หน้านี้รวมเกร็ดต่าง ๆ มาฝากกันนะครับ
ก่อนไปประชุมเตรียมเนื้อหาการประชุมพร้อมหรือยัง
การเตรียมพร้อมด้านเนื้อหาวิชาการที่รับผิดชอบต้องมี
การศึกษาเอกสารการประชุม
ต้องรู้ว่า วาระนั้น รายงานความก้าวหน้าเฉย ๆ หรือมีร่างมติ(Draft Resolution) ให้พิจารณา การให้แก้ไขข้อความ(amendment)ทำกับ draft resolution เท่านั้น ไม่ทำกับ Report อย่างเด็ดขาด การให้ข้อเสนอแนะต่อ Report สามารถทำได้ หรืออาจสอบถามคณะ secretariat ในเนื้อหาหรือกระบวนการที่เกี่ยวข้องแต่ไม่ได้แสดงไว้ในรายงานก็ได้
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
กำหนดท่าทีและให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อ Global Health
ระวัง อย่าให้การอภิปรายเป็นการเล่าเรื่องการทำงานในประเทศให้ใคร ๆ เขาฟัง พูดย่อ ๆให้เป็นหลักการ หรือเป็นเหตุผลสนับสนุนข้อเสนอแนะที่เราเสนอนั้นทำได้ เคยมีบางประเทศพูดน้ำท่วมทุ่งว่าฉันทำอะไรบ้าง
เตรียมการสรุปล่วงหน้า - สรุปความเป็นมาและประเด็นสำคัญต่าง ๆ ไว้ตั้งแต่ยังไม่ออกเดินทาง ประมาณครึ่งหน้า เมื่อเข้าประชุมก็สรุปเพิ่มว่าไทยเสนออะไรไปบ้าง ประเทศต่าง ๆ อภิปรายแง่มุมใดบ้าง สุดท้าย เอกสารมติที่รับรองผ่านตามที่เสนอหรือไม่ เมื่อได้เอกสารมติที่รับรองแล้ว(adopted resolution) ก็มาสรุปเนื้อหาเรื่องนี้ทั้งหมดได้ ส่งให้ผู้ประสานงานสำนักสาธารณสุขระหว่างประเทศ (สรป.) ก่อนกลับเมืองไทยเลยยิ่งดีสุดยอดครับ
รู้เนื้อหา รู้กระบวนการ รู้คน จะทำงานสนุก
ผมสรุปจากที่ อ.นพ.สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ กล่าวใน workshop เตรียมพร้อมผู้เข้าประชุม WHA และขอขยายความให้ชัดเจนขึ้น กล่าวคือ
รู้เนื้อหา - ความเข้าใจเรื่องราววาระการประชุมอย่างดี รู้สถานการณ์โรค รู้ความรุนแรงของปัญหา จุดอ่อน จุดแข็งของมาตรการที่ดำเนินงานอยู่
รู้กระบวนการ - เช่น เห็นการอ้างรหัสเอกสารของการประชุมก่อน ๆ สามารถไปค้นมาอ่านได้ รู้ว่า Report เป็นอย่างไร Resolution เป็นอย่างไร การมีเอกสารการประชุมเพิ่มเติมเป็น conference paper หมายความว่าอย่างไร รู้ว่าการประชุมอยู่ห้องไหน ถ้าเสนอแก้ไขแล้ว ประธานนัดให้นำเอกสารที่แก้ไขแล้วมาพิจารณาอีกเมื่อใด มติที่ adopted แล้วออกหรือยัง เป็นต้น
ตัวอย่างขั้นตอนที่น่าสนใจคือ
1. เสนอรายงาน(Report)และร่างมติ(Draft Resolution) เช่น กลไกการควบคุมโรคระบาด ก.
2. ประเทศสมาชิกเสนอแก้ไขข้อความใน draft resolution
3. ถ้าข้อเสนอแก้ไขมีความขัดแย้งหรือมีข้อพิจารณามาก จะตั้ง drafting group ไปหาข้อยุติ สรุปเป็นร่างมาเสนอ แต่ถ้าข้อแก้ไขไม่มาก ให้ข้ามไปข้อนี้ไป
4.ฝ่ายเลขารวบรวมข้อแก้ไขไปทำเอกสารมาใหม่
5. นำเสนอที่ประชุมอีกครั้งเพื่อรับรอง
รู้คน - หลายครั้งต้องประสานงาน และ lobby การล็อบบี้คือการหาแนวร่วมสนับสนุน ซึ่งในการทำงานทางวิชาการเช่นนี้ ต้องมีข้อมูลหรือหลักการเหตุผลที่ดีเพื่อโน้มน้าวให้ผู้อื่นเห็นคล้อย การล็อบบี้เป็นการเจรจาไม่เป็นทางการ หากได้รับการสนับสนุนในที่ประชุม ก็จะมีการตามไปขอบคุณหลังการประชุมหรือหลังวาระนั้น เป็นมารยาทที่ไม่ควรละเลยอย่างหนึ่ง
การรู้จักว่าใครมาจากประเทศใด ใช้การสังเกตคนนั่งตามป้ายชื่อประเทศ
รู้จักกายวิภาคของเอกสารการประชุม
หมายความว่า ต้องรู้จักและเข้าใจส่วนประกอบของเอกสาร ช่วยให้รู้ว่าตอนใดสำคัญ ตอนใดเน้น แต่ละตอนเชื่อมโยงกันอย่างไร และต้องรู้ว่า Draft Resolution ทั้งฉบับนั้น คือประโยค ๆ เดียว!!
หัวกระดาษ - เอกสารรหัสอะไร มาจากการประชุมครั้งที่เท่าไหร่ EB หรือ WHA เวอร์ชั่นวันที่เท่าไหร่
ส่วนประธาน - เช่น ที่ประชุมสมัชชาอนามัยโลก,
Preamble Paragraph - เป็นส่วนขยายต่อเนื่องจากประธาน สาธยายความว่า รับทราบประเด็นอะไร ตระหนักเรื่องอะไร ฯลฯ ย่อหน้าละประเด็นหลัก จบท้ายด้วย semicolon ให้รู้ว่าเป็นส่วนขยาย ยังไม่จบประโยค
Operative Paragraph - หลังจากสาธยายว่าประธานได้เห็นได้ทราบประเด็นต่าง ๆแล้ว จึงได้ทำดังนี้ ตัวอย่างเช่น URGES Member States, หรือ Request to DG ให้ทำตามย่อหน้าย่อย(subparagraph)ที่ 1 2 3 มีเลขกำกับ จนถึงย่อหน้าสุดท้าย จึงจบประโยค
เวลาเสนอแก้ไขถ้อยคำ ต้องอ้างอิงว่า Paragraph ที่เท่าไหร่ Subparagraph ที่เท่าไหร่ เช่นขอแก้ Operative Paragraph 1, Sub Para 3
เวลาจะแทรกย่อหน้าย่อย ถ้ากล่าวว่า to insert OP1, Sub Para 5bis หมายความว่า ขอให้แทรกย่อหน้าย่อยอันใหม่หลังย่อหน้าย่อยที่ 5 เดิม