ชื่อ นางสาวกิตติยา นามสกุล เจริญศิริ
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ึคณิตศาสตร์
สถานศึกษา โรงเรียนภัทรบพิตร
สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์
รายวิชาที่สอน รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน
ครูที่ปรึกษา นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/5 (ห้องเรียนวิทย์-พลศึกษา)
ข้าพเจ้าขอแสดงเจตจำนงในการจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางานตำแหน่ง ครู วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ ซึ่งเป็นตำแหน่งและวิทยฐานะที่ดำรงอยู่ในปัจจุบันกับผู้อำนวยการสถานศึกษา ไว้ดังต่อไปนี้
1.1 ชั่วโมงสอนตามตารางสอน รวมจำนวน 23 ชั่วโมง/สัปดาห์ ดังนี้
รายวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 21 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ผู้บำเพ็ญประโยชน์ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ชุมนุม โอริกามิ(พับกระดาษ) จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.2 งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 5 ชั่วโมง/สัปดาห์
การจัดทำแผนการเรียนการสอน จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
การจัดทำสื่อนวัตกรรมการจัดการเรียนการสอน จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
การจัดทำสารสนเทศในชั้นเรียน จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
การมีส่วนรวมในชุมชนการเรียนรู้ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.3 งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา จำนวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห์
ปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายงบประมาณ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
ปฏิบัติหน้าที่เจ้าหน้าที่งานพัสดุโรงเรียน จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
1.4 งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น จำนวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
กิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
โครงการ No Child Left Behind จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
1. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ในปัจจุบันปัญหาที่พบในการเรียนการสอน วิชาคณิตศาสตร์ มีมากมายนับไม่ถ้วน
ปัญหาสำคัญคือ เรื่องการเรียน นักเรียนที่เรียนเก่งไม่ได้ช่วยเหลือเพื่อนนักเรียนที่เรียนอ่อนซึ่งมีสาเหตุมาจากหลายด้านการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนนั้นไม่เอื้ออำนวยให้นักเรียนที่เรียนเก่งได้ช่วยเหลือนักเรียนที่เรียนอ่อนรวมทั้งครูไม่เปิด ช่วงเวลาในการให้นักเรียนมีโอกาสได้ปรึกษากัน ทำให้นักเรียนเรียนอ่อนที่เรียนไม่เข้าใจและหยุดอยู่กับที่ ส่วนเด็ก ที่เรียนเก่งนั้นสามารถเรียนและเข้าใจบทเรียนได้ ส่วนสาเหตุที่มาจากตัวนักเรียนเอง นักเรียนไม่มีแรงจูงใจที่จะ ช่วยเหลือเพื่อนหวงความรู้ กลัวเพื่อนได้คะแนนมากกว่า นักเรียนที่เรียนอ่อนไม่รู้จักวิธีการขอคำปรึกษา
2. วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
การวางแผน (Plan)
1. ใช้แบบแผนการทดลองเป็นการทดลองแบบกลุ่มเดียว (One Group Pretest-Posttest Design)
เป็นการทดลองที่มีการวัดก่อนการทดลอง 1 ครั้ง หลังการทดลอง 1 ครั้ง
2. วิเคราะห์ปัญหา และสาเหตุจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่ผ่านมาจากปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะ
ทำการสอน พบว่าการเรียนเรื่อง การหารากที่สองของนักเรียน ไม่สามารถแก้ปัญหา เรื่อง การหารากที่สองของ จำนวนเต็ม
ได้ถูกต้องมากนัก ทั้งนี้เกิดจากการขาดทักษะทางด้านการหารากที่สองด้วย
3. ศึกษาเนื้อหาจากคู่มือประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551,
หนังสือคู่มือครูคณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2, หนังสือเรียนคณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 และการ วัดและประเมินผลกลุ่มทักษะคณิตศาสตร์ เพื่อวิเคราะห์ปัญหาจุดประสงค์การเรียนรู้และกิจกรรม
4. พิจารณาจุดประสงค์รูปแบบและขั้นตอนการใช้ชุดแบบฝึกเสริมทักษะให้สอดคล้องกับเนื้อหา ซึ่งผู้วิจัย ได้แบ่งหน่วยการเรียนออกเป็นเนื้อหาย่อยๆ เรียงลำดับความสัมพันธ์จากง่ายไปยาก
5. ศึกษาทฤษฏีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการสร้างแบบฝึกทักษะ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการสร้างแบบฝึก
การปฏิบัติ (Do)
1. สร้างแบบฝึกทักษะ เรื่อง การหารากที่สองของจำนวนเต็ม ให้ครอบคลุมเนื้อหา จุดประสงค์การเรียนรู้ เรียงลำดับความยากง่าย เพื่อให้นักเรียนมีกำลังใจในการทำแบบฝึก ดังนี้
2. เขียนคำแนะนำการใช้สำหรับครู
3. เขียนคำแนะนำการใช้สำหรับนักเรียน
4. สร้างข้อทดสอบก่อนเรียน
5. เขียนจุดประสงค์การเรียนรู้
6. เขียนใบความรู้
7. สร้างแบบฝึกทักษะ เรื่อง การหารากที่สองของจำนวนเต็ม
8. เขียนเฉลยแบบฝึก
9. สร้างข้อสอบหลังเรียน
10.เขียนเฉลยทดสอบก่อนเรียน-หลังเรียน
11. นำไปจัดพิมพ์เป็นรูปเล่มวาดภาพประกอบตามความเหมาะสมได้เป็นแบบฝึกทักษะ เรื่อง การหารากที่สองของจำนวนเต็ม จำนวน 1 ชุด
การตรวจสอบ (Check)
1. นำแบบฝึกทักษะ เรื่อง การหารากที่สองของจำนวนเต็ม 1 ชุดที่สร้างขึ้นนี้ไปให้ครูที่ปรึกษาตรวจ เพื่อ ตรวจแก้ไขและพิจารณาความเที่ยงตรงเชิงประจักษ์ (Face Validity) เรื่องความถูกต้องของกระบวนการจัดทำ เนื้อหา ตลอดจนความสอดคล้องระหว่างขั้นตอนต่างๆ เพื่อนำข้อบกพร่องมาปรับปรุงแก้ไข
ปรับปรุงแก้ไข (Act)
1. นำแบบฝึกทักษะ เรื่อง การหารากที่สองของจำนวนเต็ม ที่ปรับปรุงแล้วไปใช้กับนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนภัทรบพิตร ตำบลเสม็ด อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ปีการศึกษา 2567 จำนวน 32 คน ที่กำลังเรียน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567
2. สร้างคู่มือการใช้แบบฝึกทักษะ เรื่อง การหารากที่สองของจำนวนเต็ม
3. ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
3.1 เชิงปริมาณ
การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ก่อนและหลังการใช้แบบฝึกทักษะ เรื่อง การหารากที่สองของจำนวนเต็ม ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนภัทรบพิตร ตำบลเสม็ด อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ปีการศึกษา 2567 คาดว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนนักเรียนมีความสนใจในรายวิชาคณิตศาสตร์
มากขึ้นสนุกสนานกับการจัดการเรียนการสอนในเรื่องรากที่สองและส่งผลให้การเรียนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
3.2 เชิงคุณภาพ
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หลังจากการใช้แบบฝึกทักษะ การหารากที่สองของจำนวนเต็มของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนภัทรบพิตร ตำบลเสม็ด
อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ปีการศึกษา 2567 มีค่าเฉลี่ยคะแนนหลังเรียนมากขึ้น แสดงถึงความเข้าใจในเนื้อหาการจัดการเรียนการสอน ที่มากขึ้นตามด้วย