ข้อตกลงในการพัฒนางานตามมาตรฐานตำแหน่ง
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ชำนาญการพิเศษ
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ชำนาญการพิเศษ
ชื่อ-สกุล : นางจิระภา ชาไกรยะ
ตำแหน่ง : ครู วิทยฐานะ ชำนาญการพิเศษ
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
โรงเรียนสตรีศึกษา จังหวัดร้อยเอ็ด
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาร้อยเอ็ด
สอนรายวิชาภาษาไทยระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
หัวหน้าระดับชั้นมัธยศึกษาปีที่ 2
ครูที่ปรึกษานักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 2/1
1.1 ชั่วโมงสอนตามตารางสอน รวมจำนวน 13 ชั่วโมง/สัปดาห์ดังนี้
รายวิชา ภาษาไทย ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 12 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมโฮมรูม ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/1 จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมลูกเสือ - เนตรนารี ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมชุมนุมวิชาการ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2-6 จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.2 งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 10 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.3 งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา จำนวน 5 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.4 งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น จำนวน 5 ชั่วโมง/สัปดาห์
รวมจำนวนชั่วโมง 35 ชั่วโมง/สัปดาห์
ประเด็นท้าทาย เรื่อง การพัฒนาทักษะการจับใจความจากแผนภาพความคิด เพื่อส่งเสริมการศึกษาไร้รอยต่อสู่ทักษะการมีงานทำและอาชีพ รายวิชาภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
1. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
พบว่าผู้เรียนจำนวนมากยังมีปัญหาในการอ่านจับใจความสำคัญจากเรื่องที่อ่าน ไม่สามารถสรุปสาระสำคัญหรือเรียบเรียงความคิดของตนเองออกมาในรูปแบบที่เป็นระบบได้ ส่งผลให้ผู้เรียนไม่สามารถนำข้อมูลที่อ่านไปใช้ในการเรียนรู้ในรายวิชาอื่น หรือประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้เรียนบางส่วนยังขาดทักษะในการเชื่อมโยงความรู้จากเนื้อหาที่อ่านกับสถานการณ์ในชีวิตจริง รวมทั้งขาดทักษะในการคิดวิเคราะห์และจัดระบบความคิด ซึ่งเป็นทักษะพื้นฐานสำคัญต่อการเรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้น และการเตรียมความพร้อมสู่การศึกษาในระดับต่อไป รวมถึงการมีทักษะพื้นฐานที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพในอนาคต นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้เรียนบางส่วนไม่สามารถแยกแยะใจความสำคัญและใจความรองจากเรื่องที่อ่านได้อย่างถูกต้อง ส่งผลให้การสรุปความจากเนื้อหาไม่ครบถ้วน และไม่สามารถนำเสนอข้อมูลในรูปแบบที่เข้าใจง่ายได้ ดังนั้น การพัฒนาทักษะการจับใจความสำคัญโดยใช้แผนภาพความคิด (Mind Mapping) จึงเป็นแนวทางสำคัญที่จะช่วยให้ผู้เรียนสามารถจัดระบบความคิด เข้าใจเนื้อหาได้ชัดเจน และส่งเสริมการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อมด้านทักษะการมีงานทำและอาชีพในอนาคตนักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ต่ำกว่า/ไม่ผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนด
2. วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล ให้สอดคล้องมาตรฐานตำแหน่ง
2.1 สร้างความตระหนักและส่งเสริมความสำคัญของการจับใจความสำคัญจากแผนภาพความคิด
ครูผู้สอนได้สร้างความตระหนักให้ผู้เรียนเห็นถึงความสำคัญของการอ่านจับใจความ และการใช้แผนภาพความคิดในการจัดระบบข้อมูล โดยยกตัวอย่างสถานการณ์จริงที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาและ การประกอบอาชีพ เพื่อให้ผู้เรียนเห็นประโยชน์ของการสรุปความอย่างเป็นระบบ มีการจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนศึกษาแผนภาพความคิดตัวอย่างจากเนื้อหาที่หลากหลาย และปรับใช้กระบวนการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียน โดยใช้แนวคิด
S (Strategy + Sufficiency) เพื่อพัฒนาทักษะอย่างเป็นขั้นตอน และส่งเสริมการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
2.2 ฝึกทักษะการจับใจความจากแผนภาพความคิดอย่างต่อเนื่อง
จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นการฝึกปฏิบัติจริง โดยเริ่มจากการอ่านเรื่องสั้น บทความ สารคดี หรือเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันและแนวทางอาชีพ จากนั้นให้ผู้เรียนสร้างแผนภาพความคิดเพื่อสรุปสาระสำคัญของเรื่อง ผู้เรียนได้รับการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น
การสร้างแผนภาพความคิดจากเรื่องที่อ่าน
การนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน
การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อน
การจัดกิจกรรมกลุ่มเพื่อร่วมกันวิเคราะห์เนื้อหาอย่างเป็นระบบ
การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการจัดทำแผนภาพความคิด
รวมถึงการใช้สื่อเทคโนโลยีและแหล่งเรียนรู้ออนไลน์ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา และสามารถสื่อสารกับครูผู้สอนได้อย่างสะดวก ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด
T (Technology) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ และส่งเสริมการศึกษาไร้รอยต่อ
2.3 การประเมินผลและพัฒนาปรับปรุงการจัดการเรียนรู้
ครูและผู้เรียนร่วมกันประเมินผลการเรียนรู้จากผลงานแผนภาพความคิด โดยใช้เกณฑ์การประเมินที่ชัดเจน ครอบคลุมทั้งด้านความถูกต้อง ความครบถ้วน และความคิดสร้างสรรค์ มีการให้ข้อเสนอแนะ คำแนะนำ และการเสริมแรงทางบวก เพื่อสร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้ รวมถึงการศึกษาข้อมูลและทบทวนผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุงและพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น ตามแนวคิด
R (Research + Review)
3. ผลลัพธ์การพัฒนา
3.1 เชิงปริมาณ
ผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ รายวิชาภาษาไทย มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้านการอ่านจับใจความจากแผนภาพความคิดเพิ่มขึ้น โดยร้อยละ ๘๐ ของผู้เรียนสามารถสร้างแผนภาพความคิดจากเรื่องที่อ่านได้อย่างถูกต้อง และสามารถสรุปสาระสำคัญของเนื้อหาได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด
ผู้เรียนสามารถนำทักษะการจับใจความไปประยุกต์ใช้ในการเรียนรู้ในรายวิชาอื่น และสามารถเชื่อมโยงความรู้กับการใช้ในชีวิตประจำวัน รวมถึงแนวทางในการศึกษาต่อและการประกอบอาชีพในอนาคต
3.2 เชิงคุณภาพ
ผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ รายวิชาภาษาไทย มีพัฒนาการด้านทักษะการจับใจความจากแผนภาพความคิดสูงขึ้น สามารถวิเคราะห์เนื้อหาจากเรื่องที่อ่าน และจัดระบบความคิดของตนเองได้อย่างเป็นขั้นตอน ส่งผลให้ผู้เรียนสามารถสื่อสารความคิดได้อย่างชัดเจน และนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการเรียนรู้ในรายวิชาอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผู้เรียนมีความสามารถในการเชื่อมโยงองค์ความรู้กับสถานการณ์ในชีวิตจริง และสามารถนำทักษะการจับใจความจากแผนภาพความคิดไปใช้ในการวางแผนการเรียนรู้ของตนเอง ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการศึกษาไร้รอยต่อ และการเตรียมความพร้อมสู่ทักษะการมีงานทำและอาชีพในอนาคต
การดำเนินงานดังกล่าวยึดหลักการจัดการเรียนรู้ตาม นวัตกรรมโรงเรียนสตรีศึกษา STR-GREAT Model ซึ่งส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดทักษะการคิด วิเคราะห์ สร้างสรรค์ และสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังส่งเสริมคุณภาพ การจัดการเรียนรู้ของครู ให้สามารถพัฒนาผู้เรียนได้อย่างเต็มศักยภาพ ส่งผลต่อการยกระดับคุณภาพผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน