ผู้จัดทำข้อตกลง
ผู้จัดทำข้อตกลง
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการ
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
สถานศึกษา โรงเรียนเพ็ญพิทยาคม
สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุดรธานี
สอนรายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน, เพิ่มเติม ระดับชั้นมธยมศึกษาปีที่ 2
ส่วนที่ 1 ข้อตกลงในการพัฒนางานตามมาตรฐานตำแหน่ง
1. ภาระงาน จะมีภาระงานเป็นไปตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด
- รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน จำนวน 11 ชั่วโมง 40 นาที/สัปดาห์
- รายวิชาคณิตศาสตร์เพิ่มเติม จำนวน 3 ชั่วโมง 20 นาที/สัปดาห์
- กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน/ลูกเสือเนตรนารี จำนวน 1 ชั่วโมง 40 นาที/สัปดาห์
1.2 งานส่งเสริมสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 4 ชั่วโมง 40 นาที/สัปดาห์
- งานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
- กิจกรรมหน้าเสาธง โฮมรูม จำนวน 1 ชั่วโมง 40 นาที/สัปดาห์
- เวรประจำวัน จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.3 งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา จำนวน 8 ชั่วโมง / สัปดาห์
- การมีส่วนร่วมชุมชนการเรียนรู้ จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
- การจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
- การจัดทำสื่อการเรียนการสอน จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
- การจัดทำหลักสูตรการวัดและประเมินผล จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
•─────────• ✨ •─────────•
- รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน จำนวน 10 ชั่วโมง - นาที/สัปดาห์
- รายวิชาคณิตศาสตร์เพิ่มเติม จำนวน 2 ชั่วโมง 30 นาที/สัปดาห์
- กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน/ลูกเสือเนตรนารี จำนวน 1 ชั่วโมง 40 นาที/สัปดาห์
1.2 งานส่งเสริมสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 4 ชั่วโมง 40 นาที/สัปดาห์
- งานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
- กิจกรรมหน้าเสาธง โฮมรูม จำนวน 1 ชั่วโมง 40 นาที/สัปดาห์
- เวรประจำวัน จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.3 งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา จำนวน 8 ชั่วโมง / สัปดาห์
- การมีส่วนร่วมชุมชนการเรียนรู้ จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
- การจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
- การจัดทำสื่อการเรียนการสอน จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
- การจัดทำหลักสูตรการวัดและประเมินผล จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
•─────────• ✨ •─────────•
2. งานที่จะปฏิบัติตามมาตรฐานตำแหน่ง ครู
ส่วนที่ 2 ข้อตกลงในการพัฒนางานที่เป็นประเด็นท้าทาย
1. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
คุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนอยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วง เนื่องมาจากสาเหตุหลายประการ ดังนี้:
ขาดทักษะการคิดวิเคราะห์: ผู้เรียนส่วนใหญ่ไม่สามารถอธิบายกระบวนการแปลงทางเรขาคณิตได้อย่างชัดเจน ไม่เข้าใจว่าทำไมรูปต้นแบบถึงแปลงไปเป็นรูปภาพตามคุณสมบัติการแปลงแต่ละประเภท
ขาดความเข้าใจเชิงนามธรรม: ผู้เรียนไม่สามารถเชื่อมโยงแนวคิดเชิงนามธรรมของการแปลงทางเรขาคณิต เช่น เวกเตอร์ของการเลื่อนขนาน เส้นสะท้อน หรือจุดหมุน เข้ากับรูปธรรมได้ ทำให้ไม่สามารถจินตนาการการเคลื่อนที่ของรูปทรงเรขาคณิตได้อย่างถูกต้อง
ขาดทักษะการประยุกต์ใช้: เมื่อต้องแก้โจทย์ปัญหาที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ผู้เรียนมักจะสับสน ไม่สามารถเลือกใช้คุณสมบัติการแปลงที่เหมาะสมในการแก้ปัญหาได้
การมีส่วนร่วมน้อย: การเรียนรู้แบบpassive ทำให้ผู้เรียนรู้สึกเบื่อหน่าย ไม่กล้าแสดงความคิดเห็น หรือตั้งคำถาม ขาดแรงจูงใจในการเรียนรู้ ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอยู่ในระดับต่ำ
เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ผู้วิจัยจึงเสนอการนำ เทคนิคการเรียนรู้แบบเพื่อนคู่คิด (Think-Pair-Share) และ โปรแกรม GeoGebra มาใช้ในการจัดการเรียนรู้ โดยมีแนวคิดดังนี้:
Think (คิดคนเดียว): ให้ผู้เรียนได้มีเวลาคิดทบทวนและทำความเข้าใจโจทย์ด้วยตนเองก่อน ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนได้ฝึกฝนการคิดอย่างเป็นระบบและสร้างแนวคิดของตนเอง
Pair (จับคู่): ให้ผู้เรียนได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อนเป็นคู่ ทำให้เกิดการอภิปรายและเรียนรู้จากมุมมองที่แตกต่างกัน ซึ่งเป็นการส่งเสริมทักษะการสื่อสารและการทำงานร่วมกัน 🤝
Share (แบ่งปัน): ให้คู่ผู้เรียนนำเสนอแนวคิดและคำตอบต่อชั้นเรียน ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะการนำเสนอและการสร้างความมั่นใจในการแสดงออก
การบูรณาการเทคนิคนี้เข้ากับ โปรแกรม GeoGebra ซึ่งเป็นโปรแกรมคณิตศาสตร์แบบพลวัต จะช่วยให้ผู้เรียนสามารถลงมือปฏิบัติและสังเกตผลการแปลงทางเรขาคณิตได้อย่างเป็นรูปธรรมและทันที ผู้เรียนสามารถเลื่อนขนาน สะท้อน และหมุนรูปทรงเรขาคณิตได้ด้วยตนเอง ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของรูปทรงเรขาคณิตได้อย่างชัดเจนและเข้าใจคุณสมบัติการแปลงแต่ละประเภทได้อย่างลึกซึ้งขึ้น
ดังนั้น การวิจัยนี้จึงมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะการแปลงทางเรขาคณิตของผู้เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สร้างความเข้าใจในเนื้อหาคณิตศาสตร์ และส่งเสริมทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 ทั้งด้านการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการทำงานร่วมกัน ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนสามารถเติบโตเป็นผู้เรียนรู้ตลอดชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
2.1 วิเคราะห์หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุงพุทธศักราช 2560) และหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนเพ็ญพิทยาคมฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2563 ในเรื่องของ มาตรฐานการเรียน และตัวชี้วัด ของเนื้อหา หน่วยการเรียนรู้ การแปลงทางเรขาคณิต
2.2 จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง การแปลงทางเรขาคณิต โดยใช้เทคนิคการจัดการเรียนรู้เพื่อนคู่คิด (Think-Pair-Share) และการใช้เทคโนโลยีโปรแกรม GeoGebra
2.3 ให้คุณครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ช่วยกันวิพากษ์ ตรวจสอบความถูกต้อง ในเนื้อหา การเฉลยของตัวอย่าง กิจกรรม และแบบฝึกหัด พร้อมทั้งเสนอแนะ เพื่อปรับปรุง แก้ไข
2.4 ครูผู้สอนนำแผนการจัดการเรียนรู้มาปรับปรุง แก้ไขตามคำแนะนำของคณะครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์โรงเรียนเพ็ญพิทยาคม
2.5 นำแผนการจัดการเรียนรู้ไปทดลองใช้กับผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ให้ผู้เรียนเสนอแนะข้อคิดเห็น เพื่อปรับปรุง แก้ไข หรือผู้เรียนมีความสับสนในข้อความใด ให้ดำเนินการปรับกิจกรรมการเรียนรู้ 2.6 นำแผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง การแปลงทางเรขาคณิต รายวิชา คณิตศาสตร์ รหัสวิชา
ค22101 ไปจัดกิจกรรมการเรียนรู้ กับผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 โดยปรับเปลี่ยนกิจกรรมให้เหมาะสมกับบริบทผู้เรียน
2.7 บันทึกผลการเรียนรู้ของผู้เรียน ที่เกิดขึ้นจากการกิจกรรมการเรียนรู้ ในโปรแกรม Microsoft Excel และสะท้อนผลการเรียนรู้ให้ผู้เรียนทราบเป็นระยะ หากมีผู้เรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินในเรื่องใด ให้ใช้กิจกรรมเพื่อนช่วยเพื่อน และการสอนซ่อมเสริมด้วยคลิปวีดีทัศน์ที่ครูจัดทำขึ้นและรวบรวมขึ้น สำหรับใช้แก้ไขปัญหาการเรียนรู้ให้ผู้เรียนได้ศึกษา และทำการทดสอบใหม่ จนผู้เรียนมีผลการเรียนรู้ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด
3. ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
3.1.1 ผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 4 ห้อง รวมจำนวนผู้เรียนทั้งหมด 160 คนได้รับการพัฒนาทักษะการแปลงทางเรขาคณิต เทคนิคการจัดการเรียนรู้เพื่อนคู่คิด (Think-Pair-Share) รายวิชาคณิตศาสตร์ รหัสวิชา ค22101 โดยมีคะแนนทักษะการแปลงทางเรขาคณิต ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 80 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด
3.1.2 ผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 4 ห้อง รวมจำนวนผู้เรียนทั้งหมด 160 คนสามารถใช้โปรแกรม GeoGebra ได้ทั้งหมด
3.2.1 ผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 4 ห้อง รวมจำนวนผู้เรียนทั้งหมด 160 คน
สามารถสร้างสรรค์ชิ้นงานตามจินตนาการ โดยการประยุกต์ใช้ความรู้เกี่ยวกับการแปลงทางเรขาคณิตได้
3.2.2 ผู้เรียนได้รับการพัฒนาทักษะการแปลงทางเรขาคณิตด้วยเทคนิคการจัดการเรียนรู้เพื่อนคู่คิด (Think-Pair-Share) และการใช้เทคโนโลยีโปรแกรม GeoGebra
4. ตัวชี้วัด (Indicators)
4.1 วิธีดำเนินการ
ข้าพเจ้าได้ดำเนินการพัฒนางานตามประเด็นท้าท้ายตามขั้นตอนทั้ง 6 ขั้นตอนที่แสดงดังภาพด้านบนจนได้ผลการดำเนินการ และสรุปพอสังเขปได้ดังนี้
การวิจัยในชั้นเรียนครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะการแปลงทางเรขาคณิตของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 โรงเรียนเพ็ญพิทยาคม จำนวน 160 คน โดยใช้การจัดการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างเทคนิคการเรียนรู้แบบเพื่อนคู่คิด (Think-Pair-Share) และการใช้โปรแกรม GeoGebra เพื่อแก้ปัญหานักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะที่เกี่ยวข้องอยู่ในระดับต่ำ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยแผนการจัดการเรียนรู้ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบวัดทักษะการแปลงทางเรขาคณิต และแบบสอบถามความพึงพอใจ
ผลการวิจัยพบว่าหลังจากการจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิคดังกล่าว นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แสดงให้เห็นว่าเทคนิคการเรียนรู้แบบเพื่อนคู่คิดและโปรแกรม GeoGebra สามารถช่วยพัฒนาทักษะการแปลงทางเรขาคณิตของนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ นักเรียนยังมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ในระดับมาก ซึ่งชี้ให้เห็นว่ารูปแบบการสอนนี้ไม่เพียงแต่ช่วยยกระดับผลสัมฤทธิ์ แต่ยังส่งเสริมการมีส่วนร่วมและความสนใจในการเรียนรู้ของนักเรียนอีกด้วย ผลจากการวิจัยนี้สามารถเป็นแนวทางให้ครูผู้สอนนำไปประยุกต์ใช้เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ในรายวิชาคณิตศาสตร์และเนื้อหาอื่น ๆ ได้ต่อไป
4.2 ผลการศึกษาพบว่า
1. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีการคิดวิเคราะห์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
2. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
3. ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่มีต่อการพัฒนารูปแบบการเรียนรู้เรื่อง การพัฒนาทักษะการแปลงทางเรขาคณิต โดยใช้เทคนิคการเรียนรู้แบบเพื่อนคู่คิด (Think-Pair-Share) ร่วมกับการใช้โปรแกรม GeoGebra เรื่อง การแปลงทางเรขาคณิต มีค่าเฉลี่ยโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เท่ากับ 4.65 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.28