สาระสำคัญ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และสวนพฤกษศาสตร์เป็นเรื่องที่สำคัญ เราสามารถบูรณาการในการดำรงชีวิต และในคณิตศาสตร์ช่างระบบของหน่วยวัดมาตรฐานที่ใช้สำหรับแสดงปริมาณของสิ่งต่าง ๆ นั้น มีอยู่ 2 ระบบ คือ ระบบเมตริก และอังกฤษ แต่ทั้งสองระบบนี้มีชื่อหน่วยวัดปริมาณต่างกัน ทำให้ไม่สะดวกในการใช้งาน ดังนั้นจึงได้พัฒนาหน่วยวัดปริมาณต่าง ๆ ขึ้นใหม่เรียกว่า International Systems of Units หรือ เรียกว่า SI – Unit หน่วยวัดพื้นฐานของระบบเอสไอ (SI – Unit)
สาระสำคัญ ในการคำนวณเกี่ยวกับการหาปริมาตรหรือขนาดของเครื่องยนต์ โดยทั่วไปจะนิยมบอกขนาดของเครื่องยนต์เป็นความจุ เช่น เครื่องยนต์ขนาด 1600 ซีซี., 2000 ซีซี. เป็นต้น นั่นคือปริมาตรของกระบอกสูบ ซึ่งปริมาตรกระบอกสูบแบ่งเป็นปริมาตรดูด ปริมาตรอัด และปริมาตรรวม ดังนั้นในการคำนวณหาปริมาตรกระบอกสูบจะต้องเข้าใจความหมาย และคำจำกัดความต่าง ๆ ของกระบอกสูบเพื่อใช้ในการคำนวณต่อไป
สาระสำคัญ จากหลักการทำงานของเครื่องยนต์สันดาปภายใน ที่จะต้องอัดไอดีหรืออากาศเพื่อเพิ่มความดันและอุณหภูมิก่อนที่จะทำการจุดระเบิดเผาไหม้ส่วนผสมระหว่างน้ำมันเชื้อเพลิงกับอากาศ ซึ่งจะเห็นได้ว่าอัตราส่วนการอัดมีผลต่อการทำงานและประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ อัตราส่วนการอัด (Compression Ratio) หมายถึง อัตราส่วนของปริมาตรก่อนการอัดตัวต่อปริมาตรหลังการอัดตัว
สาระสำคัญ ประสิทธิภาพเชิงปริมาตร หมายถึง อัตราส่วนของปริมาตรที่ดูดอากาศหรือไอดีได้จริงต่อปริมาตรดูดทางทฤษฎีของเครื่องยนต์ สาเหตุที่ทำให้ค่าปริมาตรของอากาศที่เข้าเครื่องได้จริงมีค่าน้อยกว่าปริมาตรดูดทางทฤษฎี เพราะว่าในการดูดอากาศเข้าสู่กระบอกสูบนั้นอากาศจะพบกับความต้านทานขณะที่ผ่านกรองอากาศ ท่อไอดี ลิ้นไอดี และจะต้องกวาดไล่ไอเสียที่อยู่ในกระบอกสูบ ซึ่งจะทำให้อากาศเข้ากระบอกสูบได้ไม่เต็มที่
สาระสำคัญ เครื่องยนต์ทำงานเพลาข้อเหวี่ยงหมุนส่งผลให้ลูกสูบเกิดการเคลื่อนที่ ถ้านำระยะทางที่เคลื่อนที่ได้ของลูกสูบมาเปรียบเทียบกับเวลาจะได้ความเร็วที่ใช้ในการเคลื่อนที่ของลูกสูบ ซึ่งก็คือความเร็วแล่นของลูกสูบขณะแล่นอยู่ในกระบอกสูบ
สาระสำคัญ ความดันที่เกิดขึ้นในขณะที่เครื่องยนต์ทำงานในจังหวะต่าง ๆ นั้นเกิดความดันขึ้นไม่เท่ากัน ดังนั้นในการคำนวณหาค่าความดันที่เกิดขึ้นจากการเผาไหม้ส่วนผสมไอดีภายในกระบอกสูบของเครื่องยนต์จะใช้ค่าความดันเฉลี่ย (Indicated mean effective pressure) มาใช้ในการคำนวณ ซึ่งความดัน หมายถึง อัตราส่วนของแรงที่กระทำบนหัวสูบต่อพื้นที่หน้าตัดของกระบอกสูบ
สาระสำคัญ กำลังในกระบอกสูบของเครื่องยนต์ (Indicated Power) เป็นกำลังที่ได้จากการเผาไหม้ส่วนผสมไอดีในกระบอกสูบและส่งความดันให้ลูกสูบเกิดการเคลื่อนที่ทำให้เครื่องยนต์หมุนสามารถส่งถ่ายกำลังไปใช้งานได้
สาระสำคัญ กำลังเพลาเป็นกำลังที่เครื่องยนต์ผลิตได้ (Power Output) โดยที่เครื่องยนต์เปลี่ยนพลังงานความร้อนจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงภายในกระบอกสูบมาเป็นกำลังที่เพลา ซึ่งเป็นกำลังที่สามารถนำไปใช้งานได้ในการทดสอบกำลังเพลาของเครื่องยนต์อาศัยหลักการ คือ พยายามเบรคการหมุนของเครื่องยนต์ ซึ่งจะทำให้ความเร็วรอบของเครื่องยนต์ลดลง นำความเร็วรอบและแรงที่ใช้ในการเบรคไปคำนวณหากำลังเพลาของเครื่องยนต์
สาระสำคัญ กำลังของเครื่องยนต์ที่สามารถส่งออกไปใช้งานได้จริง จะน้อยกว่ากำลังที่ผลิตได้จากกระบอกสูบเพราะว่าจะเกิดการสูญเสียกำลังไปกับความฝืดของชิ้นส่วนต่าง ๆ และความต้านทานภายในเครื่องยนต์นอกจากนั้นยังสูญเสียกำลังไปกับการขับปั้ม อัลเตอร์เนเตอร์และอุปกรณ์อื่นๆ ของเครื่องยนต์ ดังนั้น กำลังที่ส่งได้จึงมีค่าน้อยกว่ากำลังที่ป้อนให้กับเครื่องยนต์
สาระสำคัญ คลัตซ์เป็นอุปกรณ์ส่งกำลังซึ่งทำหน้าที่ตัดและต่อกำลังจากเครื่องยนต์ไปยังกระปุกเกียร์ ในการส่งกำลังของคตัตช์จะอาศัยหลักการของความฝืดระหว่างล้อช่วยแรงกับแผ่นคลัตซื ซึ่งแผ่นคลัตช์จะถูกกดให้ติดกับล้อช่วยแรงด้วยแผ่นกดคลัตช์ตลอดเวลา ทำให้คลัตช์สามารถส่งกำลังไปยังกระปุกเกียร์ได้
สาระสำคัญ เกียร์ของรถยนต์มีหน้าที่ส่งกำลังเพื่อให้รถยนต์สามารถขับเคลื่อนไปได้ตามสภาวะของรถยนต์โดยเกียร์จะรับกำลังมาจากเครื่องยนต์ส่งไปยังเพลาคลัตช์ ผ่านเพลารอง และส่งไปยังชุดเฟืองแต่ละคู่ ซึ่งก็มีอัตราทดของแต่เกียร์ เช่น เกียร์ 1 2 3 4 และ 5 ตามแต่สภาวะการทำงานของรถยนต์ในขณะนั้น
สาระสำคัญ รถยนต์สามารถเคลื่อนที่ไปได้ เนื่องจากมีกำลังขับจากเคลื่อนยนต์ส่งผ่านระบบส่งกำลัง ซึ่งประกอบด้วย คลัตช์ กระปุกเกียร์ เพลากลาง และชุดเฟืองท้าย โดยจะขับล้อให้หมุนเพื่อให้รถยนต์สามารถเคลื่อนที่ไปได้ ความเร็วของรถยนต์ หมายถึง ระยะทางที่รถยนต์เคลื่อนที่ไปได้ใน 1 หน่วยเวลา หรือการเปรียบเทียบระยะทางที่รถยนต์เคลื่อนที่ได้ต่อเวลา นิยมบอกหน่วยเป็นกิโลเมตรต่อชั่วโมง (km/hr.)
สาระสำคัญ เบรก เป็นระบบหนึ่งของรถยนต์ที่ทำหน้าที่ลดความเร็วของรถยนต์ เพื่อให้รถยนต์เคลื่อนที่ช้าลง หรือหยุดการเคลื่อนที่ นั่นหมายถึงความปลอดภัยของผู้ขับขี่ ในขณะที่รถยนต์วิ่งเมื่อต้องการให้รถหยุดทำได้โดยการเหยียบเบรก ดังนั้นหลักการทำงานของระบบเบรกจะต้องมีแรงไปกระทำให้ล้อรถหมุนช้าลงกระทั่งหยุดหมุนในที่สุด
สาระสำคัญ ระบบเครื่องล่างรถยนต์ ประกอบด้วยระบบรองรับน้ำหนัก และระบบบังคับเลี้ยว ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของรถยนต์ เพื่อให้ผู้ขับขี่รถยนต์สามารถขับเคลื่อนไปได้ตามทิศทางที่ต้องการอย่างนุ่มนวล และปลอดภัย