History
History
ปีแห่งการก่อร่าง
พ.ศ.2540 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา ได้จัดตั้งโปรแกรมวิชารัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ โดยได้รวบรวมคณาจารย์ของคณะฯ ที่มีคุณวุฒิทางด้านสังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ โดยมีแนวคิดว่าควรผลิตบัณฑิตในสาขาอื่น ๆ นอกเหนือจากสาขาเดิมที่มีอยู่ (การพัฒนาชุมชน ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย ประวัติศาสตร์ ฯลฯ) เพื่อนำไปสู่การพัฒนาสังคมท้องถิ่นต่อไป และเป็นไปตามปรัชญาของสถาบันราชภัฏ (สถานะเดิม) ที่ว่า "สถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น" และเมื่อพิจารณาถึงคุณวุฒิของอาจารย์ พบว่า มีอาจารย์ที่มีคุณวุฒิทางนิติศาสตร์อยู่หลายท่าน คณาจารย์กลุ่มดังกล่าวจึงมีแนวคิดที่จะจัดตั้งโปรแกรมวิชานิติศาสตร์ขึ้นมาอีก 1 โปรแกรม โดยได้ร่วมกันพัฒนาหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิตขึ้น โดยได้ไปศึกษาดูงานเพื่อนำมาพัฒนาหลักสูตรในหลาย ๆ มหาวิทยาลัย โดยเฉพาะสถาบันราชภัฏเหมือนกัน และหลังจ่ากนั้นได้ดำเนินการเปิดรับสมัครอาจารย์ที่มีคุณวุฒิปริญญาโททางด้านกฎหมาย โดยในปีแรกที่รับสมัคร ปรากฏว่าไม่มีผู้มาสมัคร เข้าสู่การรับสมัครปีที่สองก็ยังไม่มีผู้มาสมัคร เมื่อเข้าสู่ปีที่สามคณะผู้ดำเนินการพัฒนาหลักสูตรจึงได้ปรับเปลี่ยนคุณสมัครของอาจารย์โดยนอกจากรับสมัครผู้มีคุณวุฒิปริญญาโททางด้านกฎหมายแลัว ยังรับสมัครผู้ที่มีคุณวุฒิปริญญาโททางด้านรัฐศาสตร์ ปรากฏว่ามีผู้มาสมัคร 2 คน ซึ่งทั้งสองคนมีคุณวุฒิปริญญาโททางด้านรัฐศาสตร์ และเมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ การจัดตั้งโปรแกรมวิชานิติศาสตร์ ตลอดจนหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิตจึงต้องถูกพักเอาไว้ก่อน (วงศ์ชัย ภูมิระวิ*, 2554)
พ.ศ.2543 จากแนวคิดการจัดตั้งโปรแกรมวิชานิติศาสตร์ ตลอดจนหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิตที่ต้องถูกพักเอาไว้ก่อนนั้น จึงก่อให้เกิดแนวทางใหม่ นั่นคือการจัดตั้งโปรแกรมวิชารัฐประศาสนศาสตร์เข้ามาแทนที่ และคณาจารย์ที่รับเข้ามาใหม่ในคุณวุฒิปริญญาโททางด้านรัฐศาสตร์ และคณาจารย์เดิมจึงร่วมกันพัฒนาหลักสูตรใหม่ที่มีชื่อว่า "ศิลปศาสตรบัณฑิต สาขารัฐประศาสนศาสตร์" โดยได้เชิญอาจารย์ที่มีคุณวุฒิปริญญาโททางด้านรัฐประศาสนศาสตร์ จากคณะวิทยาการจัดการมาร่วมดำเนินการพัฒนาหลักสูตรด้วย (ผศ.สุเทพ ทิพย์ธารา และ อ.อารี วากะมะ) และเพื่อให้หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขารัฐประศาสนศาสตร์ มีความสมบูรณ์ที่สุด คณะกรรมการพัฒนาหลักสูตรได้ไปศึกษาดูงานในหลาย ๆ มหาวิทยาลัยเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะสถาบันราชภัฏในภาคใต้ คือ นครศรีธรรมราช และยะลา และด้วยเหตุที่คณาจารย์ของโปรแกรมวิชาส่วนใหญ่มีคุณวุฒิปริญญาโททางด้านกฎหมาย หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขารัฐประศาสนศาสตร์ ของสถาบันราชภัฏสงขลาขณะนั้น จึงกระเดียดไปทางนิติศาสตร์ นับตั้งแต่นั้นมา (วงศ์ชัย ภูมิระวิ*, 2554; นิคม นิลรัตน์**, 2545) ซึ่งโปรแกรมวิชาและหลักสูตรกลับมองว่านี้คือความโดดเด่นของหลักสูตรของเรานั่นเอง
ปีแห่งการเริ่มต้น
พ.ศ.2544 เปิดรับนักศึกษารุ่นแรกทั้งภาคปกติ และภาค กศ.บป.
พ.ศ.2545 ระงับการรับนักศึกษาทั้งภาคปกติ และภาค กศ.บป. ด้วยเหตุผลด้านอาจารย์ผู้สอนมีไม่เพียงพอ
พ.ศ.2546 เริ่มกลับมารับนักศึกษารุ่นที่สองทั้งภาคปกติ และภาค กศ.บป.
พ.ศ.2548 เข้าสู่ช่วงเวลาของการปรับปรุงหลักสูตรครั้งที่ 1 ตามรอบ 5 ปี โดยมีการปรับปรุงรายวิชาให้มีความทันสมัยมากขึ้น แต่ยังคงใช้ชื่อหลักสูตรเดิม คือ "หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขารัฐประศาสนศาสตร์ หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2549"
พ.ศ.2549 รับนักศึกษาหลักสูตรปรับปรุงใหม่ครั้งที่ 1 เป็นปีแรก
ปีแห่งความมั่นคง
พ.ศ.2553 ครอบรอบ 10 ปีแห่งการก่อตั้งโปรแกรมวิชารัฐประศาสนศาสตร์
พ.ศ.2554 จัดกิจกรรม 10 ปีรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา แต่เริ่มจัดกิจกรรมในปี 2554 เมื่อวันที่ 30 กรกฏาคม 2554 ในชื่องานว่า "1 ทศวรรษ รัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา" และการครบรอบ 10 ปี ของโปรแกรมวิชาฯ คณะกรรมการบริหารโปรแกรมได้ร่วมกันจัดทำวารสารเล่มแรกของโปรแกรมฯ โดยใช่ชื่อว่า "วารสารวิชาการรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา" ซึ่งถือเป็นปีที่ 1 ฉบับที่ 1 พิเศษเนื่องในโอกาส 1 ทศวรรษ รับประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา กรกฏาคม 2545 โดยได้บรรจุงานเขียนของคณาจารย์โปรแกรมวิชาทุกท่านในช่วงนั้น
พ.ศ.2554 คณะกรรมการโปรแกรมวิชารัฐประศาสนศาสตร์ได้เกิดแนวคิดในการสร้างความเป็นตัวตนให้กับหลักสูตรจึงร่วมกันร่างหลักสูตรปรัปรุงจากเดิม "หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขารัฐประศาสนศาสตร์" เป็น "หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต" ซึ่งเป็นหลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2555 โดยหลักสูตรดังกล่าวได้แบ่งออกเป็น 4 สาขาวิชา ได้แก่ สาขาการจัดการภาครัฐและเอกชน สาขานโยบายสาธารณะและการวางแผน สาขาการบริหารจัดการท้องถิ่น และสาขาการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งถือเป็นการปรับปรุงหลักสูตรครั้งที่ 2
พ.ศ.2555 เป็นปีการศึกษาแรกที่เปิดรับนักศึกษาทั้งภาคปกติ และภาค กศ.บป. ในชื่อหลักสูตรใหม่ คือ "รัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต"
ปีแห่งการขยาย
พ.ศ.2559 ข้าสู่ช่วงเวลาของการปรับปรุงหลักสูตรครั้งที่ 3 ตามรอบ 5 ปี โดยมีการปรับปรุงรายวิชาให้มีความทันสมัยมากขึ้นในชื่อหลักสูตร "รัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2559" โดยหลักสูตรดังกล่าวได้แบ่งออกเป็น 4 สาขาวิชา ได้แก่ สาขานวัตกรรมการจัดการภาครัฐ สาขานโยบายสาธารณะและการวางแผน สาขาการบริหารจัดการท้องถิ่น และสาขาการบริหารทรัพยากรมนุษย์ โดยจะเปิดรับนักศึกษารุ่นแรกของหลักสูตรปรับปรุงใหม่ ในปีการศึกษา 2560
พ.ศ.2560 เกิดแนวคิดการขยายการเรียนการสอนศาสตร์ทางด้านรัฐประศาสนศาสตร์ไปสู่บัณฑิตศึกษา นั่นคือ การเปิดสอนในระดับปริญญาโท เนื่องจากความพร้อมในด้านอาจารย์ผู้สอนที่ได้ทยอยกันกลับมาจากการศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก โดยจะได้เริ่มบรรจุหลักสูตร รัฐประศานศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการจัดการสาธารณะและกฎหมายมหาชน (Public Management and Law) ไว้ในแผนการพัฒนาหลักสูตรของมหาวิทยาลัยปีงบประมาณ พ.ศ.2561 โดยหลักสูตรดังกล่าว คณาจารย์ในโปรแกรมวิชามองว่าเป็นหลักสูตรที่มีความโดดเด่นและแตกต่างจากหลักสูตรปริญญาโทในสาขาเดียวกันของมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ซึ่งเหมือนเป็นการเติมจุดเด่นให้กับมหาบัณฑิตทางด้านรัฐประศาสนศาสตร์ ที่จะต้องใช้ในงานทางการบริหารจัดการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขยายตัวทางด้านการบริหารจัดการของท้องถิ่น
ปีแห่งความยั่งยืน
พ.ศ.2563 เข้าสู่ช่วงเวลาของการปรับปรุงหลักสูตรในระดับปริญญาตรีครั้งที่ 4 ตามรอบ 5 ปี โดยมีการปรับปรุงรายวิชาให้มีความทันสมัยมากขึ้น พร้อมมีแนวคิดการสร้างความโดดเด่นแก่ผู้เรียนในสาขารัฐประศาสนศาสตร์ ในชื่อหลักสูตร "หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2564" โดยหลักสูตรดังกล่าวได้แบ่งออกเป็น 3 สาขาวิชาเอก ได้แก่ สาขาวิชานโยบายสาธารณะและนวัตกรรมทางการบริหาร สาขาวิชาการจัดการปกครองท้องถิ่น และสาขาวิชาการบริหารงานยุติธรรมและกฎหมาย โดยจะเปิดรับนักศึกษารุ่นแรกของหลักสูตรปรับปรุงใหม่ ในปีการศึกษา 2564
พ.ศ.2568 เข้าสู่ช่วงเวลาของการปรับปรุงหลักสูตรในระดับปริญญาตรีครั้งที่ 5 ตามรอบ 5 ปี โดยมีการปรับปรุงรายวิชาให้มีความทันสมัยมากขึ้น และยังคงแนวคิดการสร้างความโดดเด่นแก่ผู้เรียนในสาขารัฐประศาสนศาสตร์ ในชื่อหลักสูตร "หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ หลักสูตรปรับปรุง พ.ศ.2564" โดยหลักสูตรดังกล่าวได้แบ่งออกเป็น 3 สาขาวิชาเอก ได้แก่ สาขาวิชานโยบายสาธารณะ สาขาวิชาการจัดการปกครองท้องถิ่น และสาขาวิชาการบริหารงานยุติธรรม โดยจะเปิดรับนักศึกษารุ่นแรกของหลักสูตรปรับปรุงใหม่ ในปีการศึกษา 2569
พ.ศ.2568 จากความพยายามของคณาจารย์ในหลักสูตรที่ต้องการสร้างให้สถาบันแห่งนี้มีระดับของศาสตร์ทางด้านรัฐประศาสนศาสตร์ที่สูงขึ้น เป็นแหล่งต่อยอดทางความคิดและการปฏิบัติก่อให้เกิดหลักสูตรในระดับบัณฑิตศึกษาเกิดขึ้น นั้นคือ ''หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานโยบายสาธารณะและการจัดการท้องถิ่น หลักสูตรใหม่ พุทธศักราช 2569" โดยทำการเปิดรับ 3 แผน ดังนี้
แผน 1 แบบวิชาการ (ทำวิทยานิพนธ์อย่างเดียว 36 หน่วยกิต) จำนวน 36 หน่วยกิต
แผน 1 แบบวิชาการ (ศึกษารายวิชา 18 หน่วยกิต และทำวิทยานิพนธ์ 18 หน่วยกิต) จำนวน 36 หน่วยกิต
แผน 2 แบบวิชาชีพ (ศึกษารายวิชา 30 หน่วยกิต และค้นคว้าอิสระ 6 หน่วยกิต) จำนวน 36 หน่วยกิต