ผู้จัดทำข้อตกลง
ผู้จัดทำข้อตกลง
ส่วนที่ 1 ข้อตกลงในการพัฒนางานตามมาตรฐานตำแหน่ง
ภาระงาน จะมีภาระงานเป็นไปตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด
งานที่จะปฏิบัติตามมาตรฐานตำแหน่ง ครู
ด้านการจัดการเรียนรู้
ด้านการส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้
ด้านการพัฒนาตนเองและวิชาชีพ
ส่วนที่ 2 ข้อตกลงในการพัฒนางานที่เป็นประเด็นท้าทาย
1. สภาพปัญหาการจัดการเรียนรู้และคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
จากการเรียนการสอนในปีการศึกษา 2568 นั้น ข้าพเจ้า นางสาวอมรรัตน์ จิรนันทนุกุล ครูผู้สอนในรายวิชาภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/4 รับผิดชอบการสอนนักเรียนทั้งหมด 35 คน พบว่านักเรียนผันวรรณยุกต์อักษรกลาง ได้ไม่ถูกต้องและการผันวรรณยุกต์อักษรกลางสามารถผันได้ 5 เสียงคือเสียงสามัญ เสียงเอก เสียงโท เสียงตรี และเสียงจัตวา ซึ่งจะทำให้ง่ายต่อการผันวรรณยุกต์ของนักเรียนในเบื้องต้น ข้าพเจ้าในฐานะครูผู้สอน จึงเลือกแก้ไขปัญหาโดยการปรับวิธีการสอนให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง เน้นทักษะการอ่านการเขียนอย่างเป็นระบบ โดยใช้ บันไดทักษะ 4 ขั้น ร่วมกับเครื่องมือสอนคิด (Thinking school) มาช่วยในการฝึกทักษะการผันวรรณยุกต์อักษรกลาง ซึ่งบันไดทักษะ 4 ขั้น หมายถึง กิจกรรมการเรียนรู้ที่นำไปสู่ การอ่านออกเขียนได้ โดยขั้นที่ 1 แจกลูก ให้ผูกจำ ขั้นที่ 2 อ่านคำ ย้ำวิถี ขั้นที่ 3 คัดลายมือ ซ้ำอีกที และขั้นที่ 4 เขียนตามคำบอกทุกชั่วโมง
ครูผู้สอนได้ใช้สื่อสื่อรูปภาพ บัตรคำ เกม ประกอบการสอนหรือทำกิจกรรม ใช้แบบฝึกทักษะการอ่านการเขียน ในการให้นักเรียนฝึกทักษะการอ่าน เขียนสะกดคำ ใช้ใบงาน (เครื่องมือสอนคิด Diagram) ในการสรุปความรู้ ใช้ชิ้นงานในการสะท้อนคิด
ชุดฝึกเสริมทักษะการอ่านการเขียนการผันวรรณยุกต์อักษรกลาง ที่จัดทำขึ้นนี้ มีประโยชน์ดังนี้
1. ใช้ควบคู่กับการเรียนการสอนโดยให้นักเรียนฝึกอ่านฝึกเขียน
2. มีคำที่หลากหลาย ทำให้นักเรียนมีความมั่นใจในการอ่านออกเสียงและมีความมั่นใจใ
การเขียนมากขึ้น
3. มีลายเซ็นให้ผู้ปกครองเซ็นทุกหน้า ดังนั้นนักเรียนจะต้องอ่านให้ผู้ปกครองฟังที่บ้านด้วยเมื่อ
ผู้ปกครองได้ทราบถึงพัฒนาการด้านการอ่านการเขียนของนักเรียน ก็จะสามารถนำมาแก้ปัญหาร่วมกันได้ ในกรณีที่นักเรียนอ่นไม่ออกเขียนไม่ได้
4. สามารถใช้พัฒนานักเรียนในระดับชั้นอื่นๆที่มีปัญหาในด้านการอ่านการเขียน ในเรื่องการ
ผันวรรณยุกต์อักษรกลางที่ได้อีกด้วย
จากการสร้างแบบฝึกทักษะการผันวรรณยุกต์อักษรกลาง ทำให้ผู้เรียนได้เรียนรู้และฝึกทักษะการอ่านการเขียนการผันวรรณยุกต์อักษรกลาง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทยผ่านเกณฑ์ร้อยละ 65 คะแนนการสอบ RT มีผลการพัฒนาเพิ่มขึ้นร้อยละ 2
2. วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล
1.ศึกษาและวิเคราะห์หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุงพุทธศักราช 2560) ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) และหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนป่าไม้อุทิศ 4 ฉบับปรับปรุงพุทธศักราช 2560 เกี่ยวกับมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดที่จะนำมาพัฒนาชุดฝึกเสริมทักษะการอ่านการเขียนการผันวรรณยุกต์อักษรกลาง โดยใช้ บันไดทักษะ 4 ขั้น ร่วมกับเครื่องมือสอนคิด (Thinking School) ระดับชั้นประถมศึกษาีที่ 1
2.ศึกษาหลักการ แนวคิด ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการสร้างและพัฒนาชุดฝึกเสริมทักษะการอ่านการเขียนการผันวรรณยุกต์อักษรกลาง โดยใช้ บันไดทักษะ 4 ขั้น ร่วมกับเครื่องมือสอนคิด (Thinking School) และเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
3.วิเคราะห์ผู้เรียนรายบุคคลเพื่อจัดการเรียนรู้ตามความแตกต่างของผู้เรียน
4.ดำเนินการพัฒนาชุดฝึกเสริมทักษะการอ่านการเขียนการผันวรรณยุกต์อักษรกลาง โดยใช้ บันไดทักษะ 4 ขั้น ร่วมกับเครื่องมือสอนคิด (Thinking school) และแผนการจัดการเรียนรู้ เพื่อประกอบการใช้ชุดฝึกทักษะ เรื่อง การผันวรรณยุกต์อักษรกลาง โดยใช้ บันไดทักษะ 4 ขั้น ร่วมกับเครื่องมือสอนคิด (Thinking School)
5.จัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามชุดฝึกเสริมทักษะการอ่านการเขียนการผันวรรณยุกต์อักษรกลาง โดยใช้ บันไดทักษะ 4 ขั้น ร่วมกับเครื่องมือสอนคิด (Thinking School) ดังนี้
5.1 ทดสอบก่อนเรียนทักษะการอ่านและการเขียนการผันวรรณยุกต์อักษรกลาง
5.2 จัดการเรียนรู้โดยใช้ บันไดทักษะ 4 ขั้น ร่วมกับเครื่องมือสอนคิด (Thinking School)
ขั้นที่หนึ่ง แจกลูก ให้ผูกจำ ในขั้นตอนนี้ครูผู้สอนจะนำคำที่นักเรียนควรทราบจากบทเรียนมาฝึกให้นักเรียนอ่านคำโดยใช้วิธีอ่านสะกดคำทีละคำและฝึกอ่านพร้อมกับครู
ขั้นที่สอง อ่านคำ ย้ำวิถี ในขั้นตอนนี้ให้นักเรียนฝึกสะกดคำและอ่านออกเสียงด้วยตนเองอีกครั้ง
ขั้นที่สาม คัดลายมือ ซ้ำอีกทีให้นักเรียนคัดคำที่ได้เรียนรู้ลงในสมุดจดบันทึก
ขั้นที่สี่ "เขียนตามคำบอก"
5.3 ทดสอบหลังเรียนทักษะการอ่านและการเขียนคำผันวรรณยุกต์อักษรกลาง
6. วัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีที่หลากหลายตามศักยภาพของผู้เรียน ที่เกิดขึ้นจากการทำกิจกรรมการเรียนรู้ และส่งเสริมให้ผู้เรียนนาความรู้ที่ได้มาปรับใช้ในชีวิตจริง
7. บันทึกผลการเรียนรู้ของนักเรียน ที่เกิดขึ้นจากการกิจกรรมการเรียนรู้ และสะท้อนผลการเรียนรู้ให้นักเรียนทราบเป็นระยะ หากมีนักเรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินในเรื่องใด ให้ใช้กิจกรรมเพื่อนช่วยเพื่อน และการสอนซ่อมเสริมด้วยวิธีการที่หลากหลาย และทำการทดสอบใหม่ จนนักเรียนมีผลการเรียนรู้ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด
8. เมื่อประสบความสำเร็จในการแก้ไขปัญหา นำไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาชีพแก่ครูผู้สอนวิชาภาษาไทย ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
3. ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนป่าไม้อุทิศ 4 ร้อยละ 65 มีความรู้ถึงความเข้าใจในเรื่องการอ่านและการเขียนคำในมาตรา กน ได้ถูกต้อง ตามตัวชี้วัดในสาระการเรียนรู้ภาษาไทย และมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในวิชาภาษาไทย ที่สูงขึ้น
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนป่าไม้อุทิศ 4 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 2 ปีงบประมาณ 2568 ( 1 ตุลาคม 2567 – 30 กันยายน 2568 ) ต้องรู้ถึงการอ่านและการเขียนคำในมาตรา กน อย่างถูกต้อง และมีความรู้ตามตัวชี้วัดในสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่อง การอ่านและการเขียนคำในมาตรา กน (ตรงตามหลักสูตรแกนกลางต้องรู้และควรรู้) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2561 มีสมรรถนะหลักของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พร้อมทั้งเกิดการเรียนรู้อย่างมีความสุขและสามารถใช้ชีวิตอยู่ในสงคมได้อย่างมีความสุข
ตัวชี้วัด (Indicators)
ผู้เรียนร้อยละ 70 มีความพึงพอใจในการจัดการเรียนการสอนของครู อยู่ในระดับดีมากขึ้นไป ผู้เรียนร้อยละ 65 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย ตั้งแต่ 2.5 ขึ้นไป (22 คน จาก 34 คน)
ภาพกิจกรรม/ผลงานนักเรียน
คลิปวิดีโอการจัดการเรียนรู้
ขอขอบคุณที่ปรึกษาในการพัฒนาเว็บไซต์ PA Online
ดร.ศิรภัสสร ชุมภูเทพ
ผู้อำนวยการ
โรงเรียนป่าไม้อุทิศ 4
สพป.ตาก เขต 2
นายบุญชอบ ลี้มงคลเลิศ
รองผู้อำนวยการ
โรงเรียนป่าไม้อุทิศ 4
สพป.ตาก เขต 2
นางสาวอัญชลี สุวีระวัฒนกิจ
รองผู้อำนวยการ
โรงเรียนป่าไม้อุทิศ 4
สพป.ตาก เขต 2
นายณัฏฐ์ ภทรวิสิทธิ์เมธี
รองผู้อำนวยการ
โรงเรียนป่าไม้อุทิศ 4
สพป.ตาก เขต 2