมูลสำคัญ
- การทำงานเป็นกลุ่มและแบ่งบทบาทหน้าที่
- การอภิปรายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
- การวิเคราะห์และเชื่อมโยงข้อมูล
- การนำเสนอและให้เหตุผล
- การสรุปและสะท้อนผลการเรียนรู้
4. ใช้เทคนิคการเรียนรู้แบบร่วมมือ เช่น การแบ่งกลุ่มคละความสามารถ การกำหนดบทบาทสมาชิกในกลุ่ม การร่วมกันวิเคราะห์บทอ่าน การใช้คำถามกระตุ้นการคิด และการนำเสนอผลการทำงาน เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้จากเพื่อนและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
5. พัฒนาเครื่องมือสำหรับการเรียนรู้และการประเมิน เช่น ใบงานอ่านจับใจความ แผนผังความคิด คำถามเชิงวิเคราะห์ แบบทดสอบก่อนเรียน–หลังเรียน แบบประเมินการคิดวิเคราะห์ และแบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานร่วมกัน
6. ดำเนินการจัดกิจกรรมและเก็บรวบรวมข้อมูล โดยเปรียบเทียบผลการพัฒนาของนักเรียนก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้ รวมทั้งเก็บข้อมูลจากผลงาน การอภิปราย การนำเสนอ และพฤติกรรมการมีส่วนร่วม
7. สะท้อนผลและปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ โดยนำผลการประเมินมาวิเคราะห์หาจุดที่ควรพัฒนา และปรับกิจกรรมให้เหมาะสมกับความแตกต่างระหว่างบุคคลของผู้เรียน
3. ผลลัพธ์ที่คาดหวัง
เชิงปริมาณ
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 มีคะแนนทักษะการอ่านจับใจความสำคัญหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
นักเรียน ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ผ่านเกณฑ์การประเมินทักษะการอ่านจับใจความสำคัญและการคิดวิเคราะห์ในระดับ ร้อยละ 70 ขึ้นไป
นักเรียน ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่น แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และนำเสนอผลการวิเคราะห์จากเรื่องที่อ่านได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด
เชิงคุณภาพ
นักเรียนสามารถ ระบุใจความสำคัญและสาระสำคัญของเรื่องที่อ่าน ได้อย่างถูกต้อง
นักเรียนสามารถ แยกแยะข้อมูล วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของข้อมูล ตีความ และสรุปข้อคิดจากเรื่องที่อ่าน โดยใช้เหตุผลและหลักฐานจากบทอ่านประกอบความคิดเห็น
นักเรียนมีความมั่นใจในการแสดงความคิดเห็น กล้าตั้งคำถาม และสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์
นักเรียนมีทักษะการทำงานร่วมกัน มีความรับผิดชอบต่อบทบาทของตนเอง และสามารถเรียนรู้ร่วมกับเพื่อน
นักเรียนมีเจตคติที่ดีต่อการอ่าน และสามารถนำทักษะการอ่านจับใจความสำคัญและการคิดวิเคราะห์ไปประยุกต์ใช้ในการเรียนรู้และชีวิตประจำวันได้