ผู้จัดทำข้อตกลง
ผู้จัดทำข้อตกลง
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการ
สถานศึกษา โรงเรียนป่าไม้อุทิศ 4
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 2
วันเดือนปีเกิด 2 มกราคม พ.ศ. 2532
คุณวุฒิทางการศึกษา
ปริญญาตรี ศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต (ศป.บ.)
วิชาเอกการออกแบบสื่อนวัตกรรม มหาวิทยาลัยนเรศวร
เริ่มรับราชการในตำแหน่งครูผู้ช่วย เมื่อวันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2559
ส่วนที่ 1 ข้อตกลงในการพัฒนางานตามมาตรฐานตำแหน่ง
ภาระงาน จะมีภาระงานเป็นไปตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด
ทัศนศิลป์ ป.4/1 ,ป.4/4 จำนวน 4 ชั่วโมง/สัปดาห์
ทัศนศิลป์ ป.5/4 จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
ทัศนศิลป์ ม.1/1 - ม.1/4 จำนวน 4 คาบ/สัปดาห์
ทัศนศิลป์ ม.2/1 - ม.2/4 จำนวน 4 คาบ/สัปดาห์
ทัศนศิลป์ ม.3/1 - ม.3/4 จำนวน 4 คาบ/สัปดาห์
ทัศนศิลป์ ม.5/1 - ม.5/6 จำนวน 6 คาบ/สัปดาห์
ลูกเสือ-เนตรนารี จำนวน 1 คาบ/สัปดาห์
ชุมนุม จำนวน 1 คาบ/สัปดาห์
รวม จำนวน 26 คาบ/สัปดาห์
ทัศนศิลป์ ม.2/1 - ม.2/4 จำนวน 4 คาบ/สัปดาห์
ทัศนศิลป์ ม.3/1 - ม.3/4 จำนวน 4 คาบ/สัปดาห์
ทัศนศิลป์ ม.4/1 - ม.4/5 จำนวน 5 คาบ/สัปดาห์
ศิลป์สร้างสรรค์ ม.1/3-ม.1/4 จำนวน 4 คาบ/สัปดาห์
ศิลป์สร้างสรรค์ ม.2/3-ม.2/4 จำนวน 4 คาบ/สัปดาห์
ลูกเสือ-เนตรนารี จำนวน 1 คาบ/สัปดาห์
ชุมนุม จำนวน 1 คาบ/สัปดาห์
รวม จำนวน 23 คาบ/สัปดาห์
งานส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้
- การจัดทำแผนการเรียนรู้ การสร้างสื่อการสร้างเครื่องมือ ประเมินผล วิจัยในชั้นเรียน
- งานที่ปรึกษาและระบบช่วยเหลือดูแลนักเรียน
- การมีส่วนร่วมในชุมชนแห่งการเรียนรู้
งานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา
- หัวหน้าฝ่ายตกแต่งสถานที่
- หัวหน้าครูเวรประจำวันจันทร์
- กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการงานบริหารทั่วไป
งานตอบสนองนโยบายและจุดเน้น
- งานวิจัยและนวัตกรรม
- ศูนย์นวัตกรรมการสื่อสารและมัลติมีเดีย
- อิงดอยป่าไม้ช๊อป
งานที่จะปฏิบัติตามมาตรฐานตำแหน่ง ครู
ด้านการจัดการเรียนรู้
ด้านการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้
ด้านการพัฒนาตนเองและวิชาชีพ
ส่วนที่ 2 ข้อตกลงในการพัฒนางานที่เป็นประเด็นท้าทาย
1. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
ศิลปะมีบทบาทที่สำคัญและส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนให้พัฒนาอย่างเต็มศักยภาพโดยเฉพาะการแสดงออกทางด้านอารมณ์ความรู้สึกทางด้านจิตใจจินตนาการความคิดสร้างสรรค์ ยังช่วยปลูกฝังระเบียบวินัยและความรับผิดชอบในการทำงาน ซึ่งสะท้อนถึงทักษะชีวิตความเป็นอยู่ในสังคมปัจจุบันโดยครูผู้สอนที่อยู่ในศตวรรษที่ 21 ต้องคำนึงถึงพัฒนาการทั้งด้านร่างกายและด้านสติปัญญา วิธีการจัดการเรียนรู้ ความต้องการ และศักยภาพของนักเรียนเป็นระยะ ๆ อย่างสม่ำเสมอ การจัดการเรียนการสอนในแต่ละ ช่วงชั้นต้องใช้รูปแบบการสอนและกระบวนการที่หลากหลาย มุ่งเน้นการจัดการเรียนรู้ตามสภาพจริงและการบูรณาการกับรายวิชาอื่น ๆ ซึ่งกิจกรรมทางทัศนศิลป์ที่ส่งเสริมจินตนาการของนักเรียนจะช่วยกล่อมเกลาเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของนักเรียนให้มีความรับผิดชอบ มีระเบียบวินัย รู้จักเลือกวิธีการปฏิบัติที่มีประโยชน์ต่อตนเอง ครอบครัว และสังคม ปลูกฝังบุคลิกภาพที่ดีให้เกิดขึ้นกับนักเรียนตั้งแต่ช่วงวัยเด็ก เพื่อนำไปสู่การเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพในอนาคต การสอนวิชาทัศนศิลป์มีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะทำให้นักเรียนได้ถ่ายทอดจินตนาการของตนเองออกมาในรูปแบบที่ผู้อื่นเข้าใจง่าย เป็นการฝึกทักษะให้มีการเชื่อมโยงสัมพันธ์กับวิชาอื่น ๆ เป็นการวางรากฐานทางความคิดของนักเรียนให้เป็นผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์รู้จักการคิดอย่างเป็นระบบและมีคุณภาพ ช่วยให้พัฒนาบุคลิกภาพ พัฒนาจิตใจ และรสนิยม (ณัฐวรรณ เฉลิมสุข, 2560 :ออนไลน์) สามารถชื่นชมความงาม มีสุนทรียภาพ มีผลต่อคุณภาพชีวิตของมนุษย์ ช่วยพัฒนานักเรียนทางด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ สังคม นำไปสู่การพัฒนาสิ่งแวดล้อมรอบตัว นักเรียนเกิดความเชื่อมั่นในตนเอง ซึ่งเป็นรากฐานในการศึกษาต่อหรือประกอบอาชีพในอนาคต (กรมวิชาการ, 2551 : 35)
เมื่อเด็กได้เรียนวิชาศิลปะ จะช่วยเสริมสร้างลักษณะนิสัยที่ดีให้แก่เด็ก ช่วยให้เด็กพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ กิจกรรมการเรียนรู้วิชาศิลปะ สามารถช่วยสร้างจิตสำนึกการเห็นคุณค่าของศิลปะ ธรรมชาติสิ่งแวดล้อม รวมทั้งยังช่วยปลูกฝังให้เด็กมีความรัก ความเมตตา ความรับผิดชอบ และมีพื้นฐานรสนิยมที่ดี จาก ทัศนะดังกล่าวจะเห็นได้ว่า วิชาศิลปะมีความสำคัญในการช่วยพัฒนาคุณภาพของนักเรียนในทุกด้าน ส่งผลดีทักษะ และการเรียนรู้ของนักเรียน วิชาศิลปะถือว่ามีความเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของมนุษย์เป็นอย่างมากโดยเฉพาะนักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษา ซึ่งผู้สอนมักจะจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้นักเรียนได้ถ่ายทอดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ด้วยกิจกรรมการวาดภาพระบายสี การระบายสีมีหลายวิธีการ เช่น การระบาย การสลัด การแต้ม ฯลฯ ด้วยสีชนิดต่าง ๆ ซึ่ง สี ถือว่าเป็นองค์ประกอบหลักในการสร้างงานศิลปะให้เกิดความสวยงาม ส่งผลต่ออารมณ์ ความรู้สึก ความคิด และให้ความแตกต่างระหว่างรูปกับพื้น หรือรูปทรงกับพื้นที่ว่าง ช่วยให้เกิดความรู้สึกเคลื่อนไหวด้วยการนำสายตาของผู้ดู ช่วยดึงดูดความสนใจ ให้ความเป็นมิติแก่รูปทรง ให้ความลึกในภาพการระบายสีช่วยให้เด็กได้ผ่อนคลาย มีสมาธิจดจ่อกับงานระบายสี เด็กจะรู้สึก มีความสุข มีชีวิตชีวา เป็นการเสริมสร้างสมาธิไปในตัว การระบายสีช่วยให้เด็กไม่ต้องรีบเร่งมาก ช่วยให้มีช่องว่างในการทำ สิ่งต่าง ๆ ให้ช้าลง สร้างความสมดุลให้กับสมองทั้งสองซีก รู้จักแก้ปัญหา นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน และบูรณาการความรู้ใช้กับสาระการเรียนรู้อื่น ๆ การฝึกระบายสี จะช่วยให้นักเรียนสามารถเลือกใช้สีให้เหมาะสมกับภาพ และทำให้สีถ่ายทอดความรู้สึกได้ (รงค์ ประภาสะโนบล, 2552 : 65)
จากที่กล่าวมาข้างต้น จะเห็นว่า ทักษะการวาดภาพระบายสีมีความสำคัญเป็นอย่างมากในการสร้างงานศิลปะ เป็นหนึ่งกิจกรรมที่จะช่วยพัฒนาทักษะดังกล่าวได้ดียิ่งขึ้น และช่วยให้นักเรียนได้ประสบการณ์ตรงจากการลง มือทำผ่านการเรียนรู้ การเลือกใช้เครื่องมือ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จะช่วยส่งเสริมความคิดและจินตนาการวาดภาพเสมือนจริงเป็นทักษะที่สามารถพัฒนาศักยภาพทางศิลปะของนักเรียนได้ ทั้งยังช่วยเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์และความมั่นใจในการแสดงออกทางศิลปะ อย่างไรก็ตาม ในการวาดภาพเสมือนจริงยังคงเป็นความท้าทายสำหรับนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 5 เนื่องจากต้องอาศัยการควบคุมมือที่แม่นยำ การเลือกสีที่เหมาะสม และการสร้างความลึกซึ้งในภาพ นอกจากนี้ การฝึกปฏิบัติที่ไม่เพียงพออาจส่งผลให้ผลการเรียนรู้ไม่เป็นที่น่าพอใจ ดังนั้นการวิจัยนี้จึงมีเป้าหมายในการพัฒนาทักษะการวาดภาพธรรมชาติด้วยสีชอล์คของนักเรียน และวิเคราะห์ปัญหาที่พบเพื่อปรับปรุงการสอนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
2. วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
1) ศึกษาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานแกนกลาง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
2) แลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาชีพ เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนการเรียนการสอนแบบ Active learning โดยใช้แผนการสอนแผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง การวาดภาพเหมือนด้วยสีไม้ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 5 เพื่อช่วยพัฒนาทักษะด้านศิลปะของนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3) ออกแบบโครงสร้างรายวิชา หน่วยการเรียนรู้ตามตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ และจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง กการวาดภาพเหมือนด้วยสีไม้ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 5
4) นำแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง การวาดภาพเหมือนด้วยสีไม้ของ
นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่จัดทำขึ้นไปจัดกิจกรรมการเรียนรู้กับนักเรียนและให้นักเรียนฝึกปฏิบัติในชั้นเรียน
5) บันทึกผลการเรียนรู้ของนักเรียน ที่เกิดขึ้นจากการกิจกรรมการเรียนรู้ และสะท้อนผลการเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ และนำข้อมูลที่ได้ไปพัฒนาผลการเรียนรู้ให้นักเรียนบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
6) เมื่อประสบความสำเร็จในการแก้ไขปัญหา นำไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาชีพแก่ครูผู้สอนโรงเรียนป่าไม้อุทิศ 4
3. ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนป่าไม้อุทิศ 4 มีทักษะด้านศิลปะ การวาดภาพเหมือนด้วยสีไม้ ในรายวิชาทัศนศิลป์ ร้อยละ 70
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 มีความรู้และมีทักษะด้านศิลปะการวาดภาพเหมือนด้วยสีไม้พร้อมจัดนิทรรศการภาพเหมือนของชั้นตนเองได้ ในรายวิชาทัศนศิลป์ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในรายวิชาอื่นๆ หรือในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ