แนวคิดของภาษาโปรแกรมและกรอบแนวคิด
o เข้าใจ (อธิบาย) ที่มาและแนวคิดของภาษาโปรแกรมระดับสูง
o เข้าใจ (อธิบาย) การจัดแบ่งภาษาโปรแกรมตามกรอบแนวคิด
o วิเคราะห์ (ระบุ) ข้อดีข้อเสียของคุณลักษณะต่างๆ ของภาษาโปรแกรมตามเกณฑ์ที่ใช้ในการประเมินภาษา
o ประเมิน (เลือก) ภาษาโปรแกรมให้เหมาะสมกับลักษณะงาน (โดเมนของงาน)
วากยสัมพันธ์
o เข้าใจ (อธิบาย) การเขียนไวยากรณ์ของภาษาโปรแกรมทั้ง 3 รูปแบบ ได้แก่ BNF, EBNF, Syntax diagram
o ประยุกต์ (ยกตัวอย่าง) คำสั่งกับไวยากรณ์ที่มีความสัมพันธ์ใน reference manual ของภาษาโปรแกรม
o วิเคราะห์ (ระบุ) ไวยากรณ์ที่มีความกำกวม
ตัวประมวลผลภาษา
o เข้าใจ (อธิบาย) ขั้นตอนการแปลภาษาทั้ง 3 รูปแบบ คือ คอมไพเลอร์ อินเทอร์พรีเตอร์ และไฮบริด
o ประยุกต์ (ยกตัวอย่างหรือจัดกลุ่ม) ตัวแปลภาษาทั้ง 3 รูปแบบได้
ความหมายของชนิดข้อมูล คำสั่งที่ใช้ควบคุมลำดับการทำงาน คำสั่งที่ใช้ควบคุมโปรแกรมย่อย
o เข้าใจ (อธิบาย) ชนิดข้อมูลต่างๆ ในแง่พื้นที่จัดเก็บ ช่วงค่าที่เป็นได้ ลักษณะการใช้งาน
o เข้าใจ (อธิบาย) ความหมายของคำสั่ง ในแง่การเชื่อมโยงตัวแปรกับคุณลักษณะต่างๆ การทำงานของหน่วยความจำ ลำดับการทำงาน
o ประยุกต์ (แสดงภาพ) การจัดเก็บข้อมูลในหน่วยความจำของตัวแปรชนิดต่างๆ และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเมื่อทำงานตามคำสั่ง
o วิเคราะห์ (เลือก) ขนิดข้อมูล หรือคำสั่งที่เหมาะกับการเขียนโปรแกรมเพื่อแก้ปัญหา
การศึกษาและการเปรียบเทียบกรอบแนวคิดหลักของภาษาโปรแกรม
o เข้าใจ (อธิบาย) ลักษณะที่สำคัญของภาษาตามกรอบแนวคิดหลัก ได้แก่ ภาษาเชิงคำสั่ง ภาษาเชิงวัตถุ ภาษาเชิงฟังก์ชัน ภาษาเชิงตรรกะ
o วิเคราะห์ (เปรียบเทียบ) ความเหมือนหรือความต่างของภาษาตามกรอบแนวคิด
o ประยุกต์ (ยกตัวอย่าง) ส่วนของโปรแกรมที่สัมพันธ์กับแนวคิดของภาษาเชิงวัตถุ
o เข้าใจ (อธิบาย) ส่วนประกอบและโครงสร้างไวยากรณ์ของภาษาเชิงฟังก์ชันและเชิงตรรกะ
o สร้าง (เขียน) โปรแกรมโดยใช้ภาษาเชิงฟังก์ชันและเชิงตรรกะ เพื่อแก้ปัญหาอย่างง่าย
ขอให้ login google ด้วย account มหาวิทยาลัย @silpakorn.edu จึงจะเห็น slide และเอกสารประกอบ
วัตถุประสงค์
อธิบายที่มาและแนวคิดของภาษาโปรแกรมระดับสูง
อธิบายการจัดแบ่งภาษาโปรแกรมตามกรอบแนวคิด
ระบุข้อดีข้อเสียของคุณลักษณะต่างๆ ของภาษาโปรแกรมตามเกณฑ์ที่ใช้ในการประเมินภาษา
เลือกภาษาโปรแกรมให้เหมาะสมกับลักษณะงาน (โดเมนของงาน)
อธิบายขั้นตอนการแปลภาษาทั้ง 3 รูปแบบ คือ คอมไพเลอร์ อินเทอร์พรีเตอร์ และไฮบริด
ยกตัวอย่างหรือจัดกลุ่มตัวแปลภาษาทั้ง 3 รูปแบบได้
วัตถุประสงค์
อธิบายการเขียนไวยากรณ์ของภาษาโปรแกรมทั้ง 3 รูปแบบ ได้แก่ BNF, EBNF, Syntax diagram
ยกตัวอย่างคำสั่งกับไวยากรณ์ที่มีความสัมพันธ์ใน reference manual ของภาษาโปรแกรม
ระบุไวยากรณ์ที่มีความกำกวม
วัตถุประสงค์
อธิบายความหมายของคำสั่ง ในแง่การเชื่อมโยงตัวแปรกับคุณลักษณะต่างๆ การทำงานของหน่วยความจำ ลำดับการทำงาน
แสดงภาพการจัดเก็บข้อมูลในหน่วยความจำของตัวแปรชนิดต่างๆ และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเมื่อทำงานตามคำสั่ง
วัตถุประสงค์
เลือกชนิดข้อมูล หรือคำสั่งที่เหมาะกับการเขียนโปรแกรมเพื่อแก้ปัญหา
อธิบายชนิดข้อมูลต่างๆ ในแง่พื้นที่จัดเก็บ ช่วงค่าที่เป็นได้ ลักษณะการใช้งาน
วัตถุประสงค์
อธิบายความหมายของนิพจน์
อธิบายความหมายของคำสั่งกำหนดค่า
อธิบายความหมายของคำสั่งควบคุม ในแง่การเชื่อมโยงกับขอบเขต การทำงานของหน่วยความจำ ลำดับการทำงาน
วัตถุประสงค์
อธิบายความหมายของคำสั่งควบคุม
อธิบายความหมายของคำสั่งควบคุม ในแง่การเชื่อมโยงกับขอบเขต การทำงานของหน่วยความจำ ลำดับการทำงาน
วัตถุประสงค์
อธิบายความแตกต่างของโปรแกรมย่อยทั้ง 2 ประเภทได้
เข้าใจการทำงานของโปรแกรมย่อยในแง่การส่งผ่านพารามิเตอร์ การเรียกใช้
อธิบายความหมายของโปรแกรมย่อย ในแง่ลำดับการทำงาน เมื่อมีการเรียกใช้
ประยุกต์ (แสดงภาพ) การจัดเก็บข้อมูลในหน่วยความจำของตัวแปรหรือพารามิเตอร์ที่เกี่ยวข้องและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเมื่อโปรแกรมย่อยทำงาน
เขียนโปรแกรมย่อยในภาษา C/Java/Python ตามความหมายที่ต้องการได้
วัตถุประสงค์
อธิบายแนวคิดของภาษาเชิงคำสั่งได้
เข้าใจกลไกการจัดการความผิดปกติของโปรแกรม
อธิบายลักษณะสำคัญของภาษาเชิงคำสั่ง
รู้จักไลบรารีในภาษาเชิงคำสั่ง
ยกตัวอย่างภาษาเชิงคำสั่ง และลักษณะเด่นๆ ของภาษาได้
วัตถุประสงค์
อธิบายแนวคิดของชนิดข้อมูลแบบนามธรรม (ADT) และความเชื่อมโยงกับคลาสได้
อธิบายหลักการพื้นฐานของการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ (OOP) ได้
ระบุและอธิบายลักษณะสำคัญ 4 ประการของภาษาเชิงวัตถุ (Encapsulation, Inheritance, Polymorphism, Abstraction) ได้
ชี้ส่วนของโค้ดโปรแกรมที่แสดงถึง คลาส, การห่อหุ้ม, การสืบทอดคุณสมบัติ, และการเชื่อมโยงแบบไดนามิกได้
ออกแบบและสร้างคลาสง่ายๆ ตามโจทย์ที่กำหนดได้
เปรียบเทียบข้อแตกต่างสำคัญระหว่างภาษาเชิงคำสั่ง (Imperative) และภาษาเชิงวัตถุ (OO) ได้
ยกตัวอย่างภาษาเชิงวัตถุที่นิยมใช้ในปัจจุบันได้อย่างน้อย 3 ภาษา
วัตถุประสงค์
อธิบายแนวคิดของการเขียนโปรแกรมเชิงฟังก์ชัน
ระบุลักษณะที่สำคัญของภาษาเชิงฟังก์ชัน
อธิบายส่วนประกอบของภาษาเชิงฟังก์ชัน และระบุส่วนของโปรแกรมที่สอดคล้องกันได้
เขียนโปรแกรมภาษาเชิงฟังก์ชันจากสมการและโจทย์ปัญหาอย่างง่ายได้
ระบุข้อแตกต่างระหว่างภาษาเชิงกระบวนคำสั่ง และภาษาไร้กระบวนคำสั่ง
ยกตัวอย่างภาษาเชิงฟังก์ชันที่เป็นที่นิยม
วัตถุประสงค์
อธิบายแนวคิดของการเขียนโปรแกรมเชิงตรรกะ
ระบุลักษณะที่สำคัญของภาษาเชิงตรรกะ
อธิบายส่วนประกอบของภาษาเชิงตรรกะ และระบุส่วนของโปรแกรมที่สอดคล้องกันได้
เขียนโปรแกรมภาษาเชิงตรรกะเพื่อแก้โจทย์ปัญหาอย่างง่ายได้
2568: Ruby Tutorial, (via Gitbook)
2567: C# Tutorial, PHP Tutorial
2566: Dart Tutorial
2565: GO Tutorial
2654: JavaScript Tutorial
วัตถุประสงค์
เรียนรู้หลักการเขียนโปรแกรมด้วยภาษา Javascript โดยเรียนรู้ด้วยตนเอง และถ่ายทอดความรู้ให้ผู้อื่นได้
ระบุลักษณะและส่วนประกอบที่สำคัญของภาษา Javascript
อธิบายการเขียนโปรแกรมเชิงคำสั่งด้วยภาษา Javascript และความหมายของคำสั่งได้
อธิบายการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ และระบุความหมาย และส่วนของโปรแกรมที่สอดคล้องกันได้
เขียนโปรแกรมภาษา Javascript เพื่อแก้โจทย์ปัญหาอย่างง่ายได้
เปรียบเทียบข้อแตกต่างระหว่างภาษา Javascript กับภาษา C, Java และ Python ได้
รวมเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับการเรียน
ข้อสอบเก่า ข้อสอบกลางภาคและปลายภาคในปีการศึกษาก่อนหน้า
517321 PL กลุ่ม Facebook สำหรับประกาศข่าวสาร ซักถาม
https://www.typingstudy.com เว็บไซต์ฝึกพิมพ์ดีดสัมผัส และทดสอบพิมพ์ดีด (speedtest)
อาจารย์ผู้สอน
ผศ. ดร.ทัศนวรรณ ศูนย์กลาง
soonklang_t@silpakorn.edu
ห้องพักอาจารย์โซน 3 ภาควิชาคอมพิวเตอร์ ชั้น 6 อาคารวิทยาศาสตร์ 1
Facebook group: 517321 PL