ข้อตกลงในการพัฒนางานตามมาตรฐานตำแหน่ง
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ชำนาญการ
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ชำนาญการ
ชื่อ-สกุล นางสาวเกษราภรณ์ ปัญยาง
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการ
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
โรงเรียนสตรีศึกษา จังหวัดร้อยเอ็ด
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาร้อยเอ็ด
สอนรายวิชา ภาษาไทยพื้นฐาน ชั้น ม.๖
สอนรายวิชา การพูด ชั้น ม.๔
ครูที่ปรึกษานักเรียน ชั้น ม. ๔/๑๗
๑.๑ ชั่วโมงสอนตามตารางสอน รวมจำนวน ๑๙ ชั่วโมง/สัปดาห์ดังนี้
รายวิชา ภาษาไทยพื้นฐาน ระดับชั้น ม.๖ จำนวน ๑๐ ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชา ภาษาไทยพื้นฐาน ระดับชั้น ม.๔ จำนวน ๖ ชั่วโมง/สัปดาห์
ชั่วโมงโฮมรูม นักเรียนที่ปรึกษาชั้น ม. ๑/๓ จำนวน ๑ ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมยุวกาชาด ระดับชั้น ม.๒ จำนวน ๑ ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมชุมนุม รักษ์ภาษาไทย จำนวน ๑ ชั่วโมง/สัปดาห์
๑.๒ งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ จำนวน ๘ ชั่วโมง/สัปดาห์
๑.๓ งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา จำนวน - ชั่วโมง/สัปดาห์
๑.๔ งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น จำนวน - ชั่วโมง/สัปดาห์
รวมจำนวนชั่วโมง ๒๗ ชั่วโมง/สัปดาห์
ตารางสอนภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๗
ตารางสอนภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๘
๑.๑ ชั่วโมงสอนตามตารางสอน รวมจำนวน ๑๙ ชั่วโมง/สัปดาห์ดังนี้
รายวิชา ภาษาไทยพื้นฐาน ระดับชั้น ม.๖ จำนวน ๑๐ ชั่วโมง/สัปดาห์
รายวิชา การพูด ระดับชั้น ม.๔ จำนวน ๔ ชั่วโมง/สัปดาห์
ชั่วโมงโฮมรูม นักเรียนที่ปรึกษาชั้น ม. ๔/๑๗ จำนวน ๑ ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมยุวกาชาด ระดับชั้น ม.๒ จำนวน ๑ ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมชุมนุม การพูด จำนวน ๑ ชั่วโมง/สัปดาห์
๑.๒ งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ จำนวน ๘ ชั่วโมง/สัปดาห์
๑.๓ งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา จำนวน - ชั่วโมง/สัปดาห์
๑.๔ งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น จำนวน - ชั่วโมง/สัปดาห์
รวมจำนวนชั่วโมง ๒๗ ชั่วโมง/สัปดาห์
๑.๑ สร้างและหรือพัฒนาหลักสูตร
จัดทำรายวิชาและหน่วยการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัดหรือผลการเรียนรู้ตามหลักสูตร เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาสมรรถนะและการเรียนรู้ เต็มตามศักยภาพ โดยมีการพัฒนารายวิชาและหน่วยการเรียนรู้ ให้สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา ผู้เรียน และท้องถิ่น และสามารถ แก้ไขปัญหาในการจัดการเรียนรู้
๑.๒ การออกแบบการจัดการเรียนรู้
ออกแบบการจัดการเรียนรู้โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ทักษะ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และสมรรถนะที่สำคัญ ตามหลักสูตรโดยออกแบบการจัดการเรียนรู้ ที่สามารถแก้ไขปัญหาในการจัดการเรียนรู้ ทำให้ผู้เรียนมีกระบวนการคิดและค้นพบองค์ความรู้ด้วยตนเอง และสร้างแรงบันดาลใจ
๑.๓ จัดกิจกรรมการเรียนรู้
อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ และส่งเสริมผู้เรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพ เรียนรู้และทำงานร่วมกันโดยมีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่สามารถแก้ไขปัญหาการจัดการเรียนรู้ ทำให้ผู้เรียนมีกระบวนการคิดและค้นพบองค์ความรู้ด้วยตนเอง และสร้างแรงบันดาลใจ
๑.๔ สร้างและหรือพัฒนาสื่อ นวัตกรรม เทคโนโลยี และแหล่งเรียนรู้
มีการสร้างและหรือพัฒนาสื่อ นวัตกรรม เทคโนโลยีและแหล่งเรียนรู้สอดคล้องกับกิจกรรมการเรียนรู้ สามารถแก้ไขปัญหาในการเรียนรู้ของผู้เรียนและทำให้ผู้เรียนมีทักษะการคิดและสามารถสร้างนวัตกรรมได้
๑.๕ วัดและประเมินผลการเรียนรู้
วัดและประเมินผลการเรียนรู้ด้วยวิธีการที่หลากหลาย เหมาะสม และสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ และนำผลการวัดและประเมินผลการเรียนรู้มาใช้แก้ไขปัญหาการจัดการเรียนรู้
๑.๖ ศึกษา วิเคราะห์ และสังเคราะห์ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนา การเรียนรู้
มีการศึกษา วิเคราะห์ และสังเคราะห์ เพื่อแก้ไขปัญหาหรือพัฒนาการเรียนรู้ที่ส่งผลต่อคุณภาพ ผู้เรียนและนำผลการศึกษา วิเคราะห์ และสังเคราะห์ มาใช้แก้ไขปัญหาหรือพัฒนาการจัดการเรียนรู้
๑.๗ จัดบรรยากาศที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียน
จัดบรรยากาศที่เหมาะสม สอดคล้องกับความแตกต่างผู้เรียนเป็นรายบุคคล สามารถ แก้ไขปัญหาการเรียนรู้ สร้างแรงบันดาลใจ ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียน ให้เกิดกระบวนการคิด ทักษะชีวิต ทักษะการทำงาน ทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม ทักษะด้านสารสนเทศ สื่อ และเทคโนโลยี
๑.๘ อบรมและพัฒนาคุณลักษณะที่ดีของผู้เรียน.
มีการอบรมบ่มนิสัยให้ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และค่านิยม ความเป็นไทยที่ดีงาม โดยคำนึงถึงความแตกต่างของผู้เรียนเป็นรายบุคคล และสามารถแก้ไขปัญหา ผู้เรียนได้
หลักสูตรสถานศึกษา
ที่มา : academic.strisuksa.ac.th > หลักสูตรสถานศึกษา 🌐 ลิงก์เว็บไซต์
2.1 จัดทำข้อมูลสารสนเทศของผู้เรียนและรายวิชา
2.2 ดำเนินการตามระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน
2.3 ปฏิบัติงานวิชาการและงานอื่น ๆ ของสถานศึกษา
2.4 ประสานความร่วมมือกับผู้ปกครอง ภาคีเครือข่ายและหรือสถานประกอบการ
๒.๑ จัดทำข้อมูลสารสนเทศของผู้เรียนและรายวิชา
มีการจัดทำข้อมูลสารสนเทศของผู้เรียนและรายวิชาโดยมีข้อมูลเป็นปัจจุบัน เพื่อใช้ในการส่งเสริมสนับสนุนการเรียนรู้ แก้ไขปัญหาและพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
๒.๒ ดำเนินการตามระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน
มีการใช้ข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับผู้เรียนรายบุคคล และประสานความร่วมมือกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาผู้เรียน ๒.๓ ปฏิบัติงานวิชาการและงานอื่น ๆ ของสถานศึกษา
ร่วมปฏิบัติงานทางวิชาการ และงานอื่นๆ ของสถานศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา
๒.๔ ประสานความร่วมมือกับผู้ปกครอง ภาคีเครือข่ายและหรือสถานประกอบการ
ประสานความร่วมมือกับผู้ปกครอง ภาคีเครือข่าย และหรือสถานประกอบการ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาและพัฒนาผู้เรียน
3.1 พัฒนาตนเองอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
3.2 มีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้
3.3 นำความรู้ ความสามารถ ทักษะที่ได้จากการจัดการเรียนรู้ การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและการพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
๓.๑ พัฒนาตนเองอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
มีการพัฒนาตนเองอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง เพื่อให้มีความรู้ ความสามารถ ทักษะ และนำผลการพัฒนาตนเองและพัฒนาวิชาชีพ มาใช้ในการจัดการเรียนรู้ที่มีผลต่อคุณภาพผู้เรียน
๓.๒ มีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้
มีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาชีพ เพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาการจัดการเรียนรู้
๓.๓ นำความรู้ ความสามารถ ทักษะที่ได้จากการจัดการเรียนรู้ การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและการพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
นำความรู้ ความสามารถ ทักษะที่ได้จากการพัฒนาตนเองและวิชาชีพมาใช้ในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน และการพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่มีผลต่อคุณภาพผู้เรียน
ประเด็นที่ท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนของผู้จัดทำข้อตกลง ซึ่งปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งครู ต้องแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังของวิทยฐานะครูชำนาญการ คือ การปรับประยุกต์ การจัดการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น (ทั้งนี้ ประเด็นท้าทายอาจจะแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังในวิทยฐานะที่สูงกว่าได้)
ประเด็นท้าทาย การจัดการเรียนรู้ เรื่อง การอ่านเชิงวิเคราะห์ โดยใช้กิจกรรม BBL พร้อมชุดฝึกทักษะพัฒนาการอ่าน สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖
๑. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
ทักษะภาษาไทย ๔ ด้าน คือ ทักษะการฟัง ทักษะการพูด ทักษะการอ่าน และทักษะการเขียน เป็นทักษะสำคัญทุกทักษะ ทักษะการพูดและการอ่าน เป็นทักษะที่ใช้ในการส่งสารส่วนทักษะการฟังและการอ่านเป็นทักษะที่ใช้ในการรับสาร ดังนั้นในการใช้ทักษะทางภาษา จึงจำเป็นต้องมีความสามารถทั้ง ๔ ทักษะ หรือใช้ทักษะทางภาษาให้สัมพันธ์กัน โดยเฉพาะทักษะการเขียนซึ่งเป็นทักษะที่มีการสื่อความหมายเป็นลายลักษณ์อักษร ที่ว่ามนุษย์สมัยก่อนใช้เสียงแสดงความคิดของตนออกมาเป็นคำพูด ต่อมาจึงมีการใช้รูปภาพและเครื่องหมายเป็นสัญลักษณ์ในการแสดงความคิด หลังจากนั้นการอ่านจึงเกิดขึ้นการอ่านมีความสัมพันธ์กับการฟัง การอ่าน การพูด การสังเกตวัสดุสิ่งของอื่น ๆ ก่อน แล้วจึงสามารถนำมาเขียน ถ่ายทอดให้ผู้อื่นเข้าใจได้ คนที่ฟังมาก อ่านมาก สังเกตมาก รู้มาก เห็นมาก จะช่วยให้การพูด และการเขียนพัฒนาขึ้นด้วย ดังนั้นทักษะการเขียนจึงเป็นทักษะที่รวมทักษะการฟัง การพูด และการอ่านไว้ด้วย
ทักษะการอ่านเป็นทักษะที่มีความสำคัญมากทั้งในด้านการศึกษาเล่าเรียนและการดำเนินชีวิตประจำวัน เพื่อสื่อความหมาย ให้ผู้อื่นเข้าใจ ทักษะการเขียน เป็นระบบการสื่อสารและบันทึกการถ่ายทอดภาษา เพื่อแสดงความรู้ ความคิดโดยใช้ตัวหนังสือและเครื่องหมายต่าง ๆ เป็นสัญลักษณ์ ประสิทธิภาพของการเขียนจึงอยู่ที่ความสามารถทางความคิด และการใช้ภาษาของผู้เขียนเอง การที่ผู้เขียนจะสามารถใช้ภาษาสื่อสารให้ผู้อ่านเข้าใจได้ดีเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยประการหนึ่งคือ ผู้เขียนได้ฝึกฝนการอ่านมามากน้อยเพียงใด ทักษะการเขียนนั้น นอกจากจะต้องอาศัยการฝึกฝนแล้ว ยังเป็นทักษะที่ต้องอาศัยทักษะการฟัง การพูดและการอ่านอีกด้วย ว่าเป็นความรู้ที่สามารถฝึกฝนได้ และเป็นศิลป์หมายความว่าเป็นเทคนิควิธีการของผู้เขียนแต่ละคน ที่จะทำให้ผู้อ่านอ่านแล้วประทับใจงานเขียนนั้น
การฝึกทักษะการอ่านจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งแต่การฝึกทักษะการเขียนในการจัดการเรียนการสอนและยังประสบปัญหาอยู่เสมอ นักเรียนไม่รู้ว่าการเขียนจะเป็นประโยชน์ต่อตัวเองอย่างไร ขาดเนื้อเรื่องที่จูงใจในการเขียน และการฝึกหัดเขียนมีน้อยเกินไปการเขียนเป็นทักษะที่ยากและสลับซับซ้อนที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับการฟัง ใช้ภาษาเป็นสื่อ ในการถ่ายทอดของ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖
๒. วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
๒.๑ แบบฝึกการเขียนจำนวน ๒ ชุด คือ แบบฝึกการอ่านเชิงวิเคราะห์ และแบบฝึกการอ่านที่ครูเป็นผู้กำหนดเนื้อเรื่อง ผู้วิจัยได้ดำเนินการตามขั้นตอน ดังนี้
๑. สร้างความรู้ความเข้าใจ กับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ จุดเน้นคุณภาพผู้เรียน และศึกษามาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ของกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ศึกษาการออกแบบหน่วยการเรียนรู้
๒. ศึกษาวิธีสร้างแบบฝึกการอ่านจากเอกสาร วารสาร และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องแบบฝึกการอ่านเชิงสร้างสรรค์และแบบฝึกการอ่านที่ครูเป็นผู้กำหนดเนื้อเรื่อง มีเนื้อหาของแบบฝึก ดังนี้
ตอนที่ ๑ การอ่านคำ
๑. การสร้างคำใหม่จากคำที่กำหนดให้
๒. การอ่านคำที่แสดงความหมายสอดคล้องกับภาพ
๓. การอ่านคำที่สัมพันธ์กับภาพที่กำหนดให้
๔. การอ่านคำจากภาพที่กำหนดให้
ตอนที่ ๒ การอ่านประโยค
๑. การอ่านประโยคจากสิ่งที่กำหนดให้
๒. การอ่านประโยคจากภาพที่กำหนดให้
๓. การอ่านประโยคสนทนาจากภาพที่กำหนดให้
๔. การอ่านประโยคเกี่ยวกับประโยชน์ของสิ่งของที่ปรากฏในภาพที่กำหนดให้
ตอนที่ ๓ การอ่านข้อความ
๑. การอ่านข้อความให้สอดคล้องกับภาพ
๒. การอ่านข้อความที่เป็นเหตุเป็นผลจากภาพ
๓. การอ่านข้อความแสดงความคิดเห็นจากเรื่องที่ฟัง/สรุปข้อคิดจากนิทาน
๔. การอ่านข้อความวิจารณ์เรื่องที่กำหนดให้
ตอนที่ ๔ การอ่านเรื่อง
๑. การอ่านเรื่องเรียงลำดับเหตุการณ์จากภาพ
๒. การอ่านเรื่องเรียงลำดับเหตุการณ์จากภาพ โดยวาดภาพและเขียนต่อเรื่องให้สมบูรณ์
๓. การอ่านเรื่องและบทสนทนาจากภาพที่กำหนดให้
๔. การอ่านเรื่องบรรยายเรื่องจากภาพที่กำหนดให้
๕. การอ่านเรื่องจากคำที่กำหนดให้
๖. การอ่านเรื่องและบทสนทนาจากคำที่กำหนดให้
๗. การอ่านเรื่องจากสิ่งสมมติ
๘. การอ่านเรื่องต่อเรื่อง
๙. การอ่านเองจากภาพตามจินตนาการ
๑๐. การอ่านเรื่องตามจินตนาการ
๒.๓ ให้คุณครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องในเนื้อหา การเฉลยของ ตัวอย่างกิจกรรมและแบบฝึกทักษะ พร้อมทั้งเสนอแนะ เพื่อปรับปรุงแก้ไข
๒.๔ ครูผู้สอนนำแบบฝึกทักษะมาปรับปรุง แก้ไขตามคำแนะนำของคณะครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
๒.๕ นำหน่วยการเรียนรู้และแผนการจัดการเรียนรู้ การวิเคราะห์หลักภาษา เรื่อง การอ่านเชิงวิเคราะห์
รายวิชาภาษาไทยพื้นฐาน รหัสวิชา ท๓๑๑๐๑ ไปจัดกิจกรรมการเรียนรู้ กับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ ทั้งในรูปแบบ ONLINE หรือ ONSITE โดยปรับกิจกรรมให้เหมาะสมกับบริบท
๒.๖ บันทึกผลการเรียนรู้ของนักเรียน ที่เกิดขึ้นจากการกิจกรรมการเรียนรู้ ในโปรแกรม Microsoft Excel และสะท้อนผลการเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ เป็นระยะ หากมีนักเรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินในเรื่องใด ให้ใช้กิจกรรมเพื่อนช่วยเพื่อน และการสอนซ่อมเสริมด้วยวิธีการที่หลากหลาย สำหรับใช้แก้ไขปัญหาการเรียนรู้ ให้นักเรียนได้ศึกษาและทำการทดสอบใหม่จนนักเรียนมีผลการเรียนรู้ผ่านเกณฑ์กำหนด
๓. ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
๓.๑ เชิงปริมาณ
นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ ได้รับการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนการวิเคราะห์หลักภาษา เรื่อง การอ่านเชิงวิเคราะห์ รายวิชาภาษาไทยพื้นฐาน รหัสวิชา ท๓๑๑๐๑ โดยมีคะแนนทดสอบปลายภาคผ่านเกณฑ์ (ร้อยละ ๗๐ ของคะแนนเต็ม) คิดเป็นร้อยละ ๗๐ ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด และนักเรียนทั้งหมดมีความพึงพอใจต่อกิจกรรมจัดการเรียนร็ การวิเคราะห์การอ่าน เรื่อง การอ่านเชิงวิเคราะห์ มีค่าเฉลี่ย อยู่ในระดับ มากขึ้นไป
๓.๒ เชิงคุณภาพ
- นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปี ๖ มีความรู้ความเข้าใจในการวิเคราะห์หลักภาษา เรื่อง การอ่านเชิงวิเคราะห์ โดยใช้แบบฝึกทักษะ และสามารถนำความรู้ที่ได้ากการเรียนรู้ไปเชื่อมโยงกับเนื้อหาอื่น ๆ ในวิชาภาษาไทย
- มีแบบฝึกทักษะการวิเคราะห์การอ่าน เรื่อง การอ่านเชิงวิเคราะห์ สำหรับไว้ใช้ในการจัดการเรียนรู้