ส่วนที่ 2 ข้อตกลงในการพัฒนางานที่เป็นประเด็นท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน
ส่วนที่ 2 ข้อตกลงในการพัฒนางานที่เป็นประเด็นท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน
ประเด็นที่ท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน ของผู้จัดทำข้อตกลง ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ ต้องแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังของวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ คือ การริเริ่ม พัฒนา การจัดการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น
หรือมีการพัฒนามากขึ้น (ทั้งนี้ ประเด็นท้าทายอาจจะแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังในวิทยฐานะที่สูงกว่าได้)
ประเด็นท้าทาย
ประเด็นท้าทาย เรื่อง การพัฒนาทักษะการอ่านโดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านPhrasal Verbs ในรายวิชา การอ่านภาษาอังกฤษเชิงวิเคราะห์ 6 (อ30206)
สําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
1. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และและคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
ความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีในปัจจุบัน ทำให้โลกมีวัฒนาการและมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง มนุษย์สามารถติดต่อสื่อสารอย่างไร้พรมแดน ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากการเจริญเติบโตของเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งต่างก็หลั่งไหลเข้าสู่ประเทศไทย สังคมไทย และคนไทย ซึ่งข้อมูลเหล่านี้เป็นภาษาอังกฤษ จึงจำเป็นที่การจัดการศึกษาของประเทศต้องเร่งพัฒนา ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงเพื่อพัฒนาคนในประเทศ ให้มีศักยภาพเพียงพอต่อการดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพซึ่งสอดคล้องกับความมุ่งหมายและหลักการของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2545 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่2) พ.ศ.2545 มาตรา 6 การจัดการศึกษา
ต้องเป็นไป เพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ สติปัญญา ความรู้ มีคุณธรรมและจริยธรรม สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข
ภาษาอังกฤษเป็นภาษาสากลที่สำคัญในการติดต่อสื่อสาร ทักษะที่สำคัญในการแสวงหาความรู้ คือทักษะการอ่าน การอ่านเป็นทักษะที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตในโลกปัจจุบัน ผู้ที่อ่านมากย่อมมีความรู้มาก ทักษะการอ่านภาษาอังกฤษจัดว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนยุคใหม่ การอ่านเป็นเครื่องมือสำคัญยิ่งสำหรับการแสวงหาความรู้ เพราะการอ่านจะช่วยสร้างเสริมความรู้ความคิดของคนให้เพิ่มพูนยิ่งขึ้น การอ่านมีบทบาทสำคัญในการเรียนทุกระดับ ในบรรดาทักษะภาษาอังกฤษอันประกอบด้วยทักษะการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียนนั้น ทักษะที่จำเป็นมากที่สุดคือ ทักษะการอ่าน ซึ่งต้องใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น การอ่านฉลากยา การอ่านป้ายโฆษณา ตลอดจนวิธีการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มาจากต่างประเทศ ตลอดจนความจำเป็นในการอ่านคำศัพท์อ่านบทความหรือเรื่องสั้นภาษาอังกฤษของนักเรียน ดังนั้นทักษะการอ่านจึงเป็นทักษะที่นักเรียนต้องการ
และควรได้รับการส่งเสริมเป็นอย่างยิ่ง
ในการเรียนการสอนวิชาภาษาอังกฤษให้ความสำคัญในเรื่องทักษะการอ่านคำศัพท์ Phrasal verbs พบปัญหาว่ามีนักเรียนในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวนหนึ่งมีปัญหา
ด้านการอ่านคำศัพท์ Phrasal verbs เนื่องจากนักเรียนอ่านข้อความ หรือประโยคที่ใช้ Phrasal verbs แล้วแปลไม่ได้ ทำให้การสื่อสารไม่มีประสิทธิภาพ การสื่อความจากผู้ส่งสารกับผู้รับสารไม่สอดคล้องกัน ด้วยเหตุผลดังกล่าวทำให้ครูผู้สอนมีความสนใจในการนำแบบฝึกทักษะการอ่านPhrasal Verbs เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านในวิชาภาษาอ่านอังกฤษ
เชิงวิเคราะห์ 6 (อ30206) นักเรียนให้มีประสิทธิภาพในการอ่านสูงขึ้น และรู้คุณค่าของการเรียนภาษาอังกฤษ เพื่อประโยชน์ในการศึกษาต่อในขั้นและสูงขึ้นและเพื่อประกอบอาชีพต่อไป
2. วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
1. ปฏิบัติการสอนโดยครูผู้สอนปฏิบัติการสอนตามชุดแบบฝึกทักษะการพัฒนาทักษะการอ่านโดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านPhrasal Verbs ในรายวิชา การอ่านภาษาอังกฤษ
เชิงวิเคราะห์ 6 (อ30206) สําหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
2. นักเรียนทําการทดสอบหลังเรียน หลังจากครูผู้สอนดําเนินการสอนตามแบบฝึกทักษะ
3. ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
1. เชิงปริมาณ
- นักเรียนที่เรียนรายวิชาการอ่านภาษาอังกฤษเชิงวิเคราะห์ 6 (อ30206) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีคะแนนทดสอบปลายภาคผ่านเกณฑ์ร้อยละ 80
2. เชิงคุณภาพ
- นักเรียนที่เรียนรายวิชาการอ่านภาษาอังกฤษเชิงวิเคราะห์ 6 (อ30206) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการอ่านและนำความรู้ที่ได้ไปเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน การศึกษาต่อและการประกอบอาชีพต่อไป
4. การทดลองใช้ (Implementation)
4.1 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
1. ประชากร คือ นักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 291 คน
2. กลุ่มตัวอย่างคือ นักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6/4 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 39 คน
4.2 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยนวัตกรรม
เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล ได้แก่ แบบทดสอบก่อนและหลังใช้แบบฝึกทักษะ
5. การเก็บรวบรวมข้อมูล (Data Collection)
ผู้วิจัยได้ดำเนินตามขั้นตอนดังนี้
1. นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน ( Pre-test ) ได้นักเรียนกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 39 คน
2. สร้างและกำหนดรูป แบบการพัฒนาคำศัพท์กริยาวลี
3. ให้นักเรียนฝึกทักษะการจำความหมายของ Phrasal Verbs โดยใช้แบบฝึกทักษะ
4. ดำเนินการทดสอบหลังเรียน (Post-Test) เรื่อง Phrasal Verbs เพื่อเก็บคะแนนหลังเรียน
5. นำข้อมูล คะแนนสอบมาเปรียบเทียบและสรุปผลการวิจัย
6. การสรุปผลและการรายงาน (Conclusion and Reporting)
1. ผลคะแนนจากการแบบทดสอบหลังเรียนการใช้แบบฝึกทักษะเรื่อง Phrasal Verbs มีค่าคะแนนเฉลี่ยมากกว่า คะแนนก่อนเรียน นั้นแสดงให้เห็น ว่านกเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางด้านภาษาอังกฤษดีขึ้น
2. แบบฝึกทักษะเรื่อง Phrasal Verbs ที่ใช้ช่วยให้นักเรียนสามารถจำคำศัพท์ได้ง่ายและดีขึ้น
ข้อเสนอแนะ
1. สามารถนำเทคนิคแบบฝึกทักษะช่วยจดจำคำศัพท์ประเภทอื่นๆ ได้ในภาษาอังกฤษต่อไป