ผู้จัดทำข้อตกลง
ผู้จัดทำข้อตกลง
ส่วนที่ 1 : ข้อตกลงในการพัฒนางานตามมาตรฐานตำแหน่ง
1. ภาระงาน จะมีภาระงานเป็นไปตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด
1.1 ชั่วโมงสอนตามตารางสอน รวมจำนวน 14.99 ชั่วโมง/สัปดาห์ดังนี้
- รายวิชาชีววิทยา 4 (ว30244) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/1-5/3
จำนวน 5.00 ชั่วโมง/สัปดาห์
- รายวิชาการสื่อสารและการนำเสนอ IS2 (I20202) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/4-2/5
จำนวน 3.33 ชั่วโมง/สัปดาห์
- รายวิชาการสื่อสารและการนำเสนอ IS2 (I31202) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่
4/1, 4/5, 4/8 จำนวน 5.00 ชั่วโมง/สัปดาห์
- กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมแนะแนว ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/3
จำนวน 0.83 ชั่วโมง/สัปดาห์
- กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมชุมนุม สวนถาดมีชีวิต ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6 จำนวน 0.83 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.2 งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 5 ชั่วโมง/สัปดาห์
- การจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ การวัดและการประเมินผลการเรียนรู้
- การสร้างและพัฒนาสื่อการเรียนการสอน
- การมีส่วนร่วมในชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC)
1.3 งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา จำนวน 10 ชั่วโมง/สัปดาห์
- หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
- ปฏิบัติหน้าที่กลุ่มงานบริหารบุคคล
- เวรประจำวันพุธ
- งานครูประจำชั้น งานดูแลนักเรียน งานโฮมรูม
- คณะทำงานตามงานต่าง ๆ ที่ได้รับมอบหมาย
1.4 งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น จำนวน 3.15 ชั่วโมง/สัปดาห์
- งานเยี่ยมบ้าน งานติดตามนักเรียน
- คณะทำงานที่รับผิดชอบงานนั้น ๆ
- งานอื่น ๆ ที่รัฐบาล สพฐ. กระทรวงศึกษาธิการสั่ง
✨•─────────•✨
รวมภาระงาน จำนวน 33.14 ชั่วโมง/สัปดาห์
• ────── ✾ ────── •
1.1 ชั่วโมงสอนตามตารางสอน รวมจำนวน 15.83 ชั่วโมง/สัปดาห์ดังนี้
- รายวิชาชีววิทยา 3 (ว32243) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/1-5/3
จำนวน 7.50 ชั่วโมง/สัปดาห์
- รายวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ (ว31101) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/2,4/4,4/6,4/8
จำนวน 6.67 ชั่วโมง/สัปดาห์
- กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมแนะแนว ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/3
จำนวน 0.83 ชั่วโมง/สัปดาห์
- กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมชุมนุม สวนถาดมีชีวิต ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6
จำนวน 0.83 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.2 งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 5 ชั่วโมง/สัปดาห์
- การจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ การวัดและการประเมินผลการเรียนรู้
- การสร้างและพัฒนาสื่อการเรียนการสอน
- การมีส่วนร่วมในชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC)
1.3 งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา จำนวน 10 ชั่วโมง/สัปดาห์
- หัวหน้าระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
- ปฏิบัติหน้าที่กลุ่มงานบริหารบุคคล
- เวรประจำวันพฤหัสบดี
- งานครูประจำชั้น งานดูแลนักเรียน งานโฮมรูม
- คณะทำงานตามงานต่าง ๆ ที่ได้รับมอบหมาย
1.4 งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น จำนวน 3.15 ชั่วโมง/สัปดาห์
- งานเยี่ยมบ้าน งานติดตามนักเรียน
- คณะทำงานที่รับผิดชอบงานนั้น ๆ
- งานอื่น ๆ ที่รัฐบาล สพฐ. กระทรวงศึกษาธิการสั่ง
✨•─────────•✨
รวมภาระงาน จำนวน 33.98 ชั่วโมง/สัปดาห์
• ────── ✾ ────── •
2. งานที่จะปฏิบัติตามมาตรฐานตำแหน่ง ครู
ด้านที่ 1 ด้านการจัดการเรียนรู้
ด้านที่ 2 ด้านการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้
ด้านที่ 3 ด้านการพัฒนาตนเองและวิชาชีพ
ส่วนที่ 2 : ข้อตกลงในการพัฒนางานที่เป็นประเด็นท้าทาย
ประเด็นที่ท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนของผู้จัดทำข้อตกลง ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ ต้องแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังของวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ คือ การริเริ่ม พัฒนา การจัดการเรียนรู้และการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น (ทั้งนี้ประเด็นท้าทายอาจจะแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังในวิทยฐานะที่สูงกว่าได้)
1. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
ในศตวรรษที่ 21 การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมมีบทบาทสำคัญต่อวิถีชีวิตของมนุษย์ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ถูกพัฒนาเพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์ในด้านต่าง ๆ เช่น การวิเคราะห์ข้อมูล การสนับสนุนการตัดสินใจ และการทำงานที่ต้องการความแม่นยำสูง รวมถึงการจัดการศึกษา เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้เริ่มเข้ามาเป็นเครื่องมือสำคัญในการสนับสนุนการเรียนรู้ของผู้เรียน โดยเฉพาะการส่งเสริมการเรียนรู้ในรูปแบบใหม่ที่สามารถปรับให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้เรียนแต่ละคน (Personalized Learning) ซึ่งช่วยให้ผู้เรียนมีโอกาสพัฒนาทักษะและความรู้ได้ตามความเร็วและความถนัดของตนเอง
ในประเทศไทย ระบบการศึกษาอยู่ในช่วงของการปรับตัวเพื่อให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลก อย่างไรก็ตาม ยังคงพบว่ารูปแบบการสอนแบบดั้งเดิม ซึ่งเน้นการถ่ายทอดความรู้จากครูเป็นศูนย์กลาง (Teacher-Centered Learning) เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการเชื่อมโยงความรู้กับสถานการณ์จริงของผู้เรียน ผู้เรียนไม่สามารถเชื่อมโยงความรู้ที่ได้จากการเรียนในห้องเรียนไปใช้ในการแก้ปัญหาจริง เช่น การปรับการรับประทานอาหารหรือการเลือกอาหารที่เหมาะสมกับสุขภาพ การพัฒนาทักษะเหล่านี้จำเป็นต้องใช้วิธีการเรียนรู้ที่เน้นการทดลอง การคิดและการวิเคราะห์ร่วมกับการนำเทคโนโลยีมาใช้ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้นักเรียนเข้าใจและประยุกต์ใช้ความรู้ เป็นทักษะที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21 เนื่องจากช่วยให้ผู้เรียนสามารถเผชิญหน้ากับปัญหาในชีวิตจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยเฉพาะในวิชาชีววิทยามีความสำคัญในการพัฒนาความเข้าใจเกี่ยวกับธรรมชาติและกระบวนการทางชีวภาพที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน นักเรียนที่จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับโครงสร้างและหน้าที่ของสิ่งมีชีวิต รวมถึงการทำงานร่วมกันของระบบต่าง ๆ ในร่างกายมนุษย์ อย่างไรก็ตาม วิชาชีววิทยามักถูกมองว่าเป็นวิชาที่ยากและเต็มไปด้วยรายละเอียดที่ซับซ้อน ซึ่งทำให้นักเรียนไม่สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้
จากสภาพปัญหาและข้อมูลข้างต้นนี้ ผู้สอนจึงมีความสนใจที่จะนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการจัดการเรียนการสอนวิชาชีววิทยา เรื่อง ระบบย่อยอาหาร เพื่อทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์กัน ร่วมมือกันทำงานมีเจตคติที่ดีต่อวิชาที่เรียน อีกทั้งยังสามารถช่วยเตรียมผู้เรียนให้พร้อมสำหรับการเผชิญหน้ากับความท้าทายในอนาคต การบูรณาการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ากับกระบวนการเรียนรู้จึงเป็นก้าวสำคัญที่สามารถนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพของผู้เรียน
2. วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
วิธีการดำเนินการให้บรรลุผลสามารถดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปนี้
2.1 การวางแผนการวิจัย (Research Planning)
- วัตถุประสงค์:
1) เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้
การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5E เสริมด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เรื่อง ระบบย่อยอาหาร
2) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบ
เสาะหาความรู้ 5E เสริมด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เรื่อง ระบบย่อยอาหาร
- ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง:
ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนแผนการเรียนวิทยาศาสตร์-คณิตศาตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
โรงเรียนเพ็ญพิทยาคม จังหวัดอุดรธานี จำนวน 3 ห้องเรียน จำนวน 123 คน
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนแผนการเรียนวิทยาศาสตร์-คณิตศาตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่
5 โรงเรียนเพ็ญพิทยาคม จังหวัดอุดรธานี จำนวน 1 ห้องเรียน โดยการสุ่มห้องเรียนด้วยวิธีการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster random sampling) จำนวน 39 คน
2.2 การออกแบบรูปแบบการจัดการเรียนรู้ (Learning Design)
ศึกษาและวิเคราะห์หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หลักสูตรสถานศึกษา และหนังสือเรียนรายวิชาชีววิทยา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ของสถาบันส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศึกษาและวิเคราะห์ หลักการ แนวคิด ทฤษฎี เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5E เสริมด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เรื่อง ระบบย่อยอาหาร เพื่อนำไปสร้างและออกแบบการเรียนรู้โดยใช้ AI เป็นตัวช่วยในกระบวนการเรียนรู้
2.3 การพัฒนาเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย (Tool Development)
- แผนการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5E เสริมด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เรื่อง ระบบย่อยอาหาร จำนวน 6 แผน ระยะเวลา 12 ชั่วโมง
- แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนและหลังเรียน (Pre-test และ Post-test): เป็นแบบทดสอบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ โดยครอบคลุมการวัดพฤติกรรมการเรียนรู้ทั้งหมด 4 ด้าน ได้แก่ ด้านความรู้-ความจำ ความเข้าใจ การนำความรู้ไปใช้ และการคิดวิเคราะห์
- แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5E เสริมด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เรื่อง ระบบย่อยอาหาร แบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ จำนวน 18 ข้อ แบ่งออกเป็น 3 ด้าน คือ 1) ด้านจุดประสงค์ 2) ด้านการจัดการเรียนรู้ 3) ด้านการวัดและการประเมินผล
2.4 การทดลองใช้ (Implementation)
1. ทดสอบก่อนเรียน (Pre-test) ด้วยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ระบบย่อยอาหาร เป็น
แบบทดสอบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ
2. ดำเนินการจัดการเรียนการสอนตามแผนการจัดการเรียนการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5E เสริมด้วย
เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในวิชาชีววิทยา เรื่อง ระบบย่อยอาหาร จำนวน 6 แผน รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 12 ชั่วโมง
3. เมื่อดำเนินการจัดการเรียนรู้ครบตามที่กำหนดแล้ว ทำการทดสอบหลังเรียน (Post-test) ด้วยแบบ
ทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ระบบย่อยอาหาร (ข้อสอบชุดเดิมแต่สลับตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ)
4. นำแบบสอบถามความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5E เสริมด้วยเทคโนโลยี
ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เรื่อง ระบบย่อยอาหาร ให้นักเรียนประเมิน
5. นําผลคะแนนที่ได้จากการตรวจแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และแบบสอบถามความพึงพอใจ
มาวิเคราะห์ โดยวิธีการทางสถิติด้วยโปรแกรมสําเร็จรูป
2.5 การเก็บรวบรวมข้อมูล (Data Collection)
1) เครื่องมือในการเก็บข้อมูล ได้แก่
- แผนการจัดการเรียนการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5E เสริมด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)
- แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
- แบบสอบถามความพึงพอใจ
2) การวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่
2.1) วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชั้น
มัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5E เสริมด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยใช้การทดสอบค่าที (t-test)
2.2) วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้การจัดการ
เรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5E เสริมด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยการหาค่าเฉลี่ย (X) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) แล้วแปลผลตามเกณฑ์ที่กำหนด
2.6 การสรุปผลและการรายงาน (Conclusion and Reporting)
- จัดทำรายงานผลการวิจัย เพื่อสรุปผลการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
3. ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
- นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5E เสริมด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เรื่อง ระบบย่อยอาหาร มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
- นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5E เสริมด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) อยู่ในระดับดีขึ้นไป
- ได้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5E เสริมด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เรื่อง ระบบย่อยอาหาร สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
4. การดำเนินงานตามประเด็นท้าทาย
ข้าพเจ้าได้ดำเนินงานตามประเด็นท้าทายที่ตั้งไว้ตามวิธีการดำเนินการให้บรรลุผล ซึ่งมี 6 ขั้นตอน ได้แก่ การวางแผนการวิจัย
(Research Planning) การออกแบบรูปแบบการจัดการเรียนรู้ (Learning Design) (ศึกษาและวิเคราะห์หลักสูตร, จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้) การพัฒนาเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย (Tool Development) การทดลองใช้ (Implementation) การเก็บรวบรวมข้อมูล (Data Collection) และการสรุปผลและการรายงาน (Conclusion and Reporting) ซึ่งได้ผลการดำเนินการและสรุปพอสังเขปได้ดังนี้
เชิงปริมาณ
1. เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5E เสริมด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เรื่อง ระบบย่อยอาหาร
ในการศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะ
หาความรู้ 5E เสริมด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เรื่อง ระบบย่อยอาหาร ผู้วิจัยได้นำผลการทดสอบของนักเรียนรายบุคคลก่อนและหลังเรียนมาวิเคราะห์ จากคะแนนเต็ม 30 คะแนน โดยหาค่าเฉลี่ย ร้อยละ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน พบว่า คะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5E เสริมด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เรื่อง ระบบย่อยอาหาร ก่อนเรียนมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 14.95 คิดเป็นร้อยละ 49.83 และหลังเรียนมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 25.29 คิดเป็นร้อยละ 84.30 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70
ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบ
สืบเสาะหาความรู้ 5E เสริมด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เรื่อง ระบบย่อยอาหาร นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
2. ผลความพึงพอใจของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5E เสริมด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เรื่อง ระบบย่อยอาหาร
พบว่านักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แแบบสืบเสาะหาความรู้ 5E เสริมด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เรื่อง ระบบย่อยอาหาร มีความพึงพอใจ โดยภาพรวมในระดับมาก ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.45 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.67 โดยมีความพึงพอใจมากที่สุดในด้านการจัดกิจกรรม รองลงมา คือ ด้านการวัดผลและประเมินผล และด้านจุดประสงค์ ตามลําดับ
เชิงคุณภาพ
ได้นวัตกรรมที่ใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5E เสริมด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เรื่อง ระบบย่อยอาหาร
กิจกรรมการเรียนรู้
การประเมินผลการปฏิบัติงานของข้าราชการครุและบุคลากรทางการศึกษา
เพื่อประกอบการพิจารณาเลื่อนเงินเดือน
ครั้งที่ ๒ ( ๑ เมษายน ๒๕๖๘ - ๓๐ กันยายน ๒๕๖๘ )