ข้อตกลงในการพัฒนางาน
ที่เป็นประเด็นท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้
ข้อตกลงในการพัฒนางาน
ที่เป็นประเด็นท้าทายในการพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้
ประเด็นท้าทายเรื่อง "การประยุกต์ใช้เร้าเตอร์ไมโครติก ในการสอนรายวิชา เครือข่ายคอมพิวเตอร์ (ว31292) เพื่อส่งเสริมพหุปัญญาของผู้เรียนและการสอบวัดความรู้ตามมาตรฐานสากล"
โรงเรียนเพ็ญพิทยาคม เป็นโรงเรียนมาตรฐานสากล เปิดการเรียนการสอนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1–6 โดยในปีการศึกษา 2568 ได้เปิดแผนการเรียนวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์-คอมพิวเตอร์ ในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย เพื่อมุ่งเน้นการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนสู่มาตรฐานสากล และรองรับนักเรียนที่มีความสนใจทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และคอมพิวเตอร์
รายวิชา ว31292 เครือข่ายคอมพิวเตอร์ เป็นหนึ่งในรายวิชาหลักที่นักเรียนแผนการเรียนดังกล่าวต้องศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยมีเนื้อหาที่มีความซับซ้อนและหลากหลาย ครอบคลุมทั้งด้านโครงสร้างเครือข่าย (Network Architecture) โปรโตคอล (Protocols) การกำหนดค่าอุปกรณ์ (Device Configuration) และการรักษาความปลอดภัย (Security) ซึ่งล้วนเป็นทักษะที่มีความต้องการสูงในตลาดแรงงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ อย่างไรก็ตาม ผู้เรียนส่วนใหญ่มักประสบปัญหาในการทำความเข้าใจและนำไปประยุกต์ใช้ในเชิงปฏิบัติ เนื่องจากการจัดการเรียนการสอนส่วนใหญ่ยังเน้นรูปแบบการบรรยาย (Lecture-based Learning) ซึ่งทำให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้ค่อนข้างน้อย และขาดโอกาสในการสัมผัสอุปกรณ์เครือข่ายจริง
นอกจากนี้ การเข้าถึงมาตรฐานสากลด้านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เช่น MikroTik Certified Network Associate (MTCNA), CompTIA Network+, Cisco CCNA รวมถึงเอกสารมาตรฐาน IEEE/ISO ยังคงเป็นข้อจำกัดสำคัญที่ทำให้ผู้เรียนไม่สามารถพัฒนาทักษะและองค์ความรู้สู่ระดับนานาชาติได้อย่างเต็มศักยภาพ อันส่งผลให้โอกาสในการศึกษาต่อและการประกอบอาชีพในสายงาน IT ของผู้เรียนถูกจำกัดลงตามไปด้วย
ด้วยเหตุนี้ ผู้จัดทำจึงได้นำ เร้าเตอร์ไมโครติก (MikroTik Router) มาประยุกต์ใช้เป็นสื่อและเครื่องมือหลักในการจัดการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการสำหรับนักเรียนชั้น ม.4/3 จำนวน 14 คน เพื่อส่งเสริมพหุปัญญา (Multiple Intelligences) ของผู้เรียนในมิติที่หลากหลาย ทั้งด้านตรรกะ-คณิตศาสตร์ ด้านภาษา ด้านมนุษยสัมพันธ์ และด้านการเคลื่อนไหวร่างกาย ควบคู่กับการพัฒนาทักษะการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self-directed Learning) โดยมีเป้าหมายให้ผู้เรียนมีความคุ้นเคยกับอุปกรณ์เครือข่ายระดับมืออาชีพที่ใช้จริงในองค์กร และพัฒนาตนเองสู่การสอบวัดความรู้ตามมาตรฐานสากล
การจัดการเรียนการสอน วิชาระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ โดยใช้มาตรฐาน CCNA ของ Cisco ในต่างประเทศ
การจัดการเรียนการสอน วิชาระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ โดยใช้มาตรฐาน MTCNA ในต่างประเทศ
เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนการสอนรายวิชาเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (ว31292) โดยการประยุกต์ใช้เร้าเตอร์ไมโครติก (MikroTik Router) เป็นสื่อและเครื่องมือหลักในการจัดการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการจริง ภายใต้วัตถุประสงค์หลัก ดังนี้
1. เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้น ม.4/3 ในรายวิชาเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ให้มีคะแนนเฉลี่ยผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 ขึ้นไป
2. เพื่อส่งเสริมพหุปัญญา (Multiple Intelligences) ของผู้เรียนผ่านกระบวนการเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติจริงด้วยอุปกรณ์เครือข่ายระดับมืออาชีพ
3. เพื่อเตรียมความพร้อมและส่งเสริมให้ผู้เรียนสอบผ่านการวัดความรู้ตามมาตรฐานสากล ด้านเครือข่ายคอมพิวเตอร์
4. เพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และทักษะดิจิทัลของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21
5. เพื่อสร้างแรงจูงใจและทัศนคติเชิงบวกต่อการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
เชิงปริมาณ :
นักเรียนชั้น ม.4/3 จำนวนทั้งหมด 14 คน เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยเร้าเตอร์ไมโครติกในรายวิชาเครือข่ายคอมพิวเตอร์ คิดเป็นร้อยละ 100
ผู้เรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 (จำนวน 10 คนขึ้นไป) มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านเกณฑ์ระดับ 2.0 ขึ้นไป
ผู้เรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 (จำนวน 7 คนขึ้นไป) สอบผ่านการวัดความรู้ตามมาตรฐานสากลด้านเครือข่ายคอมพิวเตอร์
ผู้เรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ได้รับผลการเรียนระดับ 3.0 ขึ้นไป
เชิงคุณภาพ :
ผู้เรียนมีทักษะการปฏิบัติงานด้านการกำหนดค่า (Configuration) เร้าเตอร์ไมโครติกในระดับพื้นฐานถึงระดับกลางได้อย่างถูกต้อง
ผู้เรียนมีความสามารถในการออกแบบและวิเคราะห์ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กถึงขนาดกลางได้
ผู้เรียนแสดงออกถึงพหุปัญญาในมิติต่าง ๆ เช่น ด้านตรรกะ-คณิตศาสตร์ ด้านภาษา ด้านมนุษยสัมพันธ์ และด้านการเคลื่อนไหวร่างกาย ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ
ผู้เรียนมีทัศนคติเชิงบวกต่อการเรียนรู้ด้าน IT และมองเห็นแนวทางการประกอบอาชีพในอนาคต
ผู้เรียนสามารถทำงานเป็นทีม สื่อสาร และแบ่งปันองค์ความรู้ด้านเครือข่ายแก่เพื่อนร่วมชั้นได้
ขั้นที่ 1: การวางแผนและเตรียมความพร้อม
วิเคราะห์หลักสูตร มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัดของรายวิชาเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ว31292
ศึกษาและวิเคราะห์พหุปัญญาของผู้เรียนแต่ละคนโดยใช้แบบประเมินพหุปัญญาของ Howard Gardner
ออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้โดยบูรณาการเร้าเตอร์ไมโครติกเป็นสื่อการสอนหลัก
จัดเตรียมอุปกรณ์ MikroTik Router, สายเชื่อมต่อ, อุปกรณ์เครือข่ายที่เกี่ยวข้อง และใบงานปฏิบัติการ
ศึกษาและรวบรวมขอบเขตเนื้อหาของการสอบมาตรฐานสากล เช่น MTCNA (MikroTik Certified Network Associate)
ขั้นที่ 2: การจัดการเรียนรู้
ดำเนินการสอนตามแผนการจัดการเรียนรู้ที่ออกแบบไว้ โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบ Active Learning
จัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ (Lab) โดยให้ผู้เรียนได้ทดลองตั้งค่า Router จริงทุกคาบเรียน
ใช้รูปแบบการสอนที่หลากหลาย เช่น การสาธิต การทำงานกลุ่ม การแก้ปัญหา (Problem-based Learning)
จัดกิจกรรมที่ตอบสนองพหุปัญญาของผู้เรียน เช่น การวาดผังเครือข่าย การอภิปรายกลุ่ม การนำเสนอผลงาน
เตรียมความพร้อมสำหรับการสอบมาตรฐานสากลโดยจัดทำข้อสอบจำลองตามมาตรฐาน MTCNA
ขั้นที่ 3: การติดตาม ประเมิน และปรับปรุง
ติดตามความก้าวหน้าของผู้เรียนอย่างต่อเนื่องผ่านแบบทดสอบย่อย ใบงาน และการสังเกตพฤติกรรม
ให้ข้อมูลย้อนกลับ (Feedback) แก่ผู้เรียนเป็นรายบุคคลเพื่อพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง
ปรับแผนการสอนตามผลการประเมินระหว่างเรียนเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน
สรุปและรายงานผลการดำเนินงานต่อผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้อง
5.1 อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์
เร้าเตอร์ MikroTik รุ่น hEX, RB951G-2HnD หรือเทียบเท่า สำหรับการปฏิบัติการ
สายเครือข่าย UTP Cat5e/Cat6 และอุปกรณ์เชื่อมต่อเครือข่าย (Switch, Hub)
คอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ๊กสำหรับผู้เรียนในการเข้าถึง WinBox และ WebFig
โปรเจกเตอร์และจอแสดงผลสำหรับการสาธิตหน้าชั้นเรียน
5.2 ซอฟต์แวร์และแพลตฟอร์ม
โปรแกรม WinBox สำหรับการบริหารจัดการ MikroTik Router
ซอฟต์แวร์ GNS3 หรือ EVE-NG สำหรับการจำลองระบบเครือข่าย
Packet Tracer สำหรับการออกแบบและทดสอบโทโพโลยีเครือข่าย
Google Classroom สำหรับการมอบหมายงานและส่งใบงาน
5.3 สื่อการเรียนรู้
แผนการจัดการเรียนรู้บูรณาการพหุปัญญาจำนวน 10 แผน
ใบงานปฏิบัติการ (Lab Sheet) ทั้งหมด 10 ชุด ครอบคลุมเนื้อหา MTCNA
วิดีโอการสอนและ Tutorial การตั้งค่า MikroTik Router
แบบทดสอบจำลองตามมาตรฐาน MTCNA จำนวน 3 ชุด
แบบประเมินพหุปัญญาและแบบบันทึกพฤติกรรมการเรียนรู้
6.1 ต่อผู้เรียน
ผู้เรียนได้รับประสบการณ์ตรงจากการปฏิบัติงานด้วยอุปกรณ์เครือข่ายระดับมืออาชีพที่ใช้จริงในองค์กร
ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจด้านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล
ผู้เรียนได้รับการส่งเสริมพหุปัญญาอย่างรอบด้าน ช่วยเพิ่มศักยภาพในการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง
ผู้เรียนมีวุฒิบัตรหรือผลการสอบมาตรฐานที่เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาต่อและการประกอบอาชีพ
6.2 ต่อครูผู้สอน
ครูได้พัฒนาสมรรถนะด้านการสอนเชิงปฏิบัติการและการบูรณาการเทคโนโลยีชั้นสูงในการจัดการเรียนรู้
มีผลงานทางวิชาการและนวัตกรรมการสอนที่สามารถนำไปใช้ประกอบการพัฒนาวิทยฐานะ
6.3 ต่อสถานศึกษา
สถานศึกษามีผลงานด้านการพัฒนาหลักสูตรที่บูรณาการมาตรฐานสากล เป็นแบบอย่างที่ดีในระดับภูมิภาค
ยกระดับภาพลักษณ์และชื่อเสียงของสถานศึกษาในด้านคุณภาพการจัดการศึกษาด้านเทคโนโลยี
มีนวัตกรรมการสอนและสื่อการเรียนรู้ที่สามารถเผยแพร่แก่ครูและสถานศึกษาอื่น ๆ
การจัดการเรียนรู้ด้วยเร้าเตอร์ไมโครติกในรายวิชานี้มีการเชื่อมโยงกับมาตรฐานสากลในหลายระดับ ดังนี้
7.1 มาตรฐาน MikroTik Certified Network Associate (MTCNA)
ผู้เรียนได้เรียนรู้เนื้อหาครอบคลุมหัวข้อหลักของการสอบ MTCNA ได้แก่ Introduction to MikroTik RouterOS, DHCP, Routing, Bridging, Wireless, Firewall และ QoS
นักเรียนจำนวน 7 คน จาก 14 คน (คิดเป็นร้อยละ 50) สอบผ่านการวัดความรู้ตามมาตรฐานสากลนี้สำเร็จ
7.2 มาตรฐาน CompTIA Network+ และ Cisco CCNA
เนื้อหาการเรียนรู้ในรายวิชาครอบคลุมหัวข้อที่สอดคล้องกับ CompTIA Network+ ในเรื่อง Network Protocols, IP Addressing, Subnetting, Network Troubleshooting
ทักษะการตั้งค่า Routing, VLAN, Firewall ที่ได้จากการปฏิบัติการกับ MikroTik เป็นพื้นฐานที่สอดคล้องกับ Cisco CCNA
7.3 มาตรฐาน ICT ของ UNESCO และ ISTE
การจัดการเรียนรู้สอดคล้องกับกรอบ ICT Competency Framework for Teachers ของ UNESCO ในด้าน Knowledge Deepening และ Knowledge Creation
ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะตามมาตรฐาน ISTE Student Standards ด้าน Computational Thinker, Innovative Designer และ Global Collaborator
8.1 การประเมินระหว่างเรียน (Formative Assessment)
ตรวจใบงานปฏิบัติการ (Lab Sheet) ทุกหน่วยการเรียนรู้ โดยใช้เกณฑ์การให้คะแนนรูบริก (Rubric Scoring)
สังเกตพฤติกรรมและการมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยแบบบันทึกพฤติกรรม
ทดสอบย่อย (Quiz) ออนไลน์ผ่าน Google Form หรือ Kahoot หลังสิ้นสุดแต่ละหน่วยการเรียนรู้
ประเมินพหุปัญญาของผู้เรียนเป็นระยะด้วยแบบประเมินที่พัฒนาขึ้นตามทฤษฎี MI(Multiple-Intelligences) ของ Gardner
8.2 การประเมินสรุปผล (Summative Assessment)
สอบภาคทฤษฎีปลายภาคเรียน ครอบคลุมเนื้อหาทั้งหมดและสอดคล้องกับมาตรฐาน MTCNA
สอบภาคปฏิบัติ โดยให้ผู้เรียนตั้งค่าเร้าเตอร์ไมโครติกตามโจทย์ที่กำหนดภายในเวลาที่กำหนด
นำเสนอโครงงานเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก (Mini Project) ต่อหน้าคณะกรรมการ
ทดสอบจำลองตามมาตรฐานสากล ก่อนสอบจริง
8.3 การติดตามและรายงานผล
รายงานผลการพัฒนาผู้เรียนต่อผู้ปกครองในการประชุมผู้ปกครองนักเรียน
จัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานตามข้อตกลง (PA) ส่งต่อผู้บริหารตามกำหนดเวลา
บันทึกข้อมูลและผลการเรียนในระบบ SGS, School MIS ของสถานศึกษา
ตัวชี้วัดความสำเร็จของประเด็นท้าทายนี้แบ่งออกเป็น 2 ระดับ คือ
9.1 ตัวชี้วัดเชิงปริมาณ
ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ย (GPA) ไม่น้อยกว่า 3.0 (ร้อยละ 50 ของนักเรียนทั้งหมด)
ผู้เรียนสอบผ่านการวัดความรู้มาตรฐานสากลไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของนักเรียนทั้งหมด
ผู้เรียนมีคะแนนการทำใบงานปฏิบัติการผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 ขึ้นไป
9.2 ตัวชี้วัดเชิงคุณภาพ
ผู้เรียนสามารถตั้งค่าเร้าเตอร์ไมโครติกเพื่อใช้งานในสถานการณ์จริงได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
ผู้เรียนแสดงทักษะการคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหาด้านเครือข่ายผ่านการประเมินเชิงสังเกตและรูบริก
ผู้เรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในระดับมากขึ้นไป (คะแนนเฉลี่ย ≥ 4.0/5.0)
ครูผู้สอนมีนวัตกรรมและสื่อการสอนที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพและสามารถเผยแพร่ได้
การดำเนินงานตามประเด็นท้าทาย "การประยุกต์ใช้เร้าเตอร์ไมโครติก ในการสอนรายวิชาเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (ว31292) เพื่อส่งเสริมพหุปัญญาของผู้เรียนและการสอบวัดความรู้ตามมาตรฐานสากล" บรรลุเป้าหมายทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ดังนี้
ด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน นักเรียนชั้น ม.4/3 จำนวน 14 คน มีผลการเรียนดังนี้
จากตารางข้างต้น ผู้เรียนที่ได้ระดับ 3.0 ขึ้นไปมีจำนวน 12 คน คิดเป็นร้อยละ 85.71 ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ที่ร้อยละ 50 ส่วนผู้เรียนที่มีระดับคะแนนสูงสุด (4.0) มีจำนวน 8 คน คิดเป็นร้อยละ 57.14 สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิผลของการจัดการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการที่ส่งเสริมพหุปัญญาของผู้เรียนได้อย่างชัดเจน
2. ด้านการสอบวัดความรู้มาตรฐานสากล มีผู้เรียนสอบผ่านจำนวน 7 คน จากทั้งหมด 14 คน คิดเป็นร้อยละ 50 ซึ่งบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ รายชื่อนักเรียนที่สอบผ่าน มีดังนี้
นางสาวธนพร ตาดี
นายธีทัต โพธิ์แก้ว
นางสาวศิรินภา ฆ้องลา
นายพัชฏะ ธาตุไพบูลย์
นายกฤตเมธ ภูมิเลิศ
นางสาวแพรวา วงษ์ประชุม
นางสาวกัลยากร เป็นซอ
ผลการดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า การนำเร้าเตอร์ไมโครติกมาใช้เป็นสื่อและเครื่องมือในการจัดการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการจริงนั้น สามารถส่งเสริมพหุปัญญาของผู้เรียน เพิ่มแรงจูงใจในการเรียนรู้ และพัฒนาทักษะที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลได้อย่างมีประสิทธิภาพ นับเป็นแนวทางการจัดการเรียนรู้ที่ตอบสนองทั้งเป้าหมายของหลักสูตรและความต้องการของผู้เรียนในยุคดิจิทัลได้เป็นอย่างดี
1. นางสาวธนพร ตาดี
2. นายธีทัต โพธิ์แก้ว
3. นางสาวศิรินภา ฆ้องลา
4. นายพัชฏะ ธาตุไพบูลย์
5. นายกฤตเมธ ภูมิเลิศ
6. นางสาวแพรวา วงษ์ประชุม
7. นางสาวกัลยกร เป็นซอ
11.1 ผลลัพธ์ด้านผู้เรียน (Student Outcomes)
ผู้เรียนจำนวน 14 คน มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านเกณฑ์ทุกคน คิดเป็นร้อยละ 100 โดยมีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 3.43 (สูงกว่าเป้าหมาย)
ผู้เรียนร้อยละ 85.71 (จำนวน 12 คน) ได้รับระดับคะแนน 3.0 ขึ้นไป แสดงถึงความเชี่ยวชาญในเนื้อหาวิชาในระดับดีถึงดีเยี่ยม
ผู้เรียนจำนวน 7 คน (ร้อยละ 50) สอบผ่านการวัดความรู้ตามมาตรฐานสากล แสดงให้เห็นถึงสมรรถนะที่สอดคล้องกับระดับมืออาชีพในอุตสาหกรรม
ผู้เรียนมีทักษะปฏิบัติการด้านการตั้งค่าและบริหารจัดการระบบเครือข่ายด้วยอุปกรณ์จริงระดับองค์กร
11.2 ผลลัพธ์ด้านการสอน (Teaching Outcomes)
ครูผู้สอนมีแผนการจัดการเรียนรู้ที่บูรณาการเทคโนโลยีชั้นสูงกับทฤษฎีพหุปัญญา เป็นต้นแบบสำหรับการพัฒนาหลักสูตรในอนาคต
เกิดนวัตกรรมการสอนในรูปแบบชุดใบงานปฏิบัติการ MikroTik-based ที่สามารถนำไปใช้และเผยแพร่ได้
ครูผู้สอนได้รับการพัฒนาสมรรถนะด้านการสอนแบบ STEAM ที่บูรณาการทักษะการคิดและการปฏิบัติ
11.3 ผลลัพธ์ด้านสถานศึกษา (Institutional Outcomes)
สถานศึกษามีหลักสูตรและแนวทางการจัดการเรียนรู้ที่ทันสมัยและสอดคล้องกับมาตรฐานสากลในวิชาชีพด้าน IT
เกิดความร่วมมือระหว่างสถานศึกษากับหน่วยงานหรือองค์กรภายนอกในการจัดสอบมาตรฐานวิชาชีพ
สถานศึกษามีข้อมูลเชิงประจักษ์ที่สนับสนุนการขยายผลและพัฒนาหลักสูตรด้าน Networking ในระดับที่สูงขึ้น